xs
xsm
sm
md
lg

อย่าคิดแทนประชาชน! เลขาฯ กกต.แจงเหตุไม่ขยายลงทะเบียนประชามติ ชี้ระบบรองรับได้ ตัวเลขน่าพอใจ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



วันที่ 6 มกราคม นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้แจงกรณีข้อเรียกร้องให้ขยายระยะเวลาการลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขตว่า ไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากติดข้อจำกัดตามเงื่อนไขของกฎหมาย ซึ่งกำหนดขั้นตอนและกรอบเวลาชัดเจน ทั้งในเรื่องการจัดทำบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร การจัดทำบัญชีผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วไปกว่าแสนหน่วย รวมถึงภารกิจด้านธุรการอื่นที่ต้องดำเนินการควบคู่กัน หากมีการขยายเวลาออกไปจะกระทบต่อกระบวนการในส่วนอื่นทั้งหมด
.
เลขาธิการ กกต.ระบุว่า ระยะเวลาการเปิดให้ลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขตจำนวน 3 วันนั้น เพียงพอสำหรับประชาชน โดยเมื่อคำนวณตามระยะเวลาจริง แต่ละคนมีเวลามากถึง 4,320 นาที การใช้เวลาเพียงประมาณ 3 นาทีในการลงทะเบียนถือว่าไม่ใช่เรื่องยาก หากมีการเตรียมข้อมูลให้พร้อม พร้อมย้ำว่าการลงทะเบียนใช้เวลาสั้นและระบบไม่ได้ซับซ้อน ดังนั้นเมื่อกรอบเวลามีอยู่ชัดเจน ผู้มีสิทธิต้องบริหารจัดการเวลาและรับผิดชอบสิทธิของตนเองให้ได้ พร้อมยืนยันอีกครั้งว่าไม่สามารถขยายระยะเวลาได้ เพราะจะกระทบต่อการดำเนินงานภาพรวม
.
สำหรับภาพรวมการลงทะเบียนในวันสุดท้ายเมื่อวันที่ 5 มกราคม นายแสวงกล่าวว่า ตัวเลขผู้ลงทะเบียนมีจำนวนมากกว่าการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 ทั้งในส่วนของการลงทะเบียนนอกเขตและนอกราชอาณาจักร โดยมีผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าประมาณ 9 แสนคน และผู้ลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขตราว 1 ล้านคน ถือเป็นตัวเลขที่น่าพอใจและสะท้อนว่าระบบสามารถรองรับการใช้งานได้ แม้อาจมีความติดขัดบ้างในบางช่วงเวลา แต่ไม่ได้เกิดปัญหาร้ายแรง
.
เมื่อถูกถามถึงตัวเลขผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้ากับผู้ลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขตที่มีความแตกต่างกันค่อนข้างมาก เลขาธิการ กกต.ชี้แจงว่า จากการตรวจสอบพบว่ามีผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าประมาณ 2.2 ล้านคน ขณะที่ผู้ลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขตมีราว 1.6 ล้านคน หรือแตกต่างกันประมาณ 6 แสนคน พร้อมย้ำว่าไม่ควรไปคิดแทนประชาชนว่าผู้ที่ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าจะต้องลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขตด้วย เนื่องจากเป็นคนละสิทธิและขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของแต่ละบุคคล
.
ในประเด็นปัญหาการลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขตที่ไม่สามารถเลือกหน่วยนอกเขตภายในจังหวัดของตนเองได้ นายแสวงยอมรับว่าเป็นข้อจำกัดที่มาจากตัวบทกฎหมาย ไม่ใช่ความบกพร่องในการดูแลประชาชน โดยกฎหมายออกแบบให้ผู้มีสิทธิต้องไปใช้สิทธิในเขตที่กำหนด หากลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขตและอยู่ต่างจังหวัด ก็จำเป็นต้องเดินทางไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด ส่วนผู้ที่ไม่ได้ลงทะเบียนก็สามารถกลับไปใช้สิทธิในเขตของตนเองได้ตามปกติ
.
เมื่อถูกถามถึงโอกาสในการใช้ดุลพินิจเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการเลือกตั้งหรือประชามติครั้งถัดไป เลขาธิการ กกต.กล่าวว่า ในกระบวนการแข่งขันทางการเมือง กติกาจำเป็นต้องชัดเจนและเคร่งครัด เพราะมีผู้แพ้และผู้ชนะอยู่เสมอ หากไม่มีความชัดเจนก็อาจนำไปสู่ปัญหาได้ อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวเห็นว่ากฎหมายควรได้รับการพิจารณาแก้ไขในอนาคตเพื่อให้สอดคล้องกับบริบทมากขึ้น
.
สำหรับข้อวิจารณ์เรื่องการจัดประชามติพร้อมการเลือกตั้งที่ใช้งบประมาณสูง นายแสวงชี้แจงว่า หากพิจารณาตามกฎหมายจะเข้าใจเหตุผลที่ต้องใช้กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งจำนวน 14 คนต่อหน่วย เนื่องจากต้องนับคะแนนพร้อมกันถึง 3 กระดาน ไม่สามารถดำเนินการทีละกระดานได้ พร้อมระบุว่าการจัดประชามติควบคู่กับการเลือกตั้งเป็นการประหยัดงบประมาณอย่างมีนัยสำคัญ หากจัดแยกกันจะใช้งบประมาณรวมกว่า 11,000 ล้านบาท แต่เมื่อจัดพร้อมกันใช้งบประมาณราว 7,000 ล้านบาท ประหยัดไปกว่า 4,000 ล้านบาท โดยเฉพาะงบประมาณสำหรับการทำประชามติในครั้งนี้ใช้อยู่ราว 500 ล้านบาท
.
เลขาธิการ กกต.ยังอธิบายขั้นตอนการใช้สิทธิในวันเลือกตั้งว่า ผู้มีสิทธิต้องแสดงตน 2 ครั้ง ครั้งแรกเพื่อใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากนั้นหย่อนบัตรลงหีบ ก่อนจะแสดงตนอีกครั้งเพื่อใช้สิทธิออกเสียงประชามติ ซึ่งใช้เวลาไม่นาน โดยสำนักงาน กกต.จะจัดทำหน่วยเลือกตั้งเสมือนจริงเพื่อประชาสัมพันธ์ขั้นตอนให้ประชาชนเข้าใจล่วงหน้า
.
ส่วนการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรที่บางประเทศเริ่มจัดการลงคะแนนตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม นายแสวงยืนยันว่าไม่เป็นปัญหา เนื่องจากกฎหมายเปิดช่องให้ลงคะแนนก่อนตามสภาพพื้นที่และภารกิจของสถานทูตในแต่ละประเทศ โดยบัตรเลือกตั้ง ส.ส.จากต่างประเทศจะส่งกลับมานับคะแนนที่ประเทศไทย ขณะที่บัตรออกเสียงประชามติจะนับที่สถานทูตทันที ซึ่งขณะนี้มีผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรรวมประมาณ 1.3 แสนคน


กำลังโหลดความคิดเห็น