20 ก.พ. 2569 รายงานข่าวจากพรรคภูมิใจไทย ระบุว่า นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ออกมายืนยันจุดยืนทางการเมืองของพรรคต่อสถานการณ์จัดตั้งรัฐบาล โดยย้ำชัดว่าไม่ได้ยื่นเงื่อนไขให้พรรคการเมืองใดต้องโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีก่อนเจรจาจัดตั้งรัฐบาล แต่เปิดรับทุกพรรคที่แสดงเจตนาสนับสนุน นายอนุทิน ชาญวีรกูล พร้อมระบุว่าทุกอย่างต้องเป็นไปตามกระบวนการและรอการรับรองผลเลือกตั้งจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อย่างเป็นทางการ
.
นายไชยชนกกล่าวถึงความกังวลกรณีไทม์ไลน์การตั้งรัฐบาลอาจยืดเยื้อว่า ในเชิงการทำงานปัจจุบันรัฐบาลรักษาการยังปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ รัฐมนตรีทุกคนยังขับเคลื่อนภารกิจต่อเนื่อง แม้ในเชิงแผนงานอาจมีข้อจำกัดด้านความคล่องตัวบ้าง แต่พรรคได้เตรียมข้อมูลและวางแผนล่วงหน้าไว้แล้ว โดยยอมรับว่าหากสถานการณ์ลากยาวอาจส่งผลต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเป้าหมายจีดีพีที่ตั้งไว้ที่ 2.5% และแผนระยะยาวที่ขยายเป้าการเติบโตเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามยังเชื่อว่าทีมบริหารมีมาตรการรองรับ พร้อมเดินหน้า “ยาแรง” ทันทีเมื่อจัดตั้งรัฐบาลได้ ไม่ว่าจะเป็นโครงการคนละครึ่งพลัส การเปิดลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ รวมถึงการกิโยตินกฎหมายโดยดึงนักกฎหมายและนักวิชาการอิสระร่วมปรับปรุงกฎระเบียบ เชื่อว่าภายในสองปีหลังตั้งรัฐบาลจะเห็นผลฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ
.
ต่อคำถามกรณีพรรคกล้าธรรมยังไม่ชัดเจนว่าจะร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายไชยชนกระบุว่า จุดยืนยังเหมือนเดิม คือรอการรับรองผลเลือกตั้งจาก กกต. และเปิดให้ทุกพรรคแสดงท่าที ส่วนกรณีที่มีความเห็นว่าการโหวตนายกฯ ควรเกิดหลังการเจรจาจัดตั้งรัฐบาลนั้น เจ้าตัวย้ำว่า พรรคไม่ได้กำหนดให้ใครต้องโหวตก่อน เพียงแต่เปิดรับการแสดงเจตนาสนับสนุนเท่านั้น ไม่ได้เป็นการยื่นข้อเสนอหรือเงื่อนไขใดเป็นพิเศษ
.
เมื่อถูกถามถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งมีความเห็นจากฝ่ายการเมืองบางส่วนว่าการบริหารงานไม่ง่าย นายไชยชนกตอบว่า ทุกกระทรวงล้วนมีความท้าทายแตกต่างกัน และท้ายที่สุดต้องวัดกันที่ผลงานมากกว่าวิธีการหรือบุคลิกส่วนตัวของผู้บริหาร พร้อมย้ำว่าไม่กังวลหากพรรคต้องรับผิดชอบกระทรวงดังกล่าว โดยอ้างประสบการณ์จากการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมที่ผ่านมา ว่าการเปลี่ยนผ่านรัฐบาลอาจมีอุปสรรคบ้าง แต่หากมีเจตนาทำงานเพื่อประชาชนและประสานความร่วมมือกับระบบราชการอย่างจริงจัง ผลลัพธ์ย่อมพิสูจน์ได้ด้วยเวลา
.
ในประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคกล้าธรรม ภายหลังมีการเปรียบเปรยถึงช่วงเวลาหวานทางการเมือง นายไชยชนกกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า สำหรับตนเองมองการเมืองไม่เคยหวาน เป็นเรื่องของการทำงานและความรับผิดชอบมากกว่าอารมณ์ความรู้สึก
.
ส่วนกรณีที่มีการกล่าวอ้างถึงบทบาทในการผลักดันการขายข้าวกับประเทศจีน นายไชยชนกระบุว่า ยังไม่ทราบรายละเอียดเชิงลึก แต่ยอมรับว่ามีการเดินทางไปเจรจาจริง และเห็นว่าผลงานลักษณะดังกล่าวเป็นความร่วมมือของหลายกระทรวง ไม่ควรยกเป็นผลงานของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง เพราะเป็นผลลัพธ์ของการทำงานในภาพรวมของรัฐบาล
.
สถานการณ์จัดตั้งรัฐบาลในขณะนี้จึงยังต้องจับตาท่าทีของแต่ละพรรคการเมืองอย่างใกล้ชิด ขณะที่พรรคภูมิใจไทยยืนยันเดินตามกรอบกฎหมาย รอการรับรองผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ และย้ำว่าการเมืองสำหรับพวกเขาไม่ใช่เรื่องหวานชื่น หากแต่เป็นสนามที่ต้องวัดกันด้วยผลงานและความสามารถในการบริหารประเทศ


