xs
xsm
sm
md
lg

ยาแก้ไอมะขามป้อม บรรเทาอาการไอ แก้เจ็บคอ ได้จริงหรือ ?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ยาแก้ไอมะขามป้อม บรรเทาอาการไอ แก้เจ็บคอ ได้จริงหรือ ?
อาการไอ เจ็บคอ สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน แม้จะมีสาเหตุของอาการที่แตกต่างกันออกไป แต่ด้วยอาการไอ เป็นอาการเจ็บป่วยที่อาจไม่รุนแรงมากนัก บางคนจึงเลือกวิธีการรักษาเบื้องต้นด้วยการซื้อยามาทานอย่าง ยาแก้ไอมะขามป้อม ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในการใช้บรรเทาอาการไอ โดยยาแก้ไอมะขามป้อม ออกฤทธิ์อย่างไร ช่วยได้จริงหรือไม่


ทำความเข้าใจเกี่ยวกับยาแก้ไอ
ยาแก้ไอ เป็นเพียงยาที่ใช้บรรเทาอาการไอ ซึ่งไม่ใช่ยารักษาโรคที่เป็นสาเหตุของอาการไอ โดยจะใช้สำหรับการลดความรำคาญที่เกิดจากอาการไอ โรคที่ส่งผลให้เกิดอาการไอ เช่น
•หลอดลมอักเสบ และ ปอดอักเสบ ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ส่งผลให้มีอาการไอ มีเสมหะข้นเหลืองหรือเขียว ซึ่งต้องรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ เมื่ออาการดีขึ้น อาการไอก็จะทุเลาลงเอง
•อาการภูมิแพ้ จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้ เช่น ฝุ่น ควัน หรือกินยาแก้แพ้ เพื่อลดอาการไอ

อาการไอ มักเป็นสิ่งที่กวนใจในการใช้ชีวิต บางครั้งก็อาจไอรุนแรงจนทำให้เจ็บหน้าอก เจ็บหลัง รวมไปถึงการถูกรบกวนการนอนหลับ และเกิดการพักผ่อนไม่เพียงพอตามมา อีกทั้งยังส่งผลที่ไม่ดีต่อบุคลิกภาพ สิ่งนี้จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้คนทั่วไปจึงนิยมกินยาแก้ไอทันทีที่เมื่อมีอาการ

ลักษณะทั่วไปของสมุนไพรยาแก้ไอมะขามป้อม



สมุนไพรมะขามป้อม (Phyllanthus Emblica) ได้มีการจดสิทธิบัตรในประเทศสหรัฐอเมริกา ว่ามะขามป้อมมีสรรพคุณในการแก้หวัด แก้ไข้ ไอ รวมถึงอาการ เจ็บคอ ปากคอแห้ง โดยผลของมะขามป้อมจะมีวิตามินซีสูง พบว่ามะขามป้อม 1 ผล มีปริมาณวิตามินซีเทียบเท่าที่มีในผลส้ม 1-2 ผล ซึ่งน้ำของผลมะขามป้อมโตเต็มที่จะเป็น ส่วนที่นำมาทำกลุ่มยาขับเสมหะ ยาแก้ไอมะขามป้อม
ลักษณะของมะขามป้อม
•ต้น มะขามป้อมเป็นไม้ยืนต้น สูง 8 – 12 เมตร
•ผล มีลักษณะกลม ขนาดเส้นศูนย์กลางประมาณ 1.2 – 2 เซนติเมตร ผลอ่อนจะมีสีเขียวอ่อน
ผลแก่จะมีสีเขียวค่อนข้างใสและมีเส้นริ้ว ๆ
•ดอก มีดอกเล็ก สีขาวนวล ออกดอกตามง่ามใบ 3-5 ดอก
•ใบ เป็นช่อเรียงสลับในระนาบเดียวกัน รูปขอบขนานติดเป็นคู่ ๆ เยื้อง ๆ กัน กว้าง 1- 5 มิลลิเมตร
ยาว 4-15 มิลลิเมตร ปลายใบมน มีรอยหยักเว้าเล็กน้อย ขอบใบเรียบ

ยาแก้ไอมะขามป้อม บรรเทาอาการไอ แก้เจ็บคอ ได้จริงไหม



ยาแก้ไอมะขามป้อม มีส่วนช่วยบรรเทาอาการไอ แก้เจ็บคอ ตามตำรายาไทยเชื่อว่าของที่มีรสเปรี้ยวทุกชนิดช่วยละลายเสมหะและบำรุงเสียงได้ดี เนื่องจาก มะขามป้อม จัดเป็นสมุนไพรเคลือบเยื่อบุทางเดินหายใจ ลดอาการระคายเคือง ประกอบกับมีการศึกษาพบว่าใน มะขามป้อมมีสารที่ละลายน้ำได้ และมีฤทธิ์ละลายเสมหะ โดยโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรมีการพัฒนายาแก้ไอมะขามป้อมขึ้นทะเบียนยาเป็นยาแผนโบราณ เป็นที่นิยมของทั้งผู้ใช้ยาและแพทย์

เมื่อไหร่ที่ควรทานยาแก้ไอมะขามป้อม
ควรจิบ ยาแก้ไอมะขามป้อม หรือ ยาแก้ไอผสมมะขามป้อม เมื่อมีอาการไอ ให้จิบทุก 4 ชั่วโมง มะขามป้อมมีสารที่มีฤทธิ์แก้ไอ ละลายเสมหะ ทั้งนี้ควรรักษาต้นเหตุของการไอควบคู่ไปด้วย

สูตรยาแก้ไอผสมมะขามป้อม ในบัญชียาหลักแห่งชาติ (พ.ศ. 2556)
ลักษณะยา: ยาน้ำ (รพ.)
สูตรตำรับที่ 1 ในยาน้ำ 100 มิลลิลิตร ประกอบด้วย
สารสกัดน้ำมะขามป้อมเข้มข้น (ความเข้มข้น 40%) 60 มิลลิลิตร
สารสกัดใบเสนียด (ความเข้มข้น 10%) 10 มิลลิลิตร
กลีเซอรีน 5 มิลลิลิตร
สารสกัดรากชะเอมเทศ 0.45 มิลลิลิตร
เกลือแกง 0.5 กรัม
เกล็ดสะระแหน่ 0.01 มิลลิกรัม

สูตรตำรับที่ 2 ในยาน้ำ 100 มิลลิลิตร ประกอบด้วย
สารสกัดน้ำมะขามป้อมเข้มข้น (ความเข้มข้น 25%) 30 มิลลิลิตร
มะนาวดองแห้ง 8 มิลลิกรัม
สารสกัดรากชะเอมเทศ 5 มิลลิลิตร
ผิวส้มจีน 3.3 มิลลิกรัม
บ๊วย 3 มิลลิกรัม
เนื้อลูกสมอพิเภก 3 มิลลิกรัม
เนื้อลูกสมอไทย 1 มิลลิกรัม
หล่อฮั่งก๊วย 2 มิลลิกรัม
เกล็ดสะระแหน่ 0.08 มิลลิกรัม
น้ำตาลทรายแดง 40 มิลลิกรัม

ข้อแนะนำในการใช้ยาแก้ไอมะขามป้อม
•เขย่าขวดก่อนใช้ยา
•ให้จิบทุก 4 ชั่วโมง
•ควรเก็บเก็บรักษาในที่แห้ง หรือ อุณหภูมิห้องไม่เกิน 25 องศา และห่างจากแสงแดดและความร้อน

ข้อควรระวังสำหรับยาแก้ไอมะขามป้อม
1. ควรระวังการใช้ยาแก้ไอมะขามป้อม ในผู้ป่วยเบาหวาน



เนื่องจากในยาแก้ไอมะขามป้อมมีส่วนประกอบของน้ำตาล หรือน้ำผึ้ง อาจส่งผลต่อค่าเบาหวานที่สูงขึ้น จึงควรระวังการใช้ยาแก้ไอมะขามป้อม ในผู้ป่วยเบาหวานที่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้

2. ควรระวังการใช้ยาแก้ไอมะขามป้อม ในผู้ที่มีอาการท้องเสียง่าย



ยาแก้ไอมะขามป้อม มีสรรพคุณของ มะขามป้อมซึ่งมีฤทธิ์เป็นยาระบาย

3. ไม่แนะนำให้ใช้ ยาแก้ไอมะขามป้อมในเด็ก


หลีกเลี่ยงการใช้ยาแก้ไอมะขามป้อมในเด็กที่อายุต่ำกว่า 2 ปี เนื่องจากอาจมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์

การทานยาแก้ไอมะขามป้อมเป็น วิธีการบรรเทาอาการไอให้ทุเลาลงได้ โดยควรรักษาโรคหรือสิ่งที่เป็นสาเหตุ หรือปรับพฤติกรรมที่ส่งผลให้เกิดอาการไอ จะเป็นแนวทางในการรักษาอาการไอที่ได้ผลดี