xs
xsm
sm
md
lg

ปมร้อนเลเซอร์ไอดี–บทบาทสื่อ “หมอเดชา” โพสต์เห็นด้วยกับกรรมกรข่าวดัง “ไอ้ควายสรยุทธฯ”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



18 กุมภาพันธ์ 2569 กระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ยังคงร้อนแรงต่อเนื่องจากกรณีการเก็บ “ตัวเลขเลเซอร์ไอดี” บนบัตรประชาชนของผู้สมัครสมาชิกพรรคการเมืองที่ถูกเรียกว่า “พรรคส้ม” ซึ่งมีผู้ตั้งข้อสงสัยถึงความเหมาะสมและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ล่าสุด นายเดชา ศิริภัทร ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ หรือ “หมอเดชา” ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงความคิดเห็นต่อบทบาทของผู้ประกาศข่าวชื่อดังที่ออกมาชี้แจงแทนพรรคดังกล่าว พร้อมใช้ถ้อยคำรุนแรงต่อผู้ตั้งคำถาม
.
ข้อความของ หมอเดชา ระบุว่า “ตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้งที่ผ่านมา หลายคนบอกว่า คุณสรยุทธฯ เป็น ‘นายแบก’ พรรคส้ม ผมเพิ่งเข้าใจความเป็น ‘นายแบก’ ของคุณสรยุทธฯ ชัดเจนขึ้น จากคำพูดบางประโยค ในภาพด้านล่างซ้าย คุณสรยุทธฯ เรียก ผู้สงสัยพฤติกรรมของพรรคส้ม ว่า ‘ไอ้ควาย’ เรื่องนี้คือ ตัวเลขเลเซอร์ไอดีบนบัตรประชาชน ที่พรรคส้มเก็บจากผู้สมัครสมาชิกพรรคฯ เมื่อมีผู้สงสัยว่าอาจผิดกฎหมาย คุณสรยุทธฯออกมาชี้แจงแทน แล้วแถม ‘ควาย’ ให้ด้วย จึงถูกสงสัยว่า ทำไมคุณสรยุทธฯ จึงเดือดร้อนแทนพรรคส้ม และ ‘ออกตัวแรง’ ขนาดนี้ คุณสรยุทธฯ คงรู้ตัวว่าแสดงบทบาท ‘นายแบก’ เกินพอดีไปแล้ว จึงต้องออกมาชี้แจง โดยเฉพาะชี้แจงเหตุผลที่ใช้คำว่า ‘ไอ้ควาย’ (ภาพล่างขวา) ว่า มีความหมายที่ ‘ดีมาก’ เช่น ‘ควายฉลาดและแสนรู้มาก...ผมชื่นชม ผมรักควายมากนะ โคตรรักเลย... ’ เป็นต้น เสียดายที่คุณสรยุทธฯ ไม่ได้อธิบายความหมาย (ดีๆ) ของคำว่า ‘ไอ้’ ที่คุณสรยุทธฯใช้ หากให้เดา คุณสรยุทธฯ คงอธิบายว่า คำ ‘ไอ้’ แสดงถึงความรักใคร่สนิทสนม อย่างยิ่ง หลายคนคงไม่เห็นด้วย (ไม่เชื่อ) ในคำชี้แจงของคุณสรยุทธฯ ว่ามีความรู้สึกอย่างนั้นจริง สำหรับผมเอง ‘ยกประโยชน์ให้จำเลย’ คือ เชื่อว่าคุณสรยุทรฯ รู้สึกดีๆกับคำว่า ‘ควาย’ ดังนั้น ถ้าผมรู้สึกว่าคุณสรยุทธฯ เป็นคนฉลาด และผมชื่นชม/ รักมาก.... ผมคงพูดว่า... ‘ผมเห็นด้วยกับคุณจริงๆนะ... ไอ้ควายสรยุทธฯ’....”
.
โพสต์ดังกล่าวถูกแชร์ต่ออย่างรวดเร็ว พร้อมเสียงวิพากษ์วิจารณ์หลากหลายมุมมอง ทั้งในประเด็นการเก็บข้อมูล Laser ID ที่ยังอยู่ระหว่างการตั้งคำถามทางกฎหมาย และในมิติของความเหมาะสมของถ้อยคำที่บุคคลสาธารณะใช้ในพื้นที่สื่อ
.
ขณะเดียวกัน ดราม่าครั้งนี้ได้ขยายวงจากข้อสงสัยเรื่องข้อมูลสมาชิกพรรค ไปสู่การถกเถียงถึงบทบาทของสื่อมวลชนในประเด็นการเมืองที่ละเอียดอ่อน ว่าควรมีเส้นแบ่งและความระมัดระวังเพียงใด โดยสถานการณ์ยังคงต้องติดตามท่าทีจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดต่อไป