xs
xsm
sm
md
lg

อ่าวเปอร์เซียตึงเครียด! สื่อรัฐอิหร่านอ้างยิงขีปนาวุธใส่เรือบรรทุกน้ำมันสหรัฐฯ หลังประกาศคุมช่องแคบฮอร์มุซ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางเพิ่มระดับขึ้นอีกครั้ง หลังสถานีโทรทัศน์แห่งรัฐของอิหร่านรายงานเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม อ้างว่ากองทัพอิหร่านได้ยิงขีปนาวุธโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของสหรัฐฯ ลำหนึ่งในบริเวณทางตอนเหนือของอ่าวเปอร์เซีย โดยระบุว่าเป็นหนึ่งในปฏิบัติการล่าสุดที่มุ่งเป้าไปยังโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของฝ่ายตะวันตกในภูมิภาคที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจโลก
.
รายงานดังกล่าวอ้างคำแถลงของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน หรือ IRGC ซึ่งระบุว่าเรือบรรทุกน้ำมันลำดังกล่าวถูกขีปนาวุธพุ่งเข้าโจมตีโดยตรง ขณะแล่นอยู่ในน่านน้ำตอนเหนือของอ่าวเปอร์เซีย อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานยืนยันอย่างเป็นอิสระเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว และยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับความเสียหายหรือสถานการณ์ของลูกเรือบนเรือลำดังกล่าว
.
สำนักข่าวยูโรนิวส์รายงานเพิ่มเติมว่า เหตุการณ์ที่อิหร่านอ้างถึงเกิดขึ้นหลังจากก่อนหน้านี้ไม่นาน กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามได้ออกแถลงการณ์ประกาศว่าอิหร่านสามารถ “ควบคุมช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างสมบูรณ์” ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของโลก เนื่องจากช่องแคบดังกล่าวทำหน้าที่เชื่อมต่ออ่าวเปอร์เซียกับมหาสมุทรอินเดีย และเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติของโลกในสัดส่วนมหาศาล
.
ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงระหว่างประเทศมองว่า หากมีการยืนยันว่าเกิดการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันจริง เหตุการณ์ดังกล่าวอาจส่งผลสะเทือนต่อเสถียรภาพของตลาดพลังงานโลกทันที เนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นเส้นเลือดใหญ่ของระบบพลังงานโลก โดยมีการขนส่งน้ำมันหลายสิบเปอร์เซ็นต์ของปริมาณการค้าทางทะเลผ่านพื้นที่ดังกล่าวทุกวัน
.
ขณะเดียวกัน เหตุการณ์นี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ รวมถึงพันธมิตรในภูมิภาค ซึ่งที่ผ่านมาเกิดการเผชิญหน้าทางทหารและการเมืองหลายครั้ง โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับเส้นทางพลังงานและความมั่นคงในอ่าวเปอร์เซีย
.
จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากฝ่ายสหรัฐฯ เกี่ยวกับรายงานของอิหร่าน ขณะที่นานาชาติกำลังจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากความเคลื่อนไหวใด ๆ ในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซสามารถส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและเสถียรภาพด้านพลังงานได้ในวงกว้าง