MGRออนไลน์ -- โจรขโมยสุนัขเสียชีวิตไปอีกคนหนึ่งในกรุงฮานอย เมื่อไม่กี่วันมานี้ โดยชาวบ้านที่โกรธแค้น หลังจากได้ขโมยสุนัขที่เลี้ยงไว้ของครอบครัวหนึ่ง และ ถูกจับได้ หัวขโมยพยายามต่อสู้ขัดขืนการควบคุมตัว และ ถูกยิงตายคาที่ กลายเป็นโศกนาฏกรรม ที่เกี่ยวกับ "เรื่องหมาๆ" อีกครั้งหนึ่ง ในขณะที่กลุ่มรณรงค์ของเอกชน ที่ไม่สังกัดรัฐบาล ในประเทศออสเตรเลีย กำลังล่ารายชื่อ เพื่อทำบัญชีหางว่าง ส่งถึงประธานาธิบดีเวียดนาม ขอให้ประเทศนี้ ออกรัฐบัญญัติ ห้ามบริโภคและห้ามซื้อชายเนื้อสุนัข กับเนื้อแมว
เพื่อนคู่หูของขโมยเคราะห์ร้าย สามารถหลบหนีจากเงื้อมมือของฝูงชนได้ และ วิ่งหนีแบบไม่คิดชีวิต ไปขอพึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่สถานีตำรวจแห่งหนึ่งในท้องถิ่น
ตามรายงานของสื่อออนไลน์ภาษาเวียดนาม ในเวลาต่อมาตำรวจฮานอยได้ออกหมายเรียก ราษฎรในพื้นที่จำนวน 4 คน ไปให้ปากคำ ฐานต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับการสังหาร ชายที่ชาวบ้านกล่าวว่า เป็นโจรขโมยสนุัข
เหตุเกิดในท้องที่ อ.ฝูซเวียน (Phú Xuyên) ในย่านรอบนอกของเมืองหลวง ซึ่งหลายปีก่อนเป็นส่วนหนึ่งของ จ.ห่าเตย (Hà Tây) เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบสวนแล้วพบว่า ชายทั้งสองคนพยายามขโมยสุนัขจำนวน 5 ตัว ของชาวบ้าน ทั้งสองคนยอมวางอาวุธแต่โดยดี เมื่อถูกชาวบ้านเข้าห้อมล้อม แต่แล้วก็มีชายหนุ่มวัย 28 คนหนึ่ง หยิบปืนขึ้นมายิงสังหาร หัวขโมยเคราะห์ร้าย ส่วนเพื่อนร่วมชะตาวัย 38 ปี วิ่งหนีไม่คิดชวิต เพื่อไปให้ถึงสถานีตำรวจ ที่อยู่ใกล้เคียง
มีผลการสำรวจศึกษา ที่ระบุว่าในแต่ละปี มีชาวเวียดนามกินเนื้อสุนัขราว 5 ล้านตัว มากเป็นอันดับสองรองจากจีน ที่สุนัขถูกนำไปเป็นอาหารราว 20 ล้านตัวต่อปี สุนัขที่ถูกขโมยนั้น มีจำนวนที่เป็นสุนัขเลี้ยงของครัวเรือนต่างๆ ก่อนถูกนำส่งโรงชำแหละเล็กๆ ที่ลักลอบทำกัน และ ฆ่าสุนัขด้วยวิธีโหดร้าย ซึ่งทำให้โจรขโมยสุนัข เป็นศัตรูหมายเลข 1 ของสาธารณชนในเวียดนามตลอดมา
ในจีนเองก็เจอปัญหาแบบเดียวกันนี้ -- ชาวบ้านที่โกรธแค้น มักจัดการลงทัณฑ์หัวโมยเอง
การสำรวจได้พบว่า ชาวบ้านทั่วไปไม่พอใจ ที่พวกหัวขโมยสุนัขมักจะรอดพ้นเงื้อมมือกฎหมาย ไม่ได้รับโทษทัณฑ์อะไร หรือ ถูกลงโทษเพียงสถานเบา ทั้งนี้เนื่องจากกฎหมายเวียดนาม จะเอาผิดทางอาญา ก็ต่อเมื่อวัตถุ หรือทรัพย์สินที่ขโมยไปนั้น มีราคาตั้งแต่ 2 ล้านด่ง (ไม่ถึง 100 ดอลลาร์) ขึ้นไป ซึ่งทำให้พวกขโมยสุนัขถูกลงโทษเพียงแค่ปรับเป็นเงิน
เมื่อมีแรงกดดันจากสังคม ทั้งจากภายในประเทศและจากนอกประเทศมากขึ้นเรื่อย ๆ รัฐสภาเวียดนามจึงแก้ไขกฏหมาย ซึ่งนำมาสู่การเพิ่มเติมบทเฉพาะกาล ที่ระบุว่า -- ขโมยจะถูกดำเนินคดีอาญา หากไปขโมย "สัตว์เลี้ยง" ของประชาชน
.
< <
< <
<
.
ถึงแม้กฎหมายใหม่ที่แก้ไขเมื่อปี 2558 จะระบุโทษจำคุกถึง 3 ปี สำหรับหัวขโมยที่ขโมยแมวหรือสุนัข หรือสัตว์เลี้ยงชิดใดๆ ก็ตาม แต่ก็มีไม่กี่ครั้ง ที่ศาลพิพากษาให้ลงโทษจำคุก ซึ่งทำให้ทำให้ชาวบ้านไม่พอใจ และ ใช้การประทัณฑ์เป็นทางออกตลอดมา เพื่อให้สาสมใจ
การลงทัณฑ์โดยชาวบ้านเองมีหลากหลายวิธี อย่างเช่นเมื่อหลายปีก่อน เคยมีกรณีหนึ่ง -- หัวขโมยถูกจับได้ ถูกมัดมือไขว้หลัง มัดเท้า และ นำไปขังไว้กรง ร่วมกับสุนัขตัวที่เขาฆ่า -- ขโมยอีกคนหนึ่ง ถูกชาวบ้านมัดมือมัดเท้า นำไปถ่วงน้ำ ให้สำลักน้ำ ทนทุกข์ทรมานแสนสาหัส ครั้งแล้วครั้งเล่า -- อีกคนหนึ่งถูกรุมกระทืบจนขาหัก ก่อนจะบังคับให้คาบ "ปืนไฟฟ้า" ที่เขาใช้ช้อตสุนัข และ จัดการทำให้ขโมยรู้ถึงความเจ็บปวด จากอุปกรณ์ชนิดนี้เสียบ้าง
การรณรงค์ป้องกันการล่าสุนัขเพื่อนำไปจำหน่าย รวมทั้งการกวาดล้าง พวกหัวขโมยที่จ้องขโมยสุนัขของชาวบ้าน เคยมีขึ้นอย่างจริงเดือน พ.ค.ปีนี้ ใน จ.เตยนีง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สามารถจับพวกขโมยได้ 6 ราย ในนั้่นมีบางคนถูกศาลพิาพากษา ให้จำคุกถึง 7 ปี ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
อย่างไรก็ตามในเดือน มิ.ย.2558 นายเล วัน ซีง เญิ๊ต (Lê Văn Sinh Nhật) หัวขโมยสุนัขอีกคนหนึ่ ถูกศาลประชาชน จ.กว๋างนาม (Quảng Nam) สั่งจำคุกเป็นเวลา 3 ปี ปรับอีก 6 ล้านด่ง (ราว 230 ดอลลาร์ หรือ 8,100 บาท) -- ส่วนกรณีร้ายแรงที่สุด เป็นหัวขโมยอีกคนหนึ่ง ถูกศาลตัดสินประหารชีวิต ในเดือน ธ.ค.ปีที่แล้ว ในภาคกลางเวียดนามเช่นเดียวกัน -- เขาใช้มีดแทงเจ้าของสุนัข หลังถูกจับได้
.
แต่การถูกลงโทษจากชาวบ้านนั้น หนักหน่วงยิ่งกว่าศาล หลายครั้งที่มีการใช้มีด ดาบ หอก แหลน หลาว กระทั่งหน้าไม้ กับอาวุธอื่นๆ อีกหลายชนิด ที่หาได้ในท้องถิ่น ทำร้ายกัน แต่แล้วไม่ว่าฝ่ายใด จะเป็นฝ่ายลงมือ -- โจรหรือพลเมืองดี -- ก็ล้วนแต่ต้องไปลงเอยในศาล
เดือน ต.ค.2557 มีราษฎร 6 คน ถูกศาลตัดสินจำคุกคนละ 3 ปี ฐานรุมสะกำหัวขโมยคนหนึ่ง ที่แอบไปขโมยสุนัขในหมู่บ้าน -- เหตุเกิดใน จ.กว๋างจิ (Quảng Trị)
และก็ถึงคราเจ้าหน้าที่ตำรวจบ้าง -- เดือน พ.ค.2559 ตำรวจคนหนึ่ง วิ่งไล่ติดตามหัวขโมย ที่แอบไปขโมยสุนัขในหมู่บ้าน แต่ถูกคนร้ายยิงสวนกลับเสียชีวิต -- เหตุเกิดใน จ.ห่าตี๋ง (Hà Tĩnh)
เดือน ก.ค.ปีนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจคนหนึ่ง ถูกยิงบาดเจ็บสาหัส ขณะขับรถจักรยานยนต์ออกไล่ติดตาม วัยรุ่น 2 คน ที่ต้องสงสัยเป็นหัวขโมย ที่ไปแอบขโมยสุนัขของชาวบ้าน เหตุเกิดใน จ..ซ้อกจาง (Sóc Trăng) ในเขตที่ราบปากแมน่ำโขง
ความรุนแรงจากเหตุต่างๆ ที่เกียวข้องกับการรับประทานเนื้อสุนัข กับการซื้อขายสุนัข เพื่อนำไปเป็นอาหารนั้่น ได้ถูกนำไปอ้างเป็นอีกเหตุผลหนึ่ง โดยกลุ่ม Fight Dog Meat ที่กำลังรณรงค์รวบ รวมรายชื่อให้ครบ 120,000 ชื่อ เพื่อส่งหนังสือร้องเรียนถึงประธานาธิบดี พล.อ.เจิ่นไดกวาง ให้คอมมิวนิสต์เวียดนามออกกฎหมาย ห้ามรับประทานเนื้อสุนัข กับเนื้อแมว และ ทำให้การค้าเนื้่อสัตว์ทั้งสองชนิดนี้ เป็นสิ่งผิดกฎหมาย.


