xs
xsm
sm
md
lg

“พนัส” ซัดเดือดประกันสังคม ถูกใช้เป็นเครื่องมือแจกพวกพ้อง “รักชนก” สวนกลับ มีคนเฉลยเองว่าใครได้ประโยชน์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 นายพนัส ไทยล้วน ประธานสภาองค์การลูกจ้างแรงงานแห่งประเทศไทย และอดีตกรรมการประกันสังคมชุดแต่งตั้ง ได้โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ แสดงความไม่พอใจต่อแนวทางการบริหารงบประมาณบางส่วนของสำนักงานประกันสังคม พร้อมประกาศจุดยืนสนับสนุนการส่งตัวแทนฝ่ายแรงงานลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นกรรมการประกันสังคมในรอบต่อไป โดยระบุว่าที่ผ่านมาผู้ประกันตนถูกมองข้ามสิทธิและผลประโยชน์หลายด้าน ทั้งการยกเลิกการแจกปฏิทินให้แรงงานตามมาตรา 33 ในสถานประกอบการ การลดงบสนับสนุนกิจกรรมวันแรงงาน รวมถึงการตัดงบจัดทำเสื้อและหมวกสำหรับกิจกรรมดังกล่าว ซึ่งเป็นสิ่งที่เคยดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องในอดีต
.
นายพนัสยังระบุด้วยว่า เครือข่ายสหภาพแรงงานในสังกัดจำนวน 286 สหภาพแรงงานจะไม่เพิกเฉยต่อการเลือกตั้งกรรมการประกันสังคมเหมือนที่ผ่านมาอีกต่อไป พร้อมตั้งเป้าระดมคะแนนเสียงจากผู้ประกันตนทั่วประเทศให้ได้ไม่ต่ำกว่า 100,000 คะแนน และเตรียมเรียกประชุมแกนนำแรงงานทั่วประเทศในเร็วๆ นี้ เพื่อกำหนดทิศทางการเคลื่อนไหวร่วมกัน
.
ล่าสุดเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้แสดงความคิดเห็นตอบโต้ต่อกรณีดังกล่าว โดยระบุว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เธอและทีมงานได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการใช้งบประมาณเพื่อจัดทำสิ่งของต่างๆ เช่น เสื้อ หมวก และปฏิทิน ว่าอาจมีผู้ได้รับประโยชน์อยู่ 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มผู้รับจ้างผลิตสินค้า ซึ่งได้รับงานและงบประมาณเป็นประจำทุกปี และอีกกลุ่มคือผู้ที่นำสิ่งของดังกล่าวไปแจกจ่ายในเครือข่ายหรือฐานสนับสนุนของตนเอง โดยไม่ได้กระจายถึงผู้ประกันตนส่วนใหญ่ในระบบอย่างทั่วถึง
.
น.ส.รักชนกยังระบุว่า ผู้ประกันตนจำนวนมากไม่เคยได้รับสิ่งของเหล่านี้ แม้จะเป็นผู้มีสิทธิในระบบประกันสังคมเช่นเดียวกัน พร้อมย้ำว่า ก่อนหน้านี้เธอไม่เคยเอ่ยชื่อหรือกล่าวถึงบุคคลใดโดยตรงเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว แต่จากความเคลื่อนไหวล่าสุด มีบุคคลออกมาแสดงจุดยืนและอธิบายเหตุผลด้วยตนเอง จนทำให้สังคมสามารถเชื่อมโยงและตีความได้ว่าใครคือกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากระบบดังกล่าว
.
ความเห็นที่เกิดขึ้นจากทั้งสองฝ่ายได้จุดกระแสถกเถียงในสังคมเกี่ยวกับแนวทางการใช้งบประมาณของกองทุนประกันสังคมอีกครั้ง โดยเฉพาะประเด็นความคุ้มค่า ความโปร่งใส และการกระจายผลประโยชน์สู่ผู้ประกันตนกว่า 24 ล้านคนทั่วประเทศ ว่าควรมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาสิทธิประโยชน์โดยตรง หรือยังจำเป็นต้องใช้งบประมาณในกิจกรรมและสิ่งของประชาสัมพันธ์เช่นในอดีตต่อไป