xs
xsm
sm
md
lg

ป.ป.ช.นัดแจง “สองมาตรฐาน” พรุ่งนี้ ชี้ต้องยึดข้อเท็จจริง–กฎหมาย ไม่อาจเทียบคดีข้ามบริบท

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภา เมื่อวันที่ 22 เมษายน ว่า กระแสวิพากษ์วิจารณ์กรณี “สองมาตรฐาน” ในการวินิจฉัยคดีของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยังคงเป็นประเด็นร้อนในทางการเมือง ล่าสุด นายประภาศ คงเอียด กรรมการ ป.ป.ช. ออกมาระบุชัดว่า องค์กรเตรียมแถลงข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการในวันที่ 23 เมษายนนี้ เพื่อคลี่คลายข้อสงสัยของสังคม โดยยืนยันว่าทุกการวินิจฉัยยึดโยงกับข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และพฤติการณ์เป็นสำคัญ ไม่ได้ใช้มาตรฐานที่แตกต่างกันตามที่ถูกตั้งคำถาม
.
นายประภาศกล่าวระหว่างการบรรยายพิเศษในเวทีสัมมนาทางวิชาการว่า ปัญหาการทุจริตในประเทศไทยยังอยู่ในระดับที่น่ากังวล โดยสะท้อนผ่านดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) ที่ยังอยู่ในอันดับท้าย ๆ ของภูมิภาคอาเซียน พร้อมชี้ว่า ป.ป.ช.มีบทบาทในช่วงปลายน้ำของกระบวนการตรวจสอบ ทั้งที่การแก้ไขควรเริ่มตั้งแต่ต้นทาง อย่างไรก็ตาม เครื่องมือสำคัญอย่าง “บัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน” ถือเป็นกลไกเชิงป้องกันที่เปิดโอกาสให้สังคมตรวจสอบผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ตั้งแต่ก่อนเข้ารับตำแหน่งไปจนถึงหลังพ้นตำแหน่ง
.
ในประเด็นที่ถูกตั้งข้อสังเกตถึงความไม่สอดคล้องระหว่างคำวินิจฉัยของ ป.ป.ช. กับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้น นายประภาศย้ำว่า ไม่สามารถนำคดีต่างบริบทมาเปรียบเทียบกันโดยตรงได้ เนื่องจากแต่ละองค์กรใช้อำนาจภายใต้กรอบกฎหมายที่แตกต่างกัน โดยศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่ง ขณะที่ ป.ป.ช.มุ่งตรวจสอบเจตนาและพฤติการณ์เกี่ยวกับการยื่นบัญชีทรัพย์สินหรือการปกปิดข้อมูล ซึ่งเป็นคนละประเด็นทางกฎหมายโดยสิ้นเชิง
.
พร้อมกันนี้ ยังระบุด้วยว่า ในทางปฏิบัติ ป.ป.ช.มิได้มุ่งเล่นงานบุคคลใด หากไม่ปรากฏพฤติการณ์ที่ร้ายแรงหรือมีเจตนาชัดเจน เนื่องจากยอมรับว่าการยื่นบัญชีทรัพย์สินอาจเกิดความผิดพลาดได้จากความหลงลืม แต่หัวใจสำคัญอยู่ที่การพิจารณาว่าการกระทำนั้นเข้าข่ายเจตนาปกปิดหรือไม่ ซึ่งจะเป็นตัวชี้ขาดในการดำเนินการตามกฎหมาย
.
ขณะเดียวกัน ยังได้ฝากข้อแนะนำไปถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ให้จัดทำบัญชีทรัพย์สินอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะในประเด็นหุ้น ทรัพย์สินของคู่สมรส หรือความสัมพันธ์ที่เข้าข่ายคู่สมรสโดยพฤติการณ์ แม้ไม่ได้จดทะเบียนสมรส เนื่องจากประเด็นเหล่านี้อาจถูกนำไปขยายผลทางการเมืองได้ หากเกิดข้อผิดพลาดเพียงเล็กน้อย
.
ทั้งนี้ กรณีที่เป็นชนวนให้เกิดกระแสวิจารณ์ในครั้งนี้ มาจากมติ ป.ป.ช.ที่ยกคำร้องคดีของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งถูกกล่าวหาว่าซุกหุ้นหรือถือหุ้นแทนผู้อื่น และแจ้งบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ โดยผลวินิจฉัยดังกล่าวสวนทางกับคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญที่มีคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง ขณะเดียวกันยังมีอีกกรณีที่ ป.ป.ช.ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้พิจารณาคดีของ ส.ส. 44 คนจากพรรคก้าวไกล ซึ่งยิ่งตอกย้ำข้อกังขาในสังคม และนำไปสู่คำถามเรื่องมาตรฐานในการพิจารณาคดี
.
อย่างไรก็ตาม ป.ป.ช.ยืนยันว่าการทำงานขององค์กรตั้งอยู่บนหลักนิติรัฐ และพร้อมชี้แจงทุกประเด็นอย่างโปร่งใส โดยขอให้สังคมพิจารณาจากข้อมูลข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายอย่างครบถ้วน มากกว่าการตัดสินจากกระแสหรือความคิดเห็นเพียงด้านเดียว