xs
xsm
sm
md
lg

แผนซ้อนแผน! นักเรียน ม.6 ถูกขู่คดีฟอกเงิน ก่อนไหวตัวทัน ซ้อนแผนเก็บข้อมูลแก๊งคอลเซ็นเตอร์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เพจเฟซบุ๊ก “สถานีข่าวชัยนาท” รายงานเหตุการณ์ระทึกที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชัยนาท เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2569 หลังนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 รายหนึ่ง แสดงไหวพริบและความใจเย็น ซ้อนแผนย้อนศรแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่พยายามข่มขู่หลอกลวงให้โอนเงิน อาศัยจังหวะการสนทนาที่ยืดเยื้อ ล้วงข้อมูลชื่อและเลขบัญชีของกลุ่มมิจฉาชีพไว้เป็นหลักฐาน ก่อนนำเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
.
เหตุการณ์ดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองชัยนาท ได้รับแจ้งจากผู้ปกครองว่า นายกฤษซ์ทิพงศ์ หรือ “น้องอิคคิว” อายุ 18 ปี นักเรียนชั้น ม.6 ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ติดต่อข่มขู่ อ้างว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน และพยายามหลอกให้โอนเงินจำนวนเกือบ 50,000 บาท ที่บ้านพักในพื้นที่ตำบลบ้านกล้วย เจ้าหน้าที่จึงรีบเข้าตรวจสอบ แต่พบเพียงบิดาของน้องอิคคิว ก่อนทราบภายหลังว่าเด็กชายได้ขอติดรถเพื่อนบ้านไปยังธนาคารออมสิน สาขาสะพานใหม่
.
เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามไปยังธนาคารดังกล่าว ก่อนพบตัวน้องอิคคิวขณะกำลังทำธุรกรรม โดยยังไม่มีการโอนเงินเกิดขึ้น ในระหว่างนั้นกลุ่มมิจฉาชีพยังคงถือสายพูดคุยไม่วาง น้องอิคคิวซึ่งเริ่มแน่ใจแล้วว่ากำลังถูกหลอกลวง จึงตัดสินใจทำทีปฏิบัติตามคำสั่ง เพื่อถ่วงเวลาและซ้อนแผน ล้วงข้อมูลสำคัญของปลายสายให้ได้มากที่สุด
.
หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้พาน้องอิคคิวมายัง สภ.เมืองชัยนาท เพื่อพูดคุยสายต่อหน้าตำรวจ โดยมิจฉาชีพพยายามกดดันให้เปิดกล้องและหมุนไปรอบตัว เนื่องจากไม่เชื่อว่าอยู่ที่บ้าน เด็กชายจึงตัดสินใจเดินเข้าไปในห้องน้ำและคุยต่อ จนสามารถขอข้อมูลชื่อและเลขบัญชีปลายทางที่ถูกใช้ในการหลอกให้โอนเงินจำนวน 49,998 บาท โดยอ้างว่าเป็นขั้นตอนสุดท้ายเพื่อยุติคดีฟอกเงิน เมื่อได้ข้อมูลครบถ้วนแล้ว น้องอิคคิวจึงกดวางสาย ท่ามกลางความโล่งใจของเจ้าหน้าที่ และความห่วงใยของบิดามารดาที่รีบเดินทางกลับมาดูลูกชายทันที
.
น้องอิคคิวเปิดเผยว่า เหตุการณ์ทั้งหมดเริ่มตั้งแต่เวลาประมาณ 09.00 น. เมื่อมีสายโทรศัพท์อ้างตัวเป็นผู้จัดการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ แจ้งหมายเลขพนักงานและกล่าวหาว่าตนมีส่วนเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน พร้อมส่งเอกสารราชการปลอมมาให้ดู จากนั้นพยายามพูดคุยกดดันต่อเนื่องยาวนานจนถึงช่วงบ่ายสอง ด้วยความไม่เคยเดินทางไปธนาคารคนเดียว เด็กชายจึงขอติดรถเพื่อนบ้านไป แต่เริ่มเอะใจเมื่อสังเกตว่าเอกสารที่ส่งมาดูมีพิรุธ เมื่อไปถึงธนาคาร ปลายสายกลับสั่งให้ปิดไมโครโฟนคุย ทำให้ตัดสินใจโอนเงินทั้งหมดที่มีอยู่ไปให้แม่ก่อน เพื่อป้องกันการถูกหลอกเอาข้อมูล และใช้ช่วงเวลานั้นพยายามล้วงเลขบัญชีและชื่อของมิจฉาชีพให้ได้มากที่สุด
.
ด้านมารดาของน้องอิคคิวให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ลูกชายเพิ่งสมัครเข้ามหาวิทยาลัยเพียงแห่งเดียวและมีการกรอกข้อมูลส่วนตัวไว้ จึงไม่แน่ชัดว่าข้อมูลอาจรั่วไหลจากจุดนี้หรือไม่ แต่สังเกตพฤติกรรมผิดปกติระหว่างที่ลูกคุยโทรศัพท์ โดยได้ยินลูกพูดว่า “แป๊บนึงแม่” ซ้ำหลายครั้ง ซึ่งไม่ใช่นิสัยปกติ จึงขอให้ลูกส่งเอกสารที่ได้รับมาให้ตรวจสอบ เมื่อพิจารณาแล้วมั่นใจว่าเป็นเอกสารปลอม และเมื่อทดลองแอดไลน์กลับไปสอบถาม ปลายสายกลับพูดจาไม่สุภาพก่อนตัดสายทิ้ง ทำให้ตัดสินใจขับรถจากจังหวัดสระบุรีกลับมาหาลูกทันทีด้วยความเป็นห่วง
.
ทั้งนี้ ครอบครัวและน้องอิคคิวได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองชัยนาท เพื่อให้เจ้าหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐาน และดำเนินคดีกับกลุ่มมิจฉาชีพตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป พร้อมฝากเตือนประชาชนให้ระมัดระวังการรับสายจากบุคคลแอบอ้างหน่วยงานรัฐ หรือข่มขู่เกี่ยวกับคดีความ และไม่หลงเชื่อโอนเงินโดยเด็ดขาด


กำลังโหลดความคิดเห็น