สภาผู้แทนราษฎรมีมติไม่เห็นชอบให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาและความเหมาะสมของโครงการแลนด์บริดจ์ หลังถกเถียงกันอย่างเข้มข้นต่อเนื่องเป็นวันที่สอง ก่อนลงมติส่งความเห็นไปยังคณะรัฐมนตรีพิจารณาแทน ขณะที่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ออกมาแสดงความกังวลว่า หากรัฐบาลเร่งผลักดันโครงการโดยปราศจากการศึกษาที่รอบด้าน อาจเปิดช่องให้เกิดการเอื้อประโยชน์แก่กลุ่มทุนรายใหญ่และนำไปสู่การผูกขาดในอนาคต
.
การประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม ซึ่งมีนายโสภณ ซารัมย์ ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้พิจารณาญัตติด่วนเกี่ยวกับการขอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาการดำเนินโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ หรือโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าการลงทุนรวมประมาณ 1 ล้านล้านบาท และถูกจับตามองว่าอาจเป็นหนึ่งในโครงการเมกะโปรเจกต์ที่สำคัญที่สุดของประเทศในช่วงหลายทศวรรษข้างหน้า
.
ระหว่างการอภิปราย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เห็นว่ารัฐสภาควรมีบทบาทในการติดตามและศึกษารายละเอียดของโครงการอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นโครงการที่ใช้เม็ดเงินมหาศาลและมีผลกระทบต่อทิศทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความเป็นไปได้และความคุ้มค่าของแนวคิดที่จะใช้จุดภูมิศาสตร์ของไทยเป็นทางเลือกเชื่อมการขนส่งระหว่างอ่าวไทยกับทะเลอันดามัน
.
ด้าน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ระบุว่า ผลการศึกษาที่มีอยู่ในปัจจุบันยังมีความเห็นแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยนักวิชาการจำนวนมากไม่เห็นด้วยกับโครงการ ขณะที่หน่วยงานภาครัฐบางส่วนสนับสนุนให้เดินหน้าต่อ พร้อมเสนอให้รัฐบาลนำผลการศึกษาจากหลายภาคส่วนมาพิจารณาประกอบกันอย่างรอบด้าน ไม่ควรเร่งรัดดำเนินการเพียงเพื่อดึงดูดการลงทุน เพราะอาจทำให้ผลประโยชน์ตกอยู่กับกลุ่มทุนบางกลุ่มที่เคยได้รับสัมปทานหรือมีบทบาทในโครงการภาครัฐขนาดใหญ่มาก่อน
.
พ.ต.อ.ทวี ยังเสนอให้รัฐบาลใช้แนวคิด “คิดช้า ทำเร็ว” โดยให้ความสำคัญกับการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ รวมถึงไม่ควรกำหนดให้แลนด์บริดจ์เป็นเป้าหมายหลักตั้งแต่ต้น แต่ควรวางยุทธศาสตร์ของประเทศในภาพรวมก่อนว่าไทยควรเชื่อมโยงเศรษฐกิจกับมหาอำนาจและภูมิภาคต่าง ๆ อย่างไร แล้วจึงพิจารณาว่าโครงการดังกล่าวตอบโจทย์ยุทธศาสตร์นั้นหรือไม่
.
นอกจากนี้ยังแสดงความห่วงใยต่อโครงสร้างคณะกรรมการศึกษาที่รัฐบาลแต่งตั้งขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นข้าราชการและบุคคลในระบบราชการ โดยมองว่าโครงการขนาดใหญ่ที่ใช้เงินมหาศาลควรเปิดพื้นที่ให้ภาคประชาชน นักวิชาการ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้ามามีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นอย่างแท้จริง
.
พร้อมกันนี้ พ.ต.อ.ทวี ยังยกกรณีโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน และปัญหาความทับซ้อนกับโครงการรถไฟเชื่อมสามสนามบิน รวมถึงข้อกังวลเรื่องผลกระทบต่อพื้นที่มรดกโลกในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มาเป็นตัวอย่างของความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้หากการวางแผนและการศึกษาขาดความรอบคอบ
.
ท้ายที่สุด ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติเลือกแนวทางส่งความเห็นต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาแทนการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ โดยมีผู้เห็นด้วย 266 เสียง ไม่เห็นด้วย 174 เสียง งดออกเสียง 3 เสียง และไม่ลงคะแนน 1 เสียง ส่งผลให้ญัตติดังกล่าวถูกส่งต่อไปยังรัฐบาลเพื่อพิจารณาดำเนินการในขั้นตอนต่อไป ท่ามกลางกระแสถกเถียงที่ยังคงดำเนินต่อไปเกี่ยวกับความคุ้มค่า ผลกระทบทางเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และทิศทางการพัฒนาประเทศในอนาคต


