รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล ระบุว่า กระแสวิพากษ์วิจารณ์ต่อพฤติกรรมของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยังคงร้อนแรงต่อเนื่อง หลังเกิดเหตุการณ์ใช้ถ้อยคำ “ถุย” ระหว่างเปิดงานเทศกาลสงกรานต์ในพื้นที่จังหวัดชุมพรเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งถูกตั้งคำถามถึงความเหมาะสมในฐานะผู้นำประเทศ โดยเฉพาะในมิติภาพลักษณ์ต่อสาธารณะและสายตานานาชาติ
.
ประเด็นดังกล่าวนำไปสู่การออกมาแสดงความคิดเห็นอย่างเผ็ดร้อนจาก พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองคณบดีคณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ซึ่งโพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2569 ระบุเชิงตำหนิว่า “ฝากอนุทิน ลองอ่านในคอมเมนต์ที่ประชาชนเขียนกันมา เผื่อจะโตเป็นผู้ใหญ่ซะที” สะท้อนความไม่พอใจต่อท่าทีและวาจาของผู้นำในเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมชี้ให้เห็นถึงเสียงสะท้อนจากประชาชนในโลกออนไลน์ที่มีทั้งการวิจารณ์และตั้งคำถามต่อความเหมาะสม
.
ก่อนหน้านั้นหนึ่งวัน เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569 นายอนุทินได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีถูกนักวิชาการวิจารณ์ โดยโต้กลับด้วยถ้อยคำที่มีนัยตอบโต้ว่า “นักวิชาการที่ไม่ทำตัวเป็นนักวิชาการ น่าอดสูกว่า เดี๋ยวหนวดกระดิก” ซึ่งถูกมองว่าเป็นการตอบโต้ในเชิงส่วนบุคคลมากกว่าการชี้แจงเชิงสาระ ส่งผลให้กระแสถกเถียงในสังคมยิ่งขยายวงกว้าง
.
ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของพื้นที่สาธารณะในยุคสื่อดิจิทัล ที่การกระทำหรือคำพูดของบุคคลสาธารณะสามารถถูกตีความ ขยายผล และวิพากษ์อย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันยังจุดคำถามถึงบทบาทของนักวิชาการในการตรวจสอบอำนาจรัฐ และท่าทีของฝ่ายการเมืองต่อเสียงวิจารณ์ที่เกิดขึ้น ว่าจะสามารถนำไปสู่การแลกเปลี่ยนอย่างสร้างสรรค์ หรือกลับกลายเป็นความขัดแย้งเชิงวาทะที่ยิ่งตอกย้ำความแตกแยกในสังคม


