xs
xsm
sm
md
lg

ล่องหนแบบไหน? สะพัด Su-35 รัสเซียไล่ล่า "แร็พเตอร์" สหรัฐในซีเรีย สอยได้สบายๆ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

<br><FONT color=#00003>ภาพ F-22 แร็พเตอร์ บนจอระบบ OLS-35 ของ Su-35 ที่แพร่สะพัดตามเว็บไซต์กับฟอรั่มข่าวกลาโหมในโซนยุโรปข้ามวันมานี้ ยังไม่มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายสหรัฐออกยืนยันหรือปฏิเสธเรื่องนี้ แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ค่ายรัสเซียกล่าวว่า ระบบตรวจจับติดตามแบบ IRST บนเครื่องบินรบยุคที่ 4++ รุ่นนี้ก้าวหน้ามากกว่าที่คิด.  </a>

MGR ออนไลน์ -- ภาพเครื่องบินรบ Su-35S กองทัพอากาศรัสเซียที่ประจำการในซีเรียลำหนึ่ง ใช้อุปกรณ์อินฟราเรดค้นหาและติดตามเครื่องบินโจมตีแบบ F-22 ของกองทัพอากาศสหรัฐ แพร่สะพัดในโลกออนไลน์ข้ามวันมานี้ โดยภาพที่ประมวลจากสัญญาณความร้อนบนหน้าจอ ปรากฎเป็นรูปลักษณ์ของ "แร็พเตอร์" (Raptor) ให้เห็นอย่างชัดเจน และ กำลังมีการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้ผ่านเว็บไซต์ข่าวกลาโหมชั้นนำต่างๆ ในย่านยุโรป

อาจจะเป็นครั้งแรกที่มีการเผยแพร่ภาพที่ควรจะเป็นความลับทางการทหาร -- เป็นครั้งแรกที่อาจแสดงให้เห็นว่าแท้จริงแล้ว เครื่องบินรบ "ล่องหน" ยุคที่ 5 สามารถตรวจจับได้ด้วยระบบเรดาร์หรือระบบตรวจค้นหาติดตามที่ก้าวหน้า ถึงแม้ว่าจะมิใช่ครั้งแรกที่เครื่องบินรบ "สเตลธ์" แบบแรกของโลก โดยกองทัพอากาศสหรัฐ ได้เผชิญหน้าใกล้ชิดกับเครื่องบินรบรัสเซียรุ่นเดียวกันนี้ในซีเรีย

ภาพที่ได้รับความสนใจล่าสุดนี้ เผยแพร่เมื่อวันจันทร์ 24 ก.ย.ที่ผ่านมา ในเฟซบุ๊กที่ไม่เป็นทางการของนักบินรัสเซียคนหนึ่ง แต่ภาพแสดงให้เห็นเวลากับพิกัด ในการตรวจจับอย่างชัดเจน

นักวิเคราะห์เครื่องบินรบของค่ายรัสเซียกล่าวว่า Su-35S ทุกลำติดตั้งระบบค้นหาติดตามที่เรียกว่า OLS-35 ที่รวมการใช้ระบบอินฟราเรด เลเซอร์ในการหาระยะกับพิกัด ตลอดจนกล้องถ่ายภาพผสมผสานเข้าด้วยกัน ระบบนี้สามารถตรวจจับภาพจากคลื่นความร้อน (Heat Signature) ได้ในรัศมี 55 กิโลเมตร นับว่ามีประโยชน์ยิ่งในการตรวจจับหาเครื่องบิน "ล่องหน" เช่นแร็พเตอร์ ในระยะใกล้ๆ

ตามข้อมูลในเว็บไซต์ Deagel.com นอกจากตรวจหา Heat Signature จากความร้อนที่ปล่อยจากเครื่องยนต์ด้วยอินฟราเรด กับการตรวจหาระยะด้วยเลเซอร์แล้ว ระบบ OLS-35 ยังสามารถตรวจหาคลื่นสะท้อนจากผิวของเครื่องบินสเตลธ์ได้โดยตรง และประสิทธิภาพสูงอีกด้วย ถึงแม้จะมีเนื้อที่สะท้อนคลื่นอยู่เพียงน้อยนิดก็ตาม
.

ระบบของ Su-35 นับว่าเหนือชั้นกว่าระบบก่อนๆ ที่ติดตั้งบนเครื่องบินรบ Su-27/30 ระบบตรวจจับและติดตามแบบอินฟราเรด (Infra-red search and track) ของ Su-35 มีประสิทธิภาพเหนือชั้นกว่าระบบตรวจหาแบบอิเล็กโทรอ๊อพติคัล (OEPS-27) ของครอบครัว Su-27/30 ทั้งในแง่ของระยะ ความแม่นยำและความเชื่อถือได้

อย่างไรก็ตาม ภาพของเครื่องบินข้าศึกที่ปรากฎบนจอของเครื่อง IRST ดังกล่าวไม่สามารถใช้นำวิถีให้อาวุธปล่อยแบบอากาศสู่อากาศ ที่ติดตั้งบนเครื่องบินได้ และ ไม่ได้หมายความว่า ตรวจพบแล้วจะทำให้ระบบปล่อยอาวุธอัตโนมัติ กับระบบอัตโนมัติอื่นๆ บนเครื่องทำงานได้ทันที ระบบ OLS-35 เพียงอย่างเดียวจึงยังไม่สามารถจะจัดการเครื่องบินสเตลท์ข้าศึกได้

นั่นคือ ในสถานการณ์สู้รบจริง นักบินของ Su-35 ลำที่แสดงให้เห็นภาพการตรวจจับครั้งนี้ จะไม่สามารถ "ลั่นกระสุน" จัดการ F-22 ของสหรัฐลำนี้่ได้โดยตรง เนื่องจากภาพที่ปรากฏนั้นไม่ใช่วัตถุ (เครื่องบินข้าศึก) ตัวจริง แต่สามารถส่งข้อมูลผ่านระบบ IRST ไปให้แก่ระบบต่อสู้อากาศยานนำวิถีที่อยู่ภาคพื้นดิน ใช้ระบบอาวุธปล่อยชนิดต่างๆจัดการได้..

เมื่อปลายปีที่แล้วเคยมีข่าวคราวออกมาครั้งหนึ่ง เกี่ยวกับการเผชิญหน้าระหว่างเครื่องรบยุคที่ 5 กับเครื่องบินรบยุคที่ 4++ ของรัสเซี่ยในซีเรีย -- ฝ่ายรัสเซียบอกว่า F-22 ของสหรัฐลำหนึ่งบินเข้าใกล้เครื่องบินทื้งระเบิด Su-24 ของรัสเซีย ขณะปฏิบัติการโจมตีกลุ่มก่อการร้ายในซีเรีย แต่ "แร็พเตอร์" ลำดังกล่าวรีบหันหัวหลบไป เมื่อ Su-35 จำนวน 2 ลำไปถึงบริเวณที่เกิดเหตุ

ผู้ที่รู้เรื่องนี้ดีของฝ่ายสหรัฐอธิบายว่า ในเหตุการณ์นั้นเครื่องบินของสหรัฐได้เข้าใกล้ และได้ปล่อยพลุร้อนให้นักบินรัสเซียได้เห็น เพื่อเตือนว่าเขากำลังเข้าใกล้เขตปฏิบัติการของกลุ่มพันธมิตรสหรัฐบนภาคพื้นดิน และ แร็พเตอร์บินจากไป หลังปฏิบัติภารกิจแล้วเสร็จสิ้น มิใช่การหลบหนี
.
<br><FONT color=#00003>สำหรับภารกิจขับไล่/คุ้มกัน Su-35 ยังติดอาวุธปล่อยนำวิถีได้หลากหลายรุ่น มากกว่า Su-30SM หมายเลข 27 ลำนี้อีก. </a>
<br><FONT color=#00003>หมายเลข 05 ลำนี้ร่วมกับลำอื่นๆทำหน้าที่<a href=https://mgronline.com/indochina/detail/9600000126464> คุ้มกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน </a> ขณะบินอยู่เหนือซีเรีย เดือน ธ.ค.ปีที่แล้ว. </b>
ผู้รู้คนเดียวกันยังอธิบายอีกว่า F-22 สามารถบินเปิดเผยได้อย่างปรกติ เช่นเครื่องบินรบทั่วไป แต่มีโหมด "สเตลท์" สำหรับภารกิจที่จำเป็นต้องใช้ ไม่ได้หมายความ โหมด "ล่องหน" ไร้ประสิทธิภาพ

แต่ยังไม่มีผู้ใดของฝ่ายนี้ออกให้ความเห็น ยอมรับหรือปฏิเสธ เรื่องราวที่เกิดขึ้นในภาพล่าสุด

สำหรับ Su-35 เป็นเครื่องบินรบชั้นเยี่ยมของโลกอีกรุ่นหนึ่ง ที่พัฒนาจากพื้นฐานของ Su-27 แต่ด้วยเทคโนโลยีต่างยุคสมัยกัน โดยนำเอาเทคโนโลยี กับฟีเจอร์ที่ก้าวหน้าของเครื่องบินรบยุคที่ 5 จำนวนหนึ่งไปใช้

รัสเซียส่ง Su-35 ไปปฏิบัติการซีเรียชุดแรกจำนวน 6 ลำเมื่อปี 2559 ก่อนประกาศถอนออกมาในปี 2560 แต่เมื่อเกิดสถานการณ์ตึงเครียดรัสเซียได้ส่งกลับเข้าซีเรียเป็นระยะๆ รวมทั้งจำนวนหนึ่งยังคงประจำอยู่ที่ฐานทัพอากาศเมห์มีม (Mehmime) ทางตะวันตกของประเทศนี้

อินโดนีเซียกำลังจะเป็นชาติแรกในอาเซียนที่มีเครื่องบินรบรุ่นนี้ประจำการ โดยจัดหาจำนวน 11 ลำเมื่อต้นปีนี้ สื่อในอินโดนีเซียรายงานว่า มีกำหนดส่งมอบลำแรกปลายปีนี้ นอกจากนั้นยังมีรายงานในสื่อของเวียดนามว่า ประเทศคอมมิวนิสต์แห่งนี้ก็กำลังหมายตา Su-35 เช่นเดียวกัน -- ในแผนการจัดหาทดแทนฝูงบินทิ้งระเบิด Su-22 ที่ใช้มาแต่ยุคสงครามเย็น.