เตหะราน — พลตรี ยาห์ยา ราฮิม ซาฟาวี อดีตผู้บัญชาการสูงสุดของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่าน เปิดเผยผ่านการให้สัมภาษณ์ทางสถานีโทรทัศน์ของรัฐว่า หน่วยข่าวกรองของอิหร่านสามารถติดตามและตรวจสอบเป้าหมายของสหรัฐฯ และอิสราเอลในภูมิภาคตะวันออกกลางได้อย่างครบถ้วน พร้อมระบุว่าอิหร่านทราบแม้กระทั่งสถานที่จัดการประชุมลับของนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล เมื่อวันที่ 3 มีนาคมที่ผ่านมา
.
ซาฟาวีกล่าวว่า ฐานข้อมูลข่าวกรองของอิหร่านมีความสมบูรณ์ และหน่วยข่าวกรองสามารถเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้ามได้อย่างละเอียด โดยเขาเน้นย้ำว่าเตหะรานสามารถติดตามความเคลื่อนไหวเชิงยุทธศาสตร์ของทั้งวอชิงตันและเทลอาวีฟในภูมิภาคได้อย่างใกล้ชิด
.
อดีตผู้บัญชาการ IRGC ซึ่งดำรงตำแหน่งระหว่างปี 1997 ถึง 2007 ยังวิพากษ์วิจารณ์บทบาทของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง โดยกล่าวว่า โดนัลด์ ทรัมป์ กลายเป็น “หมากตัวหนึ่งในมือของเนทันยาฮู” และกำลังเสียสละผลประโยชน์ของสหรัฐฯ เพื่อสนับสนุนอิสราเอล เขายังระบุว่ามีนักการเมืองอเมริกันจำนวนหนึ่งตั้งคำถามว่า เหตุใดเงินภาษีของประชาชนสหรัฐฯ รวมถึงชีวิตของทหารอเมริกันจึงต้องถูกใช้ไปเพื่อสนับสนุนผลประโยชน์ของอิสราเอล
.
ซาฟาวียังกล่าวถึงสถานการณ์ความตึงเครียดหลังสงคราม 12 วันระหว่างอิหร่านและอิสราเอลในเดือนมิถุนายน ปี 2025 โดยระบุว่า เตหะรานได้ใช้ช่วงเวลาหลังความขัดแย้งเพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านขีปนาวุธและโดรนโจมตีเพิ่มขึ้น “สิบเท่า” พร้อมกับเดินหน้าดำเนินนโยบายทางการทูตควบคู่กันไป
.
เขายังกล่าวหาว่าปฏิบัติการร่วมทางทหารระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลตั้งอยู่บนการประเมินเชิงกลยุทธ์ที่ผิดพลาด โดยเชื่อว่าอิหร่านอ่อนแอลงจากความขัดแย้งก่อนหน้า ทั้งที่ในความเป็นจริง อิหร่านได้เตรียมรับมือไว้แล้ว พร้อมทั้งอพยพบุคลากรและอุปกรณ์สำคัญออกจากพื้นที่เป้าหมายล่วงหน้า
.
“พวกเขากำลังทำลายอาคารที่ว่างเปล่า ไม่มีทหารยาม ไม่มีสมาชิกกองกำลังบาซิชอยู่ข้างใน” ซาฟาวีกล่าว พร้อมยืนยันว่าการโจมตีดังกล่าวไม่ได้สร้างความเสียหายต่อศักยภาพทางทหารของอิหร่านอย่างที่ฝ่ายตรงข้ามคาดหวัง
.
ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์รายนี้ยังกล่าวว่า เป้าหมายแท้จริงของปฏิบัติการร่วมระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลคือความพยายามเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองของอิหร่าน รวมถึงการสร้างความแตกแยกภายในประเทศ แต่เขาแสดงความเชื่อมั่นว่าแผนดังกล่าวจะไม่ประสบความสำเร็จ
.
ซาฟาวียังกล่าวถึงอนาคตทางการเมืองของอิหร่านว่า สมัชชาผู้เชี่ยวชาญมีศักยภาพในการคัดเลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่เพื่อสืบทอดตำแหน่งต่อจาก อยาตอลเลาะห์ อาลี คอเมเนอี หากเกิดสถานการณ์เปลี่ยนผ่านทางอำนาจ
.
ก่อนหน้านี้ ในช่วงสงคราม 12 วันเมื่อปี 2025 อิหร่านเคยเปิดฉากโจมตีบ้านพักของนายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูนอกกรุงเยรูซาเลม รวมถึงเป้าหมายสำคัญอื่นๆ ในรัฐบาลอิสราเอลในเวลานั้น โดยการโจมตีดังกล่าวสร้างความเสียหายต่อที่พักอาศัยของผู้นำอิสราเอลอย่างหนัก แม้ในช่วงเวลาดังกล่าวครอบครัวของเนทันยาฮูจะพำนักอยู่ในสหรัฐอเมริกา
.
รายงานล่าสุดยังระบุว่า ครอบครัวของเนทันยาฮูยังคงอยู่ต่างประเทศเช่นเดิม ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดที่ยังคงดำเนินต่อไปในภูมิภาคตะวันออกกลาง


