ท่านผู้ชมครับ... วันนี้ผมต้องขอพูดถึง คุณอนุทิน ชาญวีรกูล อีกสักครั้ง เพราะคุณจะหาว่าผมมาแซะคุณอนุทินได้ทุกครั้ง ด้วยความสัตย์จริงนะ ถ้าคุณอนุทินทำงานด้วยความซื่อสัตย์ พิสูจน์ได้ แล้วก็มีวิธีการและมีผลลัพธ์ที่ออกมาให้ผมเห็นได้ ผมไม่แซะเขาหรอก แต่จะสนับสนุนเขาเสียด้วยซ้ำ
.
ผมเป็นคนแรกที่บอกว่า คุณอนุทินไม่มี "จริยธรรม" ในการแต่งตั้งพ่อค้าน้ำมันมานั่งเป็นประธานแก้ปัญหาวิกฤติน้ำมัน จนกระทั่งประชาชนที่เดือดร้อนน้ำมันแพงตื่นกันทั้งประเทศ ลากไปถึง คุณพิพัฒน์ รัชกิจประการ ที่ทนกระแสไม่ไหว ให้สัมภาษณ์นาย สรยุทธ์ สุทัศนจินดาว่า ตัวเขาเองพยายามที่จะลาออก แต่อนุทินไม่ยอม วันก่อนอนุทินยังกางปีกป้องบอก "พิพัฒน์รู้เรื่องน้ำมันดีที่สุด" ทำตัวเป็นนักเลงตัวจริง แต่พอเจอ "รถทัวร์" ประชาชนไปลงจนไม่มีที่จอดรถ เป็นไงครับ? สุดท้ายอนุทินต้อง "กลืนน้ำลายตัวเอง" ตั้งเอกนิติมาแทนพิพัฒน์ ไหนว่ารู้เรื่องน้ำมันดีนักหนาไง?
.
คำถามเดิมที่ผมต้องถามคือ ระหว่าง อนุทิน กับ ไอ้ทรัมป์บ้า ใครโกหกเก่งกว่ากัน? นับวันผมยิ่งมองอนุทินเหมือนไอ้ทรัมป์เข้าไปทุกที เมื่อวันที่ 2 เมษายน พอมีข่าวขบวนการลักลอบขนน้ำมันกลางทะเล มีคลิปลูกเรือเขมรถ่ายติดธงไทยชัดเจน คุณอนุทินก็หิวแสงรีบตะครุบชิ้นนี้ทันที นักข่าวถามว่าเลวไหม? คุณอนุทินตอบว่า "เลวครับ เป็นภัยความมั่นคง" แล้วก็ประกาศกร้าวว่าจะตั้งหน่วยไล่ล่าพวกกักตุน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ฉวยโอกาสขึ้นราคาและลักลอบนำน้ำมันออกไปขาย ดำเนินคดีถึงที่สุด แต่คุณอนุทินครับ... คุณไม่รู้จริงๆ หรือแกล้งโง่?ว่า มีคนร่วมกับเจ้าหน้าที่แอบส่งน้ำมันไปลาว แล้วเอเยนต์ที่ลาวก็เอาน้ำมันเลี้ยวขวาเข้าเขมร คุณมีดีเอสไอ มีตำรวจสอบสวนกลาง มีสายลับเต็มมือ คุณไม่รู้เหรอ?
.
วิธีแก้ง่ายๆ ถ้าคุณทำงานไม่เป็น ผมบอกให้ก็ได้ ส่งคนแฝงไปดูรถน้ำมัน 10 คันที่เข้าลาวว่ามันเลี้ยวไปเขมรจริงไหม แค่นี้ก็จบ เหมือนที่แม่สอดนั่นแหละ ชาวบ้านเขารู้กันทั้งเมืองว่าเจ้าหน้าที่คนไหนช่วยพม่า แต่ผู้การ ผู้บัญชาการภาค ผู้ว่าฯ กลับทำหน้าซื่อตาใส ไม่เกิดอะไรขึ้นเลย! เพราะฉะน้้นแล้ว เรื่องลักลอบส่งน้ำมันออกนั้น รู้อยู่แล้ว แล้วคุณมาพูดเอาเท่ทำไม ทำไมไม่จัดการล่ะ คุณทำเป็นรูปธรรมให้ผมดู ถ้าจะทำให้เป็นรูปธรรม
.
เรื่องแรกที่คุณต้องทำคือ คุณต้องระงับการส่งออกน้ำมันไปที่ลาวเด็ดขาด ไม่มีข้ออ้าง! ระงับการส่งออกน้ำมันไปลาวเด็ดขาด แต่คุณไม่ทำ เพราะคนในพรรคคุณและทหารบางคนในกลาโหมมีส่วนได้เสีย อย่าบอกนะว่า พลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม อดีตแม่ทัพภาค 2 ท่านรู้หมด เพราะท่านสนิทสนมกับพวกเขมร ท่านเคยมีฉายาว่า “เยิ้ม2”และท่านอดุลย์เป็นเพื่อนสนิทของอนุทิน ชาญวีรกูล
.
สำหรับเรื่องเช็คบิลโรงกลั่น ให้สรรพสามิตเช็คลิสต์บริษัทที่ขอยกเว้นภาษีสรรพาสามิตและภาษีศุลกากรเพื่อส่งออกน้ำมัน แล้วตามดูเรือพวกนั้นว่าไปถึงไหน พอออกทะเลแล้วมันวกกลับมาถ่ายน้ำมันให้เรือเขมรที่ติดธงไทยใช่ไหม? เด็กอมมือยังแก้ได้เลย อย่ามัวแต่โม้!
.
อีกเรื่องหนึ่งที่นายอนุทินพูดหลายเรื่อง ตอนตึก สตง.ถล่มเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ตอนนั้นนายอนุทินเป็นรัฐมนตรีมหาดไทย ลั่นวาจาว่าจะสืบเสาะเอาผู้กระทำผิดออกมาให้ได้จนถึงป่านนี้เรื่องตึกถล่มเงียบกริบ ไม่มีคำตอบให้ประชาชน ตัวเองก็ยอมรับว่าสนิทกับนายมณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าสตง.ซึ่งล่าสุดมาแจ้งความหมิ่นประมาทผมที่สถานีตำรวจบางซื่อ
.
พอมาปี 2569 ก็เกิดเหตุการณ์ซ้ำซาก คือวันที่ 14 มกราคม เครนรถไฟความเร็วสูงถล่มทับรถไฟที่สีคิ้ว(มีคนตาย32ราย บาดเจ็บ66 ราย ) ต่อมาวันที่ 15 มกราคม เครนทางด่วนพระราม 2 ถล่มอีก(เสียชีวิต2ราย บาดเจ็บ 5 ราย) มันเกิดในช่วงที่อนุทินได้เป็นนายกฯเพราะมีพรรคประชาชนโง่บัดซบหนุนหลัง คุณอนุทินก็เล่นบทถนัดเก่งมาก คือแสดงอาการไม่พอใจ"ฮึดฮัด" ประกาศแบล็กลิสต์ บริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ ITD รายเดียว ทำเป็นเอาจริงเอาจังเพื่อให้ประชาชนเชื่อว่านายกฯเอาจริงนะเว้ย เลยต้องแสดงอาการฮึดฮัดเหมือนเมื่อวานนี้ ที่อนุทินพูดถึงลักลอบขนน้ำมันว่า”เลว เป็นภัยต่อความมั่นคง” มันก็เลยทำให้พวกอวยทั้งหลายทั้งผู้ชายผู้หญิงที่อยู่ในช่องอวยฉิบหายว่า เอ๊ย!นายกฯเราเอาจริงแล้ว ใครบอกไม่ทำงาน แต่ความจริงคืออะไร? ลิเกจบแล้ว อิตาเลียนไทยยังทำงานอยู่เหมือนเดิม! ดิจิทัลฟุตพริ้นท์มันค้ำคอคุณอยู่นะคุณอนุทิน พูดให้น้อย ทำงานให้มากหน่อย มนุษย์เราเกิดมามี 2 หู 1 ปาก เพื่อให้ฟังมากกว่าพูด และมี 2 มือไว้ลงมือทำ คุณเป็นนักการเมือง คุณควรจะมีศักดิ์ศรี แต่คุณกลับทำให้ตัวเองไม่มีศักดิ์ศรี คุณกะล่อนกับใครก็ได้ แต่กะล่อนกับผมไม่ได้!
.
ผมรู้ว่า ทีมคุณและคนที่บุรีรัมย์หงุดหงิดกับผมชนิดเรือหายตายโหงเลย ถ้าฆ่าผมได้ ฆ่าผมไปแล้วงานนี้ ไม่ใช่คุณไม่คิด คุณก็คิด เอาละ คุณอนุทินต้องเข้าใจอย่างหนึ่งว่า ทุกอย่างที่ผมพูดเรื่องคุณเนี่ย คุณทำตัวคุณเองหมด ผมไม่ได้ทำ ผมยังยืนยันวันนี้ทักษะความสามารถคุณ ผมพูดตรงๆนะอย่าโกรธผม ไม่ได้ขี้ตีนผมหรอก ผมมองปัญหาออกและรู้ว่าต้องแก้ตรงไหน แต่คุณมองออกแต่แก้ไม่ได้ เพราะติดโน่น ติดนี่ ติดนั่น... ติดผลประโยชน์ใช่ไหม?


