xs
xsm
sm
md
lg

โรมเปิดเกมเดือดกลางสภา แฉเครือข่าย “เสี่ยตือ” โยงสแกมเมอร์-กักตุนน้ำมัน ตั้งคำถามรัฐบาลเมินขยายผล

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



รายงานข่าวจากรัฐสภา เมื่อช่วงเช้าวันที่ 10 เมษายน 2569 บรรยากาศการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อรับฟังการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีในวันที่สองยังคงตึงเครียดต่อเนื่อง หลังจากใช้เวลาอภิปรายไปแล้วกว่า 17 ชั่วโมงในวันแรก โดยการประชุมในวันนี้มีเวลาที่เหลืออีก 15 ชั่วโมง และเปิดฉากด้วยการอภิปรายของนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่ลุกขึ้นตั้งข้อสังเกตถึงปัญหาสแกมเมอร์ซึ่งถูกมองว่าเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของประเทศ พร้อมโยงไปถึงเครือข่ายทุนสีเทาที่มีบทบาทบ่อนทำลายเศรษฐกิจไทยอย่างเป็นระบบ
.
นายรังสิมันต์ระบุว่า แม้ภาครัฐจะพยายามแสดงภาพความคืบหน้าในการปราบปราม แต่ข้อมูลจากสถิติการรับแจ้งความยังคงสะท้อนให้เห็นว่าปัญหายังไม่ลดลง โดยมีคดีที่เกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์เฉลี่ยมากกว่า 30,000 คดีต่อเดือน สร้างความเสียหายมูลค่า 1,600–2,100 ล้านบาท และเพิ่มสูงถึง 2,200 ล้านบาทในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา อีกทั้งยังพบว่ากลุ่มผู้เสียหายเริ่มกระจายตัวไปสู่คนรุ่นใหม่อายุ 21–30 ปีมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงรูปแบบอาชญากรรมที่ปรับตัวรวดเร็วเกินกว่ามาตรการรัฐจะตามทัน
.
การอภิปรายยังพุ่งเป้าไปยังกรณีการนำผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีจากต่างประเทศเข้ามาพำนักในไทย ซึ่งถูกตั้งข้อสงสัยว่าอาจเกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์ระดับสูง โดยระบุว่ามีจำนวนมากถึง 500 คนในช่วงที่ผ่านมา ก่อนที่ภายหลังจะมีคำสั่งยกเลิกข้อตกลงและดำเนินคดีต่อผู้เกี่ยวข้อง พร้อมส่งเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของหน่วยงานตรวจสอบ แต่ยังไม่มีความชัดเจนถึงผลลัพธ์สุดท้าย
.
ประเด็นที่สร้างแรงกระเพื่อมในที่ประชุมอย่างมาก คือการกล่าวถึงบุคคลที่ถูกเรียกว่า “เสี่ยตือ” ซึ่งถูกอ้างว่าเป็นตัวละครสำคัญที่มีความเชื่อมโยงทั้งธุรกิจชายแดน แหล่งตั้งของแก๊งสแกมเมอร์ รวมถึงธุรกิจน้ำมัน โดยมีข้อมูลเกี่ยวกับการตรวจพบการกักเก็บน้ำมันจำนวนหลายแสนลิตรในพื้นที่จังหวัดอ่างทองเมื่อช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งบริษัทที่เกี่ยวข้องถูกระบุว่ามีโครงสร้างผู้ถือหุ้นเป็นบุคคลในครอบครัวเดียวกันทั้งหมด
.
นายรังสิมันต์ตั้งคำถามต่อรัฐบาลว่า เหตุใดเมื่อเจ้าหน้าที่สามารถตรวจพบเครือข่ายและพฤติกรรมที่เข้าข่ายผิดกฎหมายได้แล้ว แต่กลับยังไม่มีการขยายผลหรือดำเนินคดีไปถึงตัวผู้เกี่ยวข้องหลัก ทั้งที่เครือข่ายดังกล่าวอาจมีศักยภาพในการกักเก็บน้ำมันในระดับหลายล้านลิตร พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความสัมพันธ์เชิงธุรกิจและการเงินกับบุคคลในแวดวงการเมือง รวมถึงกรณีการบริจาคเงินให้พรรคการเมืองจำนวน 1 ล้านบาทในช่วงปลายปีที่ผ่านมา
.
นอกจากนี้ ยังมีการเชื่อมโยงไปถึงกรณีการพยายามติดสินบนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มูลค่า 40 ล้านบาทต่อเดือน เพื่อแลกกับการไม่ดำเนินการปราบปรามเครือข่ายเว็บพนันและสแกมเมอร์ โดยระบุว่าบุคคลที่เกี่ยวข้องมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายเดียวกัน ทำให้เกิดข้อสงสัยถึงความล่าช้าในการดำเนินคดีและความโปร่งใสของกระบวนการยุติธรรม
.
ช่วงท้ายของการอภิปราย นายรังสิมันต์ใช้ถ้อยคำรุนแรง เปรียบเปรยสถานการณ์ว่าเป็นการเปิดประตูให้ทุนเทาเข้ามาครอบงำประเทศ พร้อมตั้งคำถามถึงมาตรฐานของผู้มีอำนาจและเจตจำนงในการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง โดยยืนยันว่าพรรคของตนจะเดินหน้าตรวจสอบต่อไป และไม่ยอมให้เครือข่ายที่กระทบต่อประชาชนหลุดพ้นความรับผิด
.
ทั้งนี้ การอภิปรายดังกล่าวกลายเป็นอีกหนึ่งจุดสำคัญของเวทีรัฐสภา ที่สะท้อนความขัดแย้งเชิงนโยบายและการตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจทางการเมือง ท่ามกลางสถานการณ์ปัญหาสแกมเมอร์และราคาน้ำมันที่ยังคงสร้างแรงกดดันต่อเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของประชาชนในวงกว้าง
.
ชมคลิป: https://www.facebook.com/share/v/1H8JQ6dW7H/