รายงานข่าวระบุว่า กระแสวิพากษ์วิจารณ์กรณีการนำเสนอขายทุเรียนในราคาลูกละ 100 บาท ยังคงร้อนแรงในสื่อสังคมออนไลน์ หลังมีผู้ใช้เฟซบุ๊ก Supachok Tantipongkedsuk ซึ่งระบุตัวเองเป็นชาวสวนตัวจริง ออกมาแสดงความเห็นโต้แย้งข้อมูลที่เผยแพร่ก่อนหน้า โดยชี้ว่าการสื่อสารดังกล่าวอาจทำให้สังคมเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับคุณภาพและโครงสร้างราคาทุเรียนในตลาดจริง พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงบทบาทของบุคคลสาธารณะและผู้มีตำแหน่งทางการเมืองที่เข้าไปเกี่ยวข้องในการเผยแพร่ข้อมูล
.
เจ้าของโพสต์ระบุว่า เนื้อหาก่อนหน้านี้มีการนำเสนอภาพทุเรียนลูกใหญ่ในลักษณะพรีเมียม พร้อมอ้างอิงราคาปกติที่สูงถึง 600–700 บาทต่อลูก ก่อนจะสื่อสารว่าจะจำหน่ายในราคาลดลงอย่างมาก ซึ่งอาจทำให้ผู้บริโภคเข้าใจว่าทุเรียนคุณภาพสูงสามารถขายในราคาต่ำได้ในวงกว้าง ทั้งที่ในทางปฏิบัติ ทุเรียนเกรดดังกล่าวมักถูกส่งต่อไปยังล้งหรือช่องทางที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า ขณะที่คำชี้แจงภายหลังระบุว่าทุเรียนที่จำหน่ายจริงเป็นเกรดรอง ขนาดเล็ก หรือมีตำหนิ และอาจมีสภาพสุกแล้ว ซึ่งยิ่งตอกย้ำความคลาดเคลื่อนของข้อมูลในสายตาของผู้ประกอบอาชีพสวนผลไม้
.
นอกจากนี้ ยังมีการตั้งข้อสังเกตถึงพฤติกรรมทางการตลาดของผู้มีอิทธิพลบนโลกออนไลน์ (อินฟลูเอนเซอร์) และผู้ค้าบางราย ที่อาจใช้การตั้งราคาต่ำเป็นกลยุทธ์ดึงดูดลูกค้าในปริมาณจำกัด ก่อนนำไปต่อยอดเชิงพาณิชย์ในสินค้าอื่น ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติที่แตกต่างจากกลไกตลาดปกติของสินค้าเกษตรที่มีต้นทุนและคุณภาพเป็นตัวกำหนดราคา อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาถกเถียงอย่างกว้างขวาง คือการที่บุคคลระดับรัฐมนตรีปรากฏในเนื้อหาการสื่อสารดังกล่าว ซึ่งอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นและการรับรู้ของตลาดโดยรวม แม้จะไม่มีการสนับสนุนทางการเงินโดยตรงก็ตาม
.
ผู้แสดงความเห็นยังเตือนว่า การนำเสนอข้อมูลที่ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงของตลาด อาจส่งผลกระทบต่อราคาทุเรียนในภาพรวม โดยเฉพาะในช่วงที่ผลผลิตกำลังเข้าสู่ฤดูกาลจำหน่าย พร้อมเรียกร้องให้สังคมพิจารณาข้อมูลอย่างรอบด้าน และเข้าใจบริบทของผู้ผลิตที่ต้องเผชิญกับต้นทุน ความเสี่ยง และการแข่งขันในห่วงโซ่อุปทาน ขณะเดียวกัน เสียงเรียกร้องให้ภาครัฐสื่อสารอย่างระมัดระวังและโปร่งใส ก็เริ่มปรากฏชัดขึ้นในหลายช่องทาง
.
ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวยังคงอยู่ระหว่างการถกเถียงในสังคมออนไลน์ โดยมีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยต่อข้อวิจารณ์ดังกล่าว สะท้อนถึงความอ่อนไหวของตลาดสินค้าเกษตรไทย และบทบาทของการสื่อสารสาธารณะในยุคดิจิทัลที่สามารถส่งผลต่อพฤติกรรมผู้บริโภคและทิศทางราคาได้อย่างรวดเร็ว


