5 กุมภาพันธ์ 2569 ถกเถียงทางการเมืองในโลกออนไลน์ทวีความร้อนแรงขึ้นอีกระลอก หลัง เรวดี ศรีท้าว อดีตนักกรีฑาทีมชาติไทย ออกมาแสดงจุดยืนทางการเมืองอย่างชัดเจนผ่านข้อความที่ถูกเผยแพร่และแชร์ต่อเป็นวงกว้าง โดยระบุว่า ไม่กลัวการทุจริตคอร์รัปชันเท่ากับการสิ้นชาติ ไม่เลือกพรรคประชาชน ไม่กาส้มเน่า เลือกชาติ ศาสน์ กษัตริย์ อย่างไม่เปลี่ยนแปลง
.
ถ้อยแถลงดังกล่าวสร้างแรงสะเทือนในสังคมออนไลน์ทันที ทั้งเสียงสนับสนุนและเสียงคัดค้านจากประชาชนจำนวนมาก โดยฝ่ายที่เห็นด้วยมองว่าเป็นการแสดงจุดยืนทางอุดมการณ์ที่ตรงไปตรงมา ขณะที่อีกส่วนหนึ่งตั้งคำถามถึงการเชื่อมโยงประเด็นการทุจริตเข้ากับการตัดสินใจเลือกพรรคการเมือง และกังวลว่าอาจซ้ำเติมความแตกแยกทางความคิดในสังคม
.
ขณะเดียวกัน คนดังและนักวิชาการหลายรายได้ออกมาแสดงความคิดเห็นตอบโต้ หนึ่งในนั้นคือ ดร.โสภณ พรโชคชัย นักอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง ซึ่งระบุว่า หากไม่เข้าใจข้อมูลอย่างรอบด้านก็ไม่ควรสื่อสารหรือกล่าวหาอย่างส่งเดช พร้อมย้ำว่าการทุจริตคอร์รัปชันคือปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่การบ่อนทำลายประเทศในระยะยาว โดยชี้ให้เห็นปัญหาซ้อนทับในสังคม ทั้งขบวนการหลอกลวงออนไลน์ อาชญากรรมข้ามชาติ ยาเสพติด และอิทธิพลกลุ่มทุนสีเทา ซึ่งล้วนเกิดขึ้นได้จากระบบที่ปล่อยให้การทุจริตฝังรากลึก
.
ประเด็นดังกล่าวกลายเป็นชนวนให้สังคมหันมาถกเถียงกันอย่างกว้างขวางถึงนิยามของคำว่า “รักชาติ” บทบาทของประชาชนในการตรวจสอบอำนาจรัฐ และเส้นแบ่งระหว่างอุดมการณ์ทางการเมืองกับการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ท่ามกลางบรรยากาศทางการเมืองที่กำลังเดินเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ เสียงจากบุคคลสาธารณะจึงไม่เพียงสะท้อนความคิดเห็นส่วนตัว แต่ยังส่งผลต่อทิศทางการรับรู้ของสังคมในประเด็นการเมืองและธรรมาภิบาลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


