วันที่ 16 มีนาคม 2569 ที่รัฐสภา ภายหลังพิธีรับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยรองประธานสภาทั้งสองคน ร่วมแถลงถึงแนวทางการทำงานของสภาฯ ชุดใหม่ โดยยืนยันว่าจะปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชดำรัสและทำให้สภาเป็นที่พึ่งของประชาชน พร้อมปรับรูปแบบการทำงานให้เกิดผลเป็นรูปธรรมมากกว่าการอภิปรายที่ไม่เกิดข้อสรุป
.
นายโสภณกล่าวว่า สภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 27 ซึ่งเกิดจากการจัดตั้งรัฐบาลของหลายพรรคการเมือง จะต้องร่วมกันทำงานเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน โดยเน้นการขับเคลื่อนกฎหมายและการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเป็นหลัก พร้อมย้ำว่าการทำงานในสภาต้องอยู่บนพื้นฐานของความร่วมมือ แม้จะมาจากต่างพรรค แต่ต้องหลอมรวมกันเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศ
.
ประธานสภาฯ ระบุด้วยว่า ต้องการเห็นการใช้เวลาของสภาอย่างคุ้มค่า เรื่องที่ไม่เป็นประโยชน์หรือเป็นเพียงการถกเถียงโดยไม่มีข้อสรุปควรถูกลดลง และให้ความสำคัญกับปัญหาของประชาชนมากกว่าเรื่องที่สร้างความขัดแย้งทางการเมือง โดยเชื่อว่าสภาชุดนี้ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านจะร่วมกันฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจและปัญหาของประเทศได้
.
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณี นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม เสนอให้ยกเลิกงบประมาณค่าอาหารสำหรับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นายโสภณถึงกับหัวเราะก่อนกล่าวว่า เรื่องดังกล่าวไม่จำเป็นต้องนำมาพูดในลักษณะเป็นประเด็นใหญ่ เพราะสามารถหารือกันภายในสภาได้ และเมื่อได้ข้อสรุปอย่างไรก็ค่อยแถลงตามมติ
.
นายโสภณกล่าวว่า ตนอยู่ในสภามาตั้งแต่ปี 2544 ก็มีการจัดเลี้ยงอาหารในลักษณะนี้มาโดยตลอด โดยเฉพาะในอดีตที่มีการประชุมยาวตั้งแต่ช่วงบ่ายไปจนถึงดึก หรือบางวันประชุมตั้งแต่เช้าถึงเย็น จึงถือเป็นเรื่องที่ปฏิบัติกันมาเป็นปกติ พร้อมย้ำว่าประเด็นดังกล่าวควรให้สมาชิกทั้งหมดร่วมกันพิจารณาและตัดสินตามระเบียบของสภา ไม่ควรนำมาเป็นประเด็นขัดแย้งทางการเมือง
.
ประธานสภาฯ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีแล้ว จะมีการหารือเกี่ยวกับข้อบังคับ ระเบียบ และรูปแบบการประชุมของสภา เพื่อเปิดโอกาสให้สมาชิกเสนอความคิดเห็นว่าต้องการให้สภาดำเนินไปในทิศทางใด โดยตั้งเป้าให้สภาชุดนี้ทำงานในมิติใหม่และสร้างศรัทธาให้ประชาชนได้มากที่สุด


