4 กุมภาพันธ์ 2569 กระแสวิพากษ์ในสื่อสังคมออนไลน์ปะทุขึ้นอีกครั้ง หลังคลิปวิดีโอเก่าที่มีภาพและคำพูดของ “แอ๊ด คาราบาว” ถูกนำกลับมาเผยแพร่ซ้ำพร้อมข้อความพาดหัวเชิงชี้นำทางการเมือง โดยในโพสต์ที่ถูกแชร์ต่ออย่างกว้างขวางมีการใส่ถ้อยคำแรงและจัดวางคำบรรยายให้ตีความไปในทิศทางเดียว จนทำให้เกิดการถกเถียงว่าศิลปินถูกดึงชื่อไปเป็นเครื่องมือของกระแสการเมืองในช่วงเวลาที่อ่อนไหว
.
ท่ามกลางความร้อนแรงดังกล่าว “แอ๊ด คาราบาว” ได้โพสต์ข้อความในเชิงสะท้อนท่าทีต่อสถานการณ์ พร้อมประโยคที่ถูกแชร์ต่อจำนวนมากว่า “ดีครับพี่ การเมืองเรื่องของอำนาจ เปลืองตัว” ทำให้แฟนเพลงและผู้ติดตามจำนวนหนึ่งมองว่าเจ้าตัวต้องการเว้นระยะจากการถูกลากเข้าไปในความขัดแย้ง ขณะที่อีกส่วนเห็นว่าโพสต์ดังกล่าวคือการส่งสารถึงผู้ที่นำคลิปเก่ากลับมาใช้ซ้ำ โดยเฉพาะกรณีที่มีการนำภาพหน้าปก/ภาพประกอบคลิปไปตัดต่อเป็นแนวมีม ใส่ข้อความสรุปความหมายแทนเจ้าตัวอย่างแข็งกร้าว จนเสี่ยงทำให้สาธารณชนเข้าใจผิดว่าเป็นจุดยืนล่าสุด
.
ในช่องแสดงความคิดเห็น กระแสส่วนใหญ่เทไปทางไม่พอใจเพจหรือผู้เผยแพร่ที่นำคลิปเดิมกลับมาปั่นกระแส ผู้ติดตามหลายรายเรียกร้องให้ช่วยกันกดรายงานโพสต์และหยุดการแชร์ต่อ บางรายเสนอให้ “แอ๊ด คาราบาว” ออกคลิปชี้แจงแถลงความจริง เพื่อให้ประเด็นยุติก่อนลุกลาม ขณะที่อีกกลุ่มใช้ถ้อยคำเข้มขึ้นถึงขั้นเสนอให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยอ้างถึงการนำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์และการบิดเบือนบริบทของคลิป อย่างไรก็ดี มีผู้แสดงความคิดเห็นบางส่วนตั้งข้อสังเกตในอีกมุมว่า การหยิบคลิปกลับมาพูดถึงอาจยิ่งทำให้คลิปถูกส่งต่อมากขึ้น และควรถ่วงดุลด้วยการสื่อสารที่ชัดเจนและระมัดระวัง
.
ขณะเดียวกัน ยังพบว่าคลิปดังกล่าวถูกนำไปเผยแพร่ข้ามแพลตฟอร์มหลายจุด และมีการแนบลิงก์แชร์จาก Facebook ต่อกันเป็นทอดๆ จนผู้ใช้จำนวนหนึ่งระบุว่า “เจอทุกคลิป” และ “มันลงทุกแอป” สะท้อนรูปแบบการกระจายคอนเทนต์ที่รวดเร็วและควบคุมยากในยุคปัจจุบัน โดยประเด็นสำคัญที่ทำให้สังคมออนไลน์แตกเป็นหลายเสียง ไม่ได้อยู่แค่ตัวคลิปเก่า แต่อยู่ที่การใส่คำพาดหัว แคปชัน ที่เปลี่ยนสารจากคลิปให้กลายเป็นข้อสรุปทางการเมืองแบบตัดสินแทนผู้พูด
.
สำหรับเพจที่ถูกพูดถึงอย่างมากในคอมเมนต์ มีผู้ใช้งานจำนวนหนึ่งอ้างว่าเป็นผู้เผยแพร่คลิปดังกล่าวและมีผู้เข้าชมสูง โดยมีการพาดพิงชื่อเพจดังอยู่ในบทสนทนาและภาพประกอบที่ถูกแชร์ต่อ อย่างไรก็ตาม ณ เวลาที่เกิดกระแส ฝั่งผู้แชร์และผู้วิจารณ์ยังคงโต้เถียงกันในประเด็นเดิมคือ “คลิปเก่า-บริบทเก่า” กับ “การนำกลับมาใช้เพื่อสื่อสารทางการเมืองในปัจจุบัน” ซึ่งเป็นชนวนที่ทำให้ผู้ติดตามของ “แอ๊ด คาราบาว” จำนวนมากออกมาเรียกร้องให้หยุดการนำชื่อศิลปินไปผูกกับการเลือกข้าง และให้เคารพเจตนาของเจ้าตัวมากกว่าการตัดต่อความหมายให้เข้ากับอารมณ์ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง


