กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหวจับตาสถานการณ์ใกล้ชิด หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 5.3 บริเวณใกล้ชายฝั่งตอนใต้ของประเทศเมียนมา เมื่อเวลา 09.05 น. วันที่ 18 พฤษภาคม 2569 โดยจุดศูนย์กลางอยู่ลึกจากผิวดินประมาณ 10 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากแนวรอยเลื่อนสะกายเพียงราว 23 กิโลเมตร เบื้องต้นมีรายงานประชาชนในพื้นที่รับรู้แรงสั่นสะเทือนได้ แต่ยังไม่พบรายงานความเสียหายหรือผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว
.
เหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้ทำให้หน่วยงานด้านภัยพิบัติและผู้เชี่ยวชาญด้านธรณีวิทยาหันกลับมาให้ความสนใจกับ “รอยเลื่อนสะกาย” หรือ Sagaing Fault อีกครั้ง เนื่องจากถือเป็นหนึ่งในรอยเลื่อนมีพลังที่สำคัญที่สุดของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รอยเลื่อนดังกล่าวมีลักษณะเป็นรอยเลื่อนตามแนวราบแบบ Strike-Slip Fault พาดผ่านใจกลางประเทศเมียนมาในแนวเหนือ-ใต้ มีความยาวมากกว่า 1,500 กิโลเมตร และเป็นโครงสร้างธรณีที่มีประวัติการสะสมพลังงานและปลดปล่อยออกมาในรูปแบบแผ่นดินไหวขนาดใหญ่หลายครั้งตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมา
.
ข้อมูลทางธรณีวิทยาระบุว่า ในช่วงกว่า 500 ปีที่ผ่านมา รอยเลื่อนสะกายเคยเกี่ยวข้องกับเหตุแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ระดับ 7.0 ขึ้นไปหลายสิบครั้ง และเคยสร้างความเสียหายอย่างหนักในประวัติศาสตร์เมียนมา การที่แผ่นดินไหวล่าสุดเกิดขึ้นในระดับความลึกเพียง 10 กิโลเมตร ยังจัดเป็นแผ่นดินไหวระดับตื้น ซึ่งเป็นประเภทที่สามารถส่งแรงสั่นสะเทือนขึ้นสู่พื้นผิวได้ชัดเจนกว่าการสั่นไหวจากจุดศูนย์กลางลึก แม้เหตุการณ์ครั้งนี้จะยังไม่ก่อให้เกิดความเสียหายรุนแรง แต่ตำแหน่งที่เกิดใกล้แนวรอยเลื่อนหลักทำให้สถานการณ์ยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
.
ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า รอยเลื่อนสะกายเป็นระบบรอยเลื่อนที่มีศักยภาพสูง เพราะมีชั้นสะสมแรงเครียดของเปลือกโลกในระดับความลึกประมาณ 10-15 กิโลเมตร ซึ่งใกล้เคียงกับระดับความลึกของเหตุการณ์ล่าสุด ส่งผลให้การเคลื่อนตัวในลักษณะนี้อาจถูกจับตาเป็นพิเศษ แม้ยังไม่ใช่สัญญาณยืนยันว่าจะเกิดเหตุการณ์ขนาดใหญ่ตามมา แต่ก็เป็นเครื่องเตือนว่าภูมิภาคนี้ยังอยู่บนแนวธรณีที่มีพลังเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง
.
สำหรับประเทศไทย แม้เหตุการณ์ครั้งนี้ยังไม่มีรายงานผลกระทบโดยตรง แต่ในอดีตแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวในเมียนมาเคยส่งผลให้บางพื้นที่ของไทย โดยเฉพาะอาคารสูงและพื้นที่ดินอ่อนในกรุงเทพมหานคร สามารถรับรู้แรงสั่นไหวได้ จึงเป็นอีกเหตุผลที่หน่วยงานด้านเฝ้าระวังยังคงติดตามความเคลื่อนไหวของแนวรอยเลื่อนดังกล่าวอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป


