xs
xsm
sm
md
lg

ยาทาแผลสด สรรพคุณ ข้อบ่งใช้ ผลข้างเคียง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ยาทาแผลสด สรรพคุณ ข้อบ่งใช้ ผลข้างเคียง
ยาทาแผลสด คือ กลุ่มยาสำหรับใช้ภายนอกที่มีฤทธิ์ในการทำลายหรือยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรค ทั้งแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อรา บริเวณผิวหนังที่เกิดบาดแผล เพื่อป้องกันการติดเชื้อและส่งเสริมกระบวนการสมานแผลตามธรรมชาติ การเลือกใช้ยาให้เหมาะสมกับประเภทของแผล (แผลถลอก แผลมีดบาด หรือแผลสกปรก) รวมถึงการรู้วิธีใช้อย่างถูกต้อง เป็นหัวใจสำคัญของการปฐมพยาบาลที่จะช่วยให้แผลหายเร็วและลดโอกาสเกิดแผลเป็น

สรุปข้อมูลสำคัญ
กลุ่มยา : ยาฆ่าเชื้อและยาระงับเชื้อสำหรับใช้ภายนอก (Antiseptics & Disinfectants)
ข้อบ่งใช้ทั่วไป : ชำระล้างสิ่งสกปรก ฆ่าเชื้อโรคบริเวณรอบบาดแผล ป้องกันการติดเชื้อในแผลสดแผลถลอก และแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวกระดับเล็กน้อย
รูปแบบ : น้ำใส (Solution), เจล, ขี้ผึ้งหรือครีม (Ointment)
ข้อควรระวังหลัก : ห้ามใช้แอลกอฮอล์ราดลงบนแผลสดโดยตรง ระวังการแพ้ไอโอดีนในผู้ป่วยบางราย และไม่ควรใช้ยาหมดอายุ
เอกสารที่ควรอ่าน : ฉลากข้างขวดหรือหลอดยา / คำแนะนำการปฐมพยาบาลจากแหล่งข้อมูลทางการแพทย์
ทำความรู้จักยาทาแผลสดและกลไกการออกฤทธิ์
ทำความรู้จักยาทาแผลสดและกลไกการออกฤทธิ์

เมื่อเกิดอุบัติเหตุจนมีบาดแผล สิ่งแรกที่ร่างกายต้องเผชิญคือความเสี่ยงจากการรุกรานของเชื้อโรค ยาทาแผลสดจึงเปรียบเสมือนด่านแรกในการปกป้องร่างกาย โดยกลไกการออกฤทธิ์หลักของน้ำยาทำความสะอาดและยาฆ่าเชื้อเหล่านี้คือการทำลายผนังเซลล์ของเชื้อจุลชีพ หรือยับยั้งกระบวนการแบ่งตัวของเชื้อโรค เพื่อไม่ให้แผลเกิดการอักเสบเป็นหนอง

อย่างไรก็ตาม ยาทาแผลสดไม่ได้มีหน้าที่ “ทำให้แผลติดกัน” โดยตรง แต่เป็นการสร้างสภาวะแวดล้อมที่สะอาด ปลอดเชื้อ ซึ่งเอื้อให้ร่างกายซ่อมแซมเนื้อเยื่อได้ดีที่สุด การเลือกใช้ยาผิดประเภท เช่น การใช้ยาที่มีฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรงกับเนื้อเยื่ออ่อน อาจส่งผลให้แผลหายช้าลงและเกิดเนื้อตายได้ ดังนั้นความเข้าใจในกลไกของยาแต่ละชนิดจึงเป็นเรื่องพื้นฐานที่ทุกคนควรรู้เพื่อการดูแลตนเองและคนในครอบครัวอย่างปลอดภัย

เจาะลึกประเภทและสรรพคุณของยาทาแผลสดสามัญประจำบ้าน
ในตู้ยาสามัญประจำบ้านมักมีขวดน้ำยาหลายชนิดวางเรียงกัน แต่ไม่ใช่ทุกขวดจะเหมาะกับแผลสดทุกประเภท การแยกแยะสรรพคุณของยาแต่ละตัวจะช่วยให้หยิบใช้ได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพสูงสุด

น้ำเกลือ Normal Saline Solution ตัวช่วยล้างแผลอันดับแรก
น้ำเกลือล้างแผล หรือ Normal Saline Solution 0.9% คือสารละลายที่มีความเข้มข้นเท่ากับของเหลวในร่างกายมนุษย์ ถือเป็น “พระเอก” ของการปฐมพยาบาลเบื้องต้น

สรรพคุณ ใช้ชำระล้างสิ่งสกปรก ฝุ่นละออง ทราย หรือเชื้อโรคออกจากบาดแผลโดยไม่ทำให้เกิดอาการระคายเคือง ไม่แสบ และไม่ทำลายเนื้อเยื่อที่กำลังสร้างตัวใหม่
ข้อดี อ่อนโยนที่สุด เหมาะสำหรับใช้ล้างแผลเป็นขั้นตอนแรกก่อนลงยาฆ่าเชื้อชนิดอื่น หากไม่มีน้ำเกลือ สามารถใช้น้ำสะอาดหรือน้ำต้มสุกที่เย็นแล้วล้างแทนได้ชั่วคราว แต่ไม่แนะนำให้ใช้น้ำประปาที่ไม่ได้ผ่านการกรองราดแผลโดยตรงเพราะอาจมีสิ่งเจือปน
แอลกอฮอล์ 70% กับหน้าที่ฆ่าเชื้อรอบบาดแผล
เอทิลแอลกอฮอล์ (Ethyl Alcohol) ความเข้มข้น 70% เป็นยาฆ่าเชื้อที่มีประสิทธิภาพสูง ระเหยไว และหาซื้อได้ง่าย แต่เป็นยาที่มักถูกใช้อย่างผิดวิธีมากที่สุด

หน้าที่หลัก ใช้สำหรับเช็ดทำความสะอาดผิวหนัง “รอบ ๆ” บาดแผล เพื่อลดจำนวนเชื้อโรคบริเวณใกล้เคียงไม่ให้เข้าสู่แผล
ข้อควรระวัง ห้ามเทหรือเช็ดลงไปในบาดแผลโดยตรงเด็ดขาด เพราะแอลกอฮอล์มีฤทธิ์ทำลายโปรตีนในเนื้อเยื่อ ทำให้แผลแสบร้อน เนื้อเยื่อตาย และแผลหายช้าลง รวมถึงอาจทิ้งรอยแผลเป็นได้
โพวิโดน ไอโอดีน ยาฆ่าเชื้อยอดนิยมสำหรับแผลสด
โพวิโดน ไอโอดีน (Povidone Iodine) หรือที่คุ้นเคยกันในชื่อยี่ห้อเบตาดีน เป็นยาน้ำสีน้ำตาลที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อครอบคลุม ทั้งแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อรา

สรรพคุณ ใช้หยดลงบนบาดแผลสด แผลถลอก หรือแผลฉีกขาดเล็กน้อยได้โดยตรง เพื่อฆ่าเชื้อโรค
วิธีใช้ ควรใช้หลังจากล้างแผลด้วยน้ำเกลือและเช็ดให้แห้งแล้ว ทาบาง ๆ เพียงครั้งเดียวก็เพียงพอ ไม่จำเป็นต้องราดจนชุ่มโชก การใช้มากเกินไปอาจทำให้แผลแห้งตึงและระคายเคืองผิวหนังรอบข้างได้
ไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์ สำหรับแผลสกปรกและมีหนอง
ไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์ (Hydrogen Peroxide) เป็นน้ำยาใสที่มีปฏิกิริยาฟองฟู่เมื่อสัมผัสกับบาดแผล

ข้อบ่งใช้เฉพาะ เหมาะสำหรับแผลสกปรกมาก มีหนอง หรือมีคราบเลือดเกรอะกรัง เพราะฟองที่เกิดขึ้นจะช่วยชะล้างสิ่งสกปรกที่ฝังลึกและเนื้อตายให้หลุดออกมาได้ง่ายขึ้น
ข้อจำกัด ไม่แนะนำให้ใช้กับแผลสดทั่วไปที่สะอาดอยู่แล้ว เพราะมีฤทธิ์ระคายเคืองสูงและอาจทำลายเนื้อเยื่อดีที่กำลังเจริญเติบโต ควรใช้เพียงครั้งแรกที่ล้างแผลสกปรกเท่านั้น
ยาปฏิชีวนะชนิดขี้ผึ้งหรือครีมสำหรับป้องกันการติดเชื้อ
ยาปฏิชีวนะรูปแบบทา เช่น ยาขี้ผึ้ง หรือครีม มักใช้ในขั้นตอนสุดท้ายหลังทำความสะอาดแผล

สรรพคุณ ช่วยคงความชุ่มชื้นให้แก่บาดแผล ซึ่งช่วยให้แผลสมานตัวได้เร็วขึ้น พร้อมกับออกฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่อาจหลงเหลืออยู่
ความเหมาะสม เหมาะกับแผลถลอก แผลโดนความร้อน หรือแผลที่เสี่ยงต่อการติดแผลกับผ้าก๊อซ การทายาชนิดนี้บาง ๆ จะช่วยให้เวลาลอกผ้าปิดแผลออกไม่เจ็บและไม่ดึงเนื้อเยื่อขึ้นมาด้วย
ข้อบ่งใช้และขั้นตอนการทำแผลสดที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์
การทำแผลที่ถูกต้องเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อ ข้อมูลจากโรงพยาบาลรามาธิบดีแนะนำขั้นตอนการปฐมพยาบาลเบื้องต้นไว้ดังนี้

ประเมินบาดแผล หากเลือดไหลไม่หยุด ให้ใช้ผ้าสะอาดกดห้ามเลือดก่อนจนกว่าเลือดจะหยุด
ล้างมือให้สะอาด ผู้ทำแผลควรล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ก่อนสัมผัสแผล
ล้างแผลด้วยน้ำเกลือ ใช้น้ำเกลือปราศจากเชื้อ เทล้างผ่านบาดแผลเพื่อชะล้างฝุ่น ผง และเชื้อโรค หากไม่มีให้ใช้น้ำสะอาด
ฆ่าเชื้อรอบแผล ใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์ 70% เช็ดวนจากขอบแผลออกไปด้านนอกประมาณ 2-3 นิ้ว (วนออกไม่วนกลับ) เพื่อฆ่าเชื้อบริเวณผิวหนังโดยรอบ
ใส่ยาฆ่าเชื้อ ใช้โพวิโดน ไอโอดีน หรือยาปฏิชีวนะชนิดขี้ผึ้ง ทาบาง ๆ บริเวณบาดแผล
ปิดแผล หากแผลเสี่ยงต่อการเสียดสีหรือสกปรก ให้ปิดด้วยผ้าก๊อซหรือพลาสเตอร์ยา แต่หากเป็นแผลถลอกตื้น ๆ อาจเปิดแผลไว้เพื่อให้แผลแห้งเร็วขึ้น
ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการใช้แอลกอฮอล์ราดแผลโดยตรง
ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการใช้แอลกอฮอล์ราดแผลโดยตรง

หนึ่งในความเชื่อที่ผิดมหันต์และยังคงปฏิบัติสืบต่อกันมาคือ การนำแอลกอฮอล์มาราดลงบนแผลสดโดยตรง เพราะเข้าใจว่ายิ่งแสบยิ่งดี ยิ่งฆ่าเชื้อได้ลึก แต่ในทางการแพทย์นั้น “ความแสบคือสัญญาณของการทำลายเนื้อเยื่อ”

เมื่อแอลกอฮอล์สัมผัสกับเนื้อเยื่ออ่อนภายในบาดแผล มันจะเข้าไปทำลายโปรตีนของเซลล์ผิวหนัง ทำให้เซลล์ที่ควรจะทำหน้าที่สมานแผลตายลง ผลที่ตามมาคือ

แผลหายช้ากว่าปกติ
เกิดแผลเป็นที่เห็นชัดเจน
ผู้ป่วยได้รับความเจ็บปวดทรมานโดยไม่จำเป็น
ดังนั้น ขอให้จำไว้เสมอว่า แอลกอฮอล์มีไว้สำหรับ “ผิวหนังปกติ” รอบนอกบาดแผลเท่านั้น

ผลข้างเคียงและอาการแพ้ยาใส่แผลที่ต้องระวัง
แม้จะเป็นยาสามัญประจำบ้าน แต่ยาทาแผลสดก็สามารถก่อให้เกิดผลข้างเคียงได้หากใช้ไม่ถูกวิธี หรือใช้ในผู้ที่มีอาการแพ้

อาการระคายเคือง การใช้ยาที่เข้มข้นเกินไป หรือใช้ผิดประเภท (เช่น ไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์) อาจทำให้ผิวหนังแดง แสบ และลอก
อาการแพ้สัมผัส ผู้ป่วยบางรายอาจแพ้ส่วนผสมในยา เช่น แพ้ไอโอดีนในเบตาดีน หรือแพ้ยาปฏิชีวนะกลุ่ม Neomycin จะสังเกตได้จากผื่นแดง คัน มีตุ่มน้ำใสขึ้นบริเวณที่ทายา หากพบอาการเหล่านี้ให้หยุดใช้ทันที ล้างออกด้วยน้ำสะอาด และรีบปรึกษาแพทย์
ผิวหนังไหม้ ในกรณีใช้ทิงเจอร์ไอโอดีน (ซึ่งปัจจุบันไม่นิยมใช้แล้ว) ปิดทับด้วยผ้าแน่นเกินไป อาจทำให้ผิวหนังไหม้พองได้
ข้อควรระวังพิเศษสำหรับการใช้ยากับกลุ่มเสี่ยง
การใช้ยาทาแผลสดในกลุ่มเปราะบางต้องใช้ความระมัดระวังมากกว่าปกติ ได้แก่

เด็กทารกและเด็กเล็ก ผิวหนังของเด็กมีความบอบบางและดูดซึมสารเคมีได้ดีกว่าผู้ใหญ่ การใช้ยาที่มีส่วนผสมของไอโอดีนเข้มข้นหรือทาเป็นบริเวณกว้าง อาจส่งผลต่อการทำงานของต่อมไทรอยด์ในเด็กได้ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้
หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร ควรระวังการใช้ยาที่มีส่วนผสมของไอโอดีนต่อเนื่องเป็นเวลานาน เพราะอาจซึมผ่านกระแสเลือดและส่งผ่านไปยังทารกได้
ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ผู้ป่วยกลุ่มนี้แผลหายยากและติดเชื้อง่าย หากมีแผลที่เท้าหรือแผลเรื้อรัง ไม่ควรดูแลแผลเองด้วยยาทั่วไปเป็นเวลานาน ควรอยู่ในการดูแลของแพทย์เพื่อป้องกันการลุกลามจนอาจต้องตัดอวัยวะ
สัญญาณเตือนว่าแผลติดเชื้อและควรไปพบแพทย์ทันที
แม้จะปฐมพยาบาลเบื้องต้นแล้ว แต่หากบาดแผลมีความรุนแรงหรือดูแลไม่สะอาดพอ อาจนำไปสู่การติดเชื้อได้ หากพบสัญญาณเตือนต่อไปนี้ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที ไม่ควรรักษาเอง

ปวด บวม แดง ร้อน อาการเหล่านี้รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ แทนที่จะทุเลาลง
มีหนอง มีของเหลวขุ่น ข้น หรือมีกลิ่นเหม็นไหลออกมาจากแผล
มีไข้ มีไข้สูง หนาวสั่น ร่วมกับอาการปวดแผล
รอยแดงลาม เห็นเส้นสีแดงวิ่งเป็นริ้วออกจากบาดแผล
แผลจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมกัด เสี่ยงต่อโรคพิษสุนัขบ้า จำเป็นต้องได้รับวัคซีนเสริมภูมิคุ้มกัน
แผลจากโลหะสนิม เสี่ยงต่อการเกิดบาดทะยัก จำเป็นต้องได้รับวัคซีนเสริมภูมิคุ้มกัน
สรุป
การเลือกใช้ “ยาทาแผลสด” ให้ถูกต้องและเหมาะสมกับลักษณะของบาดแผล คือกุญแจสำคัญของการปฐมพยาบาลที่มีประสิทธิภาพ การมีน้ำเกลือล้างแผล แอลกอฮอล์ และยาฆ่าเชื้อติดตู้ยาไว้เป็นสิ่งจำเป็น แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือความรู้ในการใช้ยาเหล่านั้นอย่างถูกวิธี หลีกเลี่ยงความเชื่อผิด ๆ อย่างการราดแอลกอฮอล์ใส่แผล และหมั่นสังเกตอาการผิดปกติ เพื่อให้บาดแผลหายสนิทโดยไม่เกิดภาวะแทรกซ้อน การดูแลใส่ใจเพียงเล็กน้อยในเบื้องต้น จะช่วยลดโอกาสการเจ็บป่วยรุนแรงในอนาคตได้