ป้องกันจมน้ำด้วย 5 ทักษะความปลอดภัยทางน้ำ
1. เรียนรู้สิ่งแวดล้อมและพฤติกรรมเสี่ยงต่อการจมน้ำ สอนให้เด็กรู้ว่าแหล่งน้ำไหนเสี่ยง ไม่ควรไปวิ่งเล่นใกล้ๆ โดยอาจจะพาเด็กเดินสำรวจสิ่งแวดล้อมในชุมชน และพาเขาไปดูว่าจุดไหนที่อันตราย และจุดไหนที่ปลอดภัย เพราะเด็กวัยนี้จะเข้าใจ ในเหตุและผลได้แล้ว
2. ลอยตัวในน้ำได้อย่างน้อย 3 นาที เพื่อรอการช่วยเหลือ เนื่องจากสาเหตุของการจมน้ำส่วนใหญ่ เกิดจากการที่เด็กมักจะเล่นกันใกล้ฝั่งและพลาดตกลงไปในน้ำ แต่ไม่สามารถที่จะลอยตัวขึ้นมาเพื่อจะเข้าฝั่งได้ เพราะฉะนั้นถ้าลอยตัวได้ 3 นาที เด็กจะสามารถช่วยตัวเองได้
3. ว่ายได้ 15 เมตร นอกจากการลอยตัวให้ได้ 3 นาทีแล้ว เพื่อเป็นทักษะในการว่ายเข้าฝั่งหากพลัดตกลงไปในน้ำ
4. รู้อันตราย เด็กต้องรู้ว่า การกระโดดลงไปช่วยเพื่อนที่กำลังจมน้ำนั้นเป็นเรื่องที่อันตราย และยึดหลัก 3 ข้อ คือ “ตะโกน โยน ยื่น” ตะโกน ให้ผู้ใหญ่มาช่วย โยน สิ่งของที่อยู่รอบตัว เช่น ถังน้ำ แกลลอน เพื่อให้เพื่อนเกาะและสามารถใช้ลอยตัวได้ ยื่น สิ่งยาวๆ ให้เพื่อนจับแล้วดึงเข้ามาใกล้ฝั่ง (โดยจุดที่เขายืนก็ต้องมั่นคงด้วย)
5. การใช้ชูชีพ เพื่อการเดินทางทางน้ำ ไม่ว่าจะเรือชนิดใด จะว่ายน้ำเป็นไม่เป็น ก็มีความเสี่ยงที่จะจมน้ำได้เช่นกัน ดังนั้น การฝึกให้เด็ก ใส่ – ถอด ชูชีพให้ถูกวิธี หัดลอยตัวเมื่อใส่ชูชีพให้ได้
รศ.นพ.อดิศักดิ์ ยังบอกอีกว่า ล่าสุด สสส. และสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็ก และครอบครัวฯ ได้ร่วมกันเปิด โครงการทักษะความปลอดภัยทางน้ำ Stop Drowning Start Doing โดยสนับสนุน 30 โรงเรียนนำร่องทั่วประเทศ นำ 5 ทักษะทางน้ำมาถ่ายทอดให้แก่เด็กนักเรียน ซึ่งในอนาคตหากสามารถขยายให้เรื่องของทักษะทางน้ำมีอยู่ในการเรียนการสอนทุกโรงเรียนทั่วประเทศ ก็จะเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็ก และเชื่อว่าจะทำให้ตัวเลขความสูญเสียลดลงได้
ทั้งนี้ ผู้ปกครองเองก็สามารถนำ 5 ทักษะดังกล่าวมาสอนลูกด้วยตนเองได้ไม่ยาก เริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ เพื่อป้องกันเหตุให้ “ลูกน้อย” ของคุณไม่ต้องตกอยู่ในอันตราย


