xs
xsm
sm
md
lg

ยธ.เดินหน้าคดีสแกมเมอร์ ยึดทรัพย์แล้วกว่า 1.3 หมื่นล้าน เร่งพิจารณาหมายจับ “เบน สมิธ”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



วันนี้ (24 กุมภาพันธ์) ที่ทำเนียบรัฐบาล ยศวินทร์ เพียรพิทักษ์ ตัวแทนช่วยเหลือเหยื่อคอลเซนเตอร์ เปิดเผยภายหลังเข้าพบ พล.ต.ท. รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และ ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อยื่นหนังสือแสดงความขอบคุณรัฐบาลและนายกรัฐมนตรี ว่า ในฐานะตัวแทนผู้เสียหายจากคดีสแกมเมอร์ ขอขอบคุณการทำงานเชิงรุกของภาครัฐที่ทำให้คดีมีความคืบหน้า โดยเฉพาะการดำเนินการของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ซึ่งสามารถยึดทรัพย์ผู้กระทำผิดได้แล้วกว่า 13,000 ล้านบาท สะท้อนความจริงจังในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นวงกว้าง
.
ด้าน พล.ต.ท. รุทธพล กล่าวว่า หลังรับหนังสือและหารือเบื้องต้น ได้รับทราบถึงผลกระทบที่ผู้เสียหายจำนวนมากเผชิญ ทั้งกรณีถูกหลอกลวง สูญเสียทรัพย์สิน และบางรายยังถูกธนาคารดำเนินการฟ้องร้องหรืออายัดทรัพย์จากภาระหนี้สินที่เกิดขึ้น โดยในกรณีที่ไม่สามารถผ่อนชำระได้ กระทรวงยุติธรรมและกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพจะเข้ามาดูแลในส่วนของการแก้ไขปัญหาหนี้ก่อนศาลมีคำพิพากษา ขณะที่ภายหลังศาลมีคำพิพากษาแล้ว กรมบังคับคดีจะเข้ามาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง
.
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมยังระบุว่า มีแนวคิดนำปัญหาของผู้เสียหายจากสแกมเมอร์และอาชญากรรมออนไลน์เข้าสู่ระบบของกรมคุ้มครองสิทธิฯ เพื่อประสานการเยียวยาและการเฉลี่ยคืนทรัพย์สินอย่างเป็นระบบและรวดเร็ว ขณะเดียวกันในส่วนคดีอาญา เจ้าหน้าที่จะติดตามนำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ยืนยันว่าไม่มีการปล่อยปละละเลย และจากการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่พบความเกี่ยวข้องของนักการเมืองในคดีดังกล่าว
.
สำหรับความคืบหน้าคดี “เบน สมิธ” อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิจารณาว่าสามารถขอศาลออกหมายจับได้หรือไม่ รวมถึงบทบาทว่าเป็นตัวการหรือผู้สนับสนุนในการกระทำความผิด ทั้งนี้ รายละเอียดเชิงลึกยังไม่สามารถเปิดเผยได้เนื่องจากอยู่ในสำนวนการสอบสวน เช่นเดียวกับกรณีของ ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว ว่าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา เขต 4 พรรคกล้าธรรม ว่าจะมีการดำเนินการยึดทรัพย์สินหรือไม่ ซึ่งยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้ด้วยเหตุผลเดียวกัน
.
ทั้งนี้ กระทรวงยุติธรรมย้ำว่าการดำเนินการทั้งหมดเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย โดยให้ความสำคัญทั้งด้านการติดตามผู้กระทำผิด การอายัดและเฉลี่ยทรัพย์คืน รวมถึงการเยียวยาผู้เสียหาย เพื่อคลี่คลายผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างรอบด้าน