บรรยากาศทางการเมืองด้านพลังงานกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง หลัง “พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ออกมาแสดงท่าทีตอบโต้กระแสวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของตนอย่างเผ็ดร้อน โดยระบุชัดว่าเสียงโจมตีที่เกิดขึ้นเป็นเพียงวาทกรรมทางการเมืองที่มุ่งทำลายความน่าเชื่อถือ มากกว่าจะตั้งอยู่บนข้อเท็จจริง พร้อมท้าพิสูจน์ผลงานแบบเปิดหน้าวัดกันตรงไปตรงมากับรัฐมนตรีพลังงานทุกยุค
.
การแสดงจุดยืนดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างการให้สัมภาษณ์ในรายการ “มีเรื่องต้องคุย” ทางช่อง Ch7HD News เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 ซึ่งเจ้าตัวกล่าวด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวว่า หากมีรัฐมนตรีพลังงานคนใดสามารถชี้ให้เห็นว่าทำงานมากกว่าตน ก็พร้อมเปิดเวทีให้เปรียบเทียบผลงานอย่างตรงไปตรงมา โดยย้ำว่าหากตนไม่ได้ทุ่มเทให้กับหน้าที่ ย่อมไม่สามารถพูดเช่นนี้ได้
.
อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานยังได้พาดพิงถึงกลุ่มบุคคลที่อยู่เบื้องหลังการวิพากษ์วิจารณ์ โดยระบุว่าเป็นความพยายามใช้วาทกรรมเพื่อสร้างภาพลบทางการเมือง พร้อมประกาศชัดว่าจะไม่ให้ความสำคัญกับการเคลื่อนไหวดังกล่าว และมองว่าเป็นเพียงเกมการเมืองที่มุ่งหวังผลประโยชน์ในระยะสั้นมากกว่าการแก้ปัญหาเชิงนโยบายอย่างแท้จริง
.
ถ้อยคำที่รุนแรงและท่าทีมั่นใจของพีระพันธุ์ ได้จุดกระแสถกเถียงในสังคมอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในประเด็นการใช้ภาษาที่แข็งกร้าวควบคู่กับการท้าพิสูจน์ผลงานในอดีต ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในแนวทางการทำงานช่วงที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีพลังงาน ขณะเดียวกันก็ทำให้ประเด็นเรื่องโครงสร้างราคาพลังงาน กองทุนน้ำมัน และค่าการกลั่น กลับมาเป็นที่สนใจของสาธารณชนอีกครั้ง ท่ามกลางแรงกดดันให้มีการตรวจสอบและเปรียบเทียบผลงานของผู้บริหารในแต่ละยุคอย่างเป็นรูปธรรม
.
สถานการณ์ดังกล่าวยังต้องจับตาต่อไปว่า จะนำไปสู่การเปิดข้อมูลเชิงนโยบายและผลงานในอดีตอย่างจริงจัง หรือจะกลายเป็นเพียงอีกหนึ่งฉากของความขัดแย้งทางการเมืองที่ยืดเยื้อในประเด็นพลังงาน ซึ่งยังคงเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจและค่าครองชีพของประชาชนในปัจจุบัน


