นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2569 ถึงกรณีที่มีการนำเสนอข่าวการใช้งบประมาณบริหารกองทุนประกันสังคมจำนวน 12 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงโรงอาหารของสำนักงานประกันสังคมพื้นที่ 3 ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่กระทรวงแรงงาน ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.2561 และได้ผ่านกระบวนการอนุมัติทั้งด้านงบประมาณและการก่อสร้างไปแล้วตามขั้นตอนในขณะนั้น อย่างไรก็ตาม เพื่อความชัดเจนและสร้างความสบายใจให้กับสังคม ตนได้สั่งการให้สำนักงานประกันสังคมรวบรวมข้อเท็จจริงทั้งหมด รายงานตรงมายังรัฐมนตรีภายใน 24 ชั่วโมง
.
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ระบุว่า ประเด็นที่น่าเป็นห่วงยิ่งกว่าตัวโครงการ คือผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ประกันตนกว่า 24.5 ล้านคน ที่ตั้งคำถามต่อการบริหารจัดการเงินกองทุนประกันสังคม เนื่องจากเงินทุกบาททุกสตางค์เป็นเงินที่ถูกหักจากค่าจ้างแรงงานในแต่ละเดือน เพื่อนำมาเป็นหลักประกันความมั่นคงในชีวิตของผู้ประกันตน ตั้งแต่การดูแลด้านการเจ็บป่วย การคลอดบุตร การทุพพลภาพ การว่างงาน การอภิบาลบุตร ไปจนถึงบำนาญชราภาพในบั้นปลายชีวิต เงินกองทุนดังกล่าวจึงเป็นเงินของผู้ประกันตน ไม่ใช่เงินของสำนักงานประกันสังคม การนำไปใช้จึงต้องตั้งอยู่บนหลักความถูกต้อง โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน
.
นางสาวตรีนุช กล่าวด้วยว่า ตนขอขอบคุณภาคประชาสังคมที่ช่วยนำเสนอข้อมูลและตั้งคำถามต่อการทำงานของสำนักงานประกันสังคม เพราะถือเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการทำงานอย่างรอบคอบรัดกุม เพื่อสร้างหลักประกันทางสังคมให้กับผู้ประกันตนอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพื่อสร้างความมั่งคั่งให้กับองค์กร พร้อมย้ำว่า ผู้ประกันตนคือเจ้าของเงิน ไม่ใช่เพียงผู้จ่ายเงินสมทบ การบริหารจัดการที่ไม่เหมาะสมหรือเกิดความผิดพลาด ไม่เพียงเป็นความผิดร้ายแรงในเชิงการบริหารเท่านั้น แต่ยังเป็นสิ่งที่บ่อนทำลายระบบประกันสังคม และกัดกร่อนความเชื่อมั่นของผู้ประกันตน ซึ่งอาจต้องใช้เวลายาวนานในการฟื้นฟูความเชื่อถือกลับคืนมา
.
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ยังเห็นว่า กรณีนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญที่สำนักงานประกันสังคมควรยกระดับมาตรการด้านความโปร่งใสและธรรมาภิบาล โดยเฉพาะการเปิดเผยข้อมูลการลงทุน สถานะของกองทุน และรายละเอียดการใช้เงินอย่างชัดเจน เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้สะดวกและรวดเร็ว ควบคู่กับการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้ประกันตนโดยตรง เพื่อนำมาปรับปรุงการบริการและสิทธิประโยชน์ให้ตอบโจทย์ความต้องการอย่างแท้จริง และทำให้เงินทุกบาททุกสตางค์ของผู้ประกันตนถูกใช้ภายใต้หลักความโปร่งใส เป็นไปตามเจตนารมณ์ของการก่อตั้งสำนักงานประกันสังคมในการดูแลผู้ประกันตนตั้งแต่เกิดจนถึงบั้นปลายชีวิต


