3 กุมภาพันธ์ 2569 โลกออนไลน์กลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังเพจชื่อดังนำเสนอภาพและบทสัมภาษณ์ของ ฐิตินาถ ณ พัทลุง หรือที่สาธารณชนคุ้นเคยในชื่อ “ครูอ้อย เข็มทิศชีวิต” ซึ่งหายหน้าหายตาจากสื่อไทยไปเป็นเวลานาน ก่อนจะปรากฏตัวอีกครั้งในภาพลักษณ์ใหม่ ใช้ชีวิตหรูหราที่ประเทศโมนาโก จนสร้างความประหลาดใจให้กับผู้ที่เคยติดตามบทบาทของเธอในอดีตอย่างกว้างขวาง
.
รายงานจากเพจดังระบุว่า ครูอ้อยให้สัมภาษณ์กับพิธีกรต่างชาติ โดยถูกถามถึงถิ่นกำเนิด ซึ่งเธอตอบว่า พ่อแม่มาจากประเทศไทย แต่ตนเองอาศัยอยู่ที่โมนาโก พร้อมระบุว่าเริ่มต้นเป็นเศรษฐีตั้งแต่อายุ 28 ปี และมีธุรกิจมากกว่า 10 แห่งทั่วโลก คำให้สัมภาษณ์ดังกล่าวยิ่งกลายเป็นประเด็นร้อน เมื่อครูอ้อยอ้างถึงรายได้ในวัยเด็กว่า สามารถสร้างมูลค่าทางธุรกิจได้ถึง 80 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 2,560 ล้านบาท จากเส้นทางที่เริ่มต้นด้วยตัวเลขติดลบเพียงไม่กี่ดอลลาร์
ช่วงหนึ่งของการสัมภาษณ์ที่ถูกนำมาเผยแพร่และถูกพูดถึงอย่างมาก คือคำตอบต่อคำถามว่าหลุดพ้นจากความยากจนได้อย่างไร ครูอ้อยระบุว่า ควรมีเพื่อนที่ร่ำรวยอย่างน้อยหนึ่งคน เพราะคนรวยจะสอนวิธีสร้างความมั่งคั่งและช่วยสนับสนุนเงินทุนในการเริ่มต้นธุรกิจ ขณะที่คนจนทำได้เพียงฉุดให้ตกต่ำ ถ้อยคำดังกล่าวกลายเป็นชนวนสำคัญที่ทำให้กระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ปะทุขึ้นอย่างรวดเร็ว
.
เพจที่นำเสนอเรื่องนี้ยังเขียนข้อความเชิงประชดถึงพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การบ่นเรื่องเงินปลายเดือนหรือการชวนกันกินอาหารราคาประหยัด พร้อมตั้งคำถามเสียดสีว่า การคบหาคนลักษณะดังกล่าวอาจเป็นอุปสรรคต่อความร่ำรวยหรือไม่ ส่งผลให้โพสต์ดังกล่าวถูกแชร์ต่อเป็นจำนวนมาก และเปิดพื้นที่ให้ผู้ใช้งานโซเชียลเข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างหลากหลาย
ความคิดเห็นจำนวนไม่น้อยตั้งคำถามถึงความเปลี่ยนแปลงของบุคลิกและบทบาทของครูอ้อย จากอดีตที่เคยสอนสมาธิและพูดถึงหลักศาสนา สู่การให้สัมภาษณ์ในฐานะมหาเศรษฐีระดับโลก บางส่วนตั้งข้อสงสัยถึงที่มาของความมั่งคั่ง ขณะที่อีกส่วนมองว่าเป็นเพียงการสร้างภาพลักษณ์ใหม่ในเวทีสากล นอกจากนี้ ยังมีการขุดข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบทบาทปัจจุบันของเธอ ซึ่งอ้างว่าใช้ชื่อในระดับนานาชาติ ทำธุรกิจด้านเทคโนโลยีสุขภาพจิต และร่วมลงทุนกับบุคคลมีชื่อเสียงในต่างประเทศ
.
กระแสดราม่าดังกล่าวยังคงขยายตัวต่อเนื่อง โดยมีทั้งผู้ที่ตั้งคำถามอย่างเผ็ดร้อนและผู้ที่ติดตามด้วยความสงสัยว่า เรื่องราวทั้งหมดเป็นความจริงเพียงใด หรือเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์ของโลกโซเชียลที่ผสมผสานระหว่างความเชื่อ ภาพลักษณ์ และการตลาดส่วนบุคคล ซึ่งสุดท้ายแล้ว สังคมออนไลน์ยังคงเป็นผู้ตัดสินผ่านการวิพากษ์และการตั้งคำถามที่ยังไม่สิ้นสุด


