รายงานข่าวจากพรรคภูมิใจไทยเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 เปิดเผยความเคลื่อนไหวสำคัญในการจัดโผคณะรัฐมนตรีชุด “อนุทิน 2/1” ซึ่งกำลังเป็นที่จับตาในแวดวงการเมือง โดยแนวทางจัดสรรตำแหน่งครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นการผลัดใบครั้งใหญ่ ภายใต้แนวคิดดันคนรุ่นใหม่ ทายาทบ้านใหญ่ และกลุ่มที่ทำงานใกล้ชิดกับพรรคมาอย่างต่อเนื่อง เข้าสู่บทบาทฝ่ายบริหารในสัดส่วนที่ครอบคลุมถึง 19 กระทรวง ถือเป็นการรื้อสูตรโควตา ส.ส. 10 คน ต่อรัฐมนตรี 1 คน ที่เคยยึดถือก่อนหน้านี้
.
แหล่งข่าวระบุว่า รายชื่อที่ถูกจับตามองในกลุ่มดาวรุ่งเลือดน้ำเงิน ประกอบด้วย นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ส.ส.ศรีสะเกษ น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย ส.ส.อุบลราชธานี นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ ส.ส.สตูล นางสุขสมรวย วันทนียกุล หรือ “เจ๊รวย” ส.ส.อำนาจเจริญ และนายพลพีร์ สุวรรณฉวี ส.ส.นครราชสีมา โดยทั้งหมดถูกวางบทบาทเป็นกลไกใหม่ของพรรคที่มีจุดยืนชัดในหลายประเด็น โดยเฉพาะการคัดค้านกาสิโน และได้รับการยืนยันว่าเป็นเลือดน้ำเงินแท้ที่ยืนหยัดกับพรรคมาโดยตลอด
.
ในส่วนตำแหน่งฝ่ายนิติบัญญัติ มีแนวโน้มว่า นายโสภณ ซารัมย์ ส.ส.บุรีรัมย์ หลายสมัย จะได้รับการเสนอชื่อเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร ขณะที่ตำแหน่งรองประธานสภาฯ มีรายชื่อแคนดิเดต 4 คน ได้แก่ นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ส.ส.ลพบุรี นายสนอง เทพอักษรณรงค์ ส.ส.บุรีรัมย์ และนายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ส่วนตำแหน่งรองประธานสภาฯ คนที่ 1 มีรายงานว่าอาจเป็นโควตาของพรรคเพื่อไทย โดยมีชื่อ นายประเสริฐ จันทรวงทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ปรากฏขึ้น ท่ามกลางกระแสข่าวว่าอาจไม่ได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีจากข้อจำกัดด้านคุณสมบัติ
.
สำหรับ 19 กระทรวงในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทยที่มีความชัดเจนแล้ว ครอบคลุมกระทรวงหลักหลายด้าน อาทิ มหาดไทย การคลัง พาณิชย์ การต่างประเทศ คมนาคม พลังงาน การท่องเที่ยวและกีฬา ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อุตสาหกรรม สาธารณสุข วัฒนธรรม ยุติธรรม ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงสำนักนายกรัฐมนตรี สะท้อนบทบาทที่เพิ่มน้ำหนักของพรรคในฝ่ายบริหารอย่างมีนัยสำคัญ
.
ขณะเดียวกัน รายชื่อรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทยที่เปิดออกมา ประกอบด้วย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน และนายประเสริฐ จันทรวงทอง แต่มีรายงานว่าพรรคภูมิใจไทยได้ตีกลับ 3 รายชื่อหลัง พร้อมแสดงจุดยืนต้องการให้พรรคเพื่อไทยส่งบุคคลรุ่นใหม่เข้าร่วมคณะรัฐมนตรีแทน สะท้อนการต่อรองเชิงอำนาจภายในพรรคร่วมรัฐบาลที่กำลังเข้มข้นขึ้นในห้วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่
.
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวถูกมองว่าไม่เพียงเป็นการปรับทัพภายในพรรคภูมิใจไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณการจัดสมดุลอำนาจใหม่ในรัฐบาลผสม ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางการเมืองในระยะต่อไปอย่างมีนัยสำคัญ ท่ามกลางการจับตาจากทุกภาคส่วนว่าการจัดโผครั้งนี้จะลงเอยอย่างไร และจะสร้างแรงกระเพื่อมในสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่ในอนาคตอันใกล้


