xs
xsm
sm
md
lg

อานนท์ชี้ต้องเคารพกติกา ขณะอั๋น ภูวนาท มองระบบสอบล้มเหลว ปมเด็กทิ้งของเกลื่อนสนามเตรียมอุดมฯ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กระแสวิพากษ์วิจารณ์กรณีการสอบคัดเลือกเข้าโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 7 มีนาคมที่ผ่านมา ยังคงร้อนแรงต่อเนื่อง หลังมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งเผยแพร่ภาพเงินสด โทรศัพท์มือถือ และสิ่งของส่วนตัวของนักเรียนจำนวนมากถูกวางทิ้งเกลื่อนอยู่บริเวณหน้าสนามสอบ จนกลายเป็นภาพไวรัลที่ปลุกให้สังคมหันมาตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของกติกาการเข้าสอบ ตลอดจนประสิทธิภาพในการบริหารจัดการผู้เข้าสอบจำนวนมหาศาลในวันจริง ท่ามกลางเสียงอธิบายจากฝ่ายโรงเรียนที่ยืนยันว่าได้แจ้งข้อกำหนดล่วงหน้าไว้อย่างชัดเจน และจัดเตรียมจุดรับฝากสัมภาระไว้รองรับผู้เข้าสอบแล้ว แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกลับทำให้ประเด็นนี้ไม่จบลงเพียงคำถามว่าใครผิดใครถูก หากยังขยายวงไปสู่การถกเถียงในระดับหลักคิด ว่าการสอบแข่งขันสำคัญควรตั้งอยู่บนความเคร่งครัดของกฎระเบียบเพียงอย่างเดียว หรือจำเป็นต้องคำนึงถึงความเป็นจริงของสภาพหน้างานและความพร้อมของระบบควบคู่กันไปด้วย
.
หนึ่งในความเห็นที่ถูกแชร์อย่างกว้างขวางมาจาก รศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือ นิด้า ซึ่งออกมาแสดงท่าทีชัดเจนผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ควรถูกยกระดับเป็นดรามา โดยมองว่านักเรียนที่เข้าสอบจำเป็นต้องอ่านกติกาและปฏิบัติตามข้อกำหนดอย่างเคร่งครัด เพราะการสอบลักษณะนี้ไม่ได้วัดเฉพาะความสามารถทางวิชาการ แต่ยังสะท้อนถึงวินัย ความรอบคอบ ความอดทน และความพร้อมในการรับผิดชอบตัวเอง อานนท์มองว่าในสนามแข่งขันที่มีผู้สมัครจำนวนมาก ผู้ที่จะก้าวผ่านไปได้ย่อมไม่ใช่คนที่เก่งอย่างเดียว แต่ต้องเป็นคนที่เตรียมตัวดีและเคารพกติกาได้ด้วย จึงไม่เห็นด้วยกับการโยนภาระความผิดไปที่ระบบทั้งหมด หากผู้เข้าสอบเองไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดที่ประกาศไว้ล่วงหน้า
.
อย่างไรก็ตาม อีกด้านหนึ่งของสังคมกลับมองต่างออกไป โดย ภูวนาท คุนผลิน หรือ อั๋น ภูวนาท พิธีกรชื่อดัง ได้โพสต์แสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวในทิศทางที่ชี้ว่า แม้ทางโรงเรียนจะประกาศกติกาล่วงหน้าไว้แล้ว แต่การมีประกาศไม่ได้หมายความว่าระบบสามารถจัดการกับสถานการณ์จริงได้อย่างมีประสิทธิภาพเสมอไป พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าเหตุการณ์ที่เด็กจำนวนมากต้องวางเงินและสิ่งของทิ้งไว้หน้าสนามสอบ ไม่ใช่เพียงปัญหาการไม่อ่านกฎ แต่คือภาพสะท้อนของความล้มเหลวเชิงระบบในการออกแบบกระบวนการรองรับคนจำนวนมากในเวลาจำกัด ภูวนาทมองว่าการอ้างเพียงว่า “แจ้งแล้ว” อาจเท่ากับการผลักความรับผิดชอบด้านการจัดการออกจากผู้จัดสอบ ทั้งที่ความจริงแล้วการอำนวยความสะดวกพื้นฐาน การบริหารคิว และการออกแบบระบบรับฝากสิ่งของให้สอดคล้องกับจำนวนผู้เข้าสอบ เป็นสิ่งที่ผู้จัดต้องรับผิดชอบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
.
มุมมองดังกล่าวยิ่งทำให้ข้อถกเถียงยืดเยื้อ เพราะเมื่อมองลึกลงไป เหตุการณ์นี้ไม่ได้มีเพียงเรื่องของกฎห้ามนำสิ่งของเข้าห้องสอบเท่านั้น แต่ยังแตะไปถึงคำถามเรื่องความเป็นธรรมในการเข้าสอบของเด็กจากต่างจังหวัด เด็กที่เดินทางมาคนเดียว หรือเด็กที่ไม่มีผู้ปกครองคอยช่วยถือของและจัดการเรื่องหน้างาน ซึ่งย่อมเสียเปรียบผู้เข้าสอบอีกกลุ่มหนึ่งที่มีความพร้อมทางครอบครัวและทรัพยากรมากกว่า ในสายตาของผู้วิจารณ์ฝ่ายนี้ สนามสอบควรเป็นพื้นที่วัดความรู้และศักยภาพทางวิชาการ ไม่ใช่พื้นที่ที่เด็กต้องมาฝ่าความโกลาหลของระบบ หรือแบกรับภาระเกินจำเป็นจากปัจจัยภายนอกที่ไม่เกี่ยวกับข้อสอบโดยตรง
.
กรณีดรามาสอบเข้าเตรียมอุดมศึกษาครั้งนี้ จึงกลายเป็นมากกว่าการเถียงกันเรื่องวินัยส่วนบุคคลหรือการจัดสอบเพียงวันเดียว หากแต่เป็นภาพสะท้อนของรอยต่อระหว่าง “กติกา” กับ “การจัดการ” ที่สังคมไทยยังหาความพอดีไม่เจอ ฝ่ายหนึ่งยืนยันว่าการเคารพกฎเป็นพื้นฐานของความรับผิดชอบและความพร้อมในชีวิตจริง ขณะที่อีกฝ่ายเห็นว่ากฎที่ดีต้องมาพร้อมระบบที่ทำงานได้จริง มิฉะนั้นกฎก็อาจกลายเป็นเพียงเครื่องมือผลักภาระกลับไปให้ผู้ที่อ่อนแอกว่า ท่ามกลางความเห็นที่แตกออกเป็นสองขั้ว เหตุการณ์นี้จึงอาจเป็นอีกหนึ่งบทเรียนสำคัญที่ทำให้สังคมหันกลับมาทบทวนว่า การสอบแข่งขันในโลกยุคใหม่ควรพิสูจน์เพียงความสามารถของเด็ก หรือควรพิสูจน์ว่าสถาบันและระบบเองก็พร้อมจะดูแลพวกเขาอย่างเป็นธรรมเช่นกัน