xs
xsm
sm
md
lg

เป็นเรื่องแปลกแต่จริงกระทิงเปลี่ยวเวียดนามลืมป่าออกหากินกับวัวสาว เลิกไล่ขวิดชาวบ้าน

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

<bR><FONT color=#000033>อย่างเนียน -- กระทิงออกจากป่ามาหากินและผสมพันธ์กับวัวสาวชาวบ้านใน จ.นีงทวน (Ninh Thuan) ในภาพเมื่อปี 2553 แต่ได้กลับเข้าป่าไปหลังจากเสร็จสมอารมณ์หมาย ต่างไปจากกรณีที่ จ.กว๋างนาม (Quang Nam) สัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งราษฎรที่ได้รับผลกระทบกล่าวว่ากระทิงเปลี่ยวไม่ยอมกลับป่า ใช้ชีวิตอยู่กับวัวสาวต่อไปและกินข้าวโพดจนหมดไร่ เจ้าหน้าที่กล่าวว่าพฤติกรรมของกระทิงป่าผิดไปจากธรรมชาติมากขึ้นทุกวันๆ ตัวที่พบล่าสุดนี้ยังพบในเขตป่าที่ไม่เคยพบกระทิงมาก่อนเลยในหลายสิบปีมานี้. -- ซเวินเหวียด (ประชาชนเวียดนาม) ออนไลน์.</b>

ASTVผู้จัดการออนไลน์ - เจ้าหน้าอนุรักษ์ป่าไม้ใจ จ.กว๋างนาม (Quang Nam) พากันประหลาดใจที่ได้พบกระทิงตัวหนึ่งปลายสัปดาห์ที่แล้ว ในผืนป่าที่ไม่เคยพบเห็นกระทิงมาก่อนเลยในช่วงหลายสิบปีมานี้ และประหลาดใจมากยิ่งขึ้นที่ได้เห็นกระทิงเปลี่ยวออกหากิน และเที่ยวผสมพันธุ์กับวัวสาวของชาวบ้าน และเชื่องลงจนไม่มีสภาพของสัตว์ปาดุร้ายชนิดนี้หลงเหลืออยู่

เจ้าหน้าดูแลป่า กับอาสาสมัครพิทักษ์สัตว์ป่าได้รุดไปพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริงในพื้นที่ชายป่าโซน 20 ในเขตอนุรักษ์ซาวลา (Saola) กวางหายากที่ใกล้สูญพันธุ์ในท้องที่ อ.โด่งซยาง (Dong Giang) หลังจากชาวบ้านร้องเรียน และได้พบกระทิงเปลี่ยวตัวโตเต็มที่น้ำหนักขนาดตันเศษตัวหนึ่งกำลังกินข้าวโพดที่กำลังออกฝักอ่อนอย่างเอร็ดอร่อย

ถึงแม้ว่าการพบกระทิงในบริเวณดังกล่าวจะเป็นเหตุการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจ แต่ราษฎรในพื้นที่ไม่ได้ปลื้มด้วยเลย เนื่องจากเจ้าตัวโตได้บุกเข้ากินพืชผลการเกษตรเกือบทุกชนิดโดยไมมีผู้ใดกล้าเข้าใกล้เพื่อขับไล่ มิหนำซ้ำ ยังไล่ขวิดวัวหนุ่มเจ้าถิ่นออกจากฝูง และไล่จ้ำจี้วัวสาวอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไป 3-4 วัน ผู้บุกรุกซึ่งกินข้าวโพดชาวบ้านไปจนจะหมดไร่แล้ว ไม่ได้แสดงท่าทีดุร้ายใดๆ เพียงแต่ไว้วางใจชาวบ้านซึ่งกลายเป็น “คนแปลกหน้า” สำหรับมัน แต่ผู้คนที่นั่นก็ไม่ประสงค์จะต้อนรับผู้มาเยือนรายนี้

เจ้าหน้าที่จากสำนักงานเกษตรและพัฒนาชนบท อ.โด่งซยาง รวมทั้งเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้จาก จ.กว๋างนาม ได้ให้คำมั่นจะจ่ายเงินชดเชยค่าเสียหายให้แก่เกษตรกรไร่ข้าวโพด และผู้ที่ปลูกพืชผลชนิดอื่นๆ ทุกราย และขอราษฎรไม่ให้ทำร้ายสัตว์ป่าหายากตัวนี้จนกว่าจะหาที่อยู่ใหม่ให้มันได้

“เป็นเพศผู้ น้ำหนักน่าจะเกือบๆ 2,000 กิโลกรัม ตอนนี้เราเข้าไปติดกล้องในป่าเพื่อดูว่ามีตัวอื่นๆ อาศัยอยู่อีกหรือไม่” นายฟานวันต๋วน (Phan Van Tuan) ผู้อำนวยการสำนักงานพิทักษ์ป่าไม่ จ.กว๋างนา มกล่าวกับเวียดนามเอ็กซ์เพรส และยังเปิดเผยอีกว่า ทางการได้จัดส่งผู้เชี่ยวชาญเข้าพื้นที่เพื่อหาทางตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอของกระทิงตัวนี้เทียบกับกระทิงที่พบในป่าสงวนแห่งอื่นๆ

สำนักข่าวออนไลน์ภาษาเวียดนามยอดนิยมรายงานเมื่อวันจันทร์นี้ อ้างคำพูดของเจ้าหน้าที่กระทรวงป่าไม้ในกรุงฮานอย ซึ่งระบุว่า บ้านใหม่ของกระทิงเปลี่ยวตัวใหม่นี้อาจจะเป็นป่าสงวนก๊าตเตียน (Cat Tien) จ.โด่งนาย-จ.บี่งทวน ที่อยู่ใต้ลงไป ซึ่งที่นั่นพบกระทิงฝูงใหญ่จำนวนหลายสิบตัว แต่การโยกย้ายที่อยู่ของกระทิงจะขึ้นอยู่กับผลการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอ และการสำรวจประชากรกระทิงในเขตป่าที่พบซึ่งกำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้

เจ้าหน้าที่กล่าวว่า กระทิงตัวล่าสุดในเขตป่าหวงห้ามที่กำหนดให้เป็น “บัฟเฟอร์โซน” หรือป่ารอยต่อระหว่างเขตอาศัยของคนกับเขตอนุรักษ์ซาวลาซึ่งเป็นสัตว์ท้องถิ่นพบเฉพาะในเขตป่ารอยต่อชายแดนลาวกับเวียดนามเท่านั้น
.
<bR><FONT color=#000033>เดือน พ.ค.2555 กระทิงน้ำหนัก 1.5 ตันตัวนี้หลุดออกจากป่าใน จ.เถือะเทียนเหว (Thua Thien Hue) หาทางกลับไม่เจอหรือจะด้วยกรณีใดก็แล้วแต่ มันเตลิดเข้าไปในเขตท่าอากาศยานนานาชาติฝูบ่าย (Phu Bai) จนต้องปิดการสัญจรทางอากาศไป 24 ชั่วโมง กระทิงเคราะห์ร้ายสิ้นลมหลังถูกยิงด้วยปืนยาสลบ เจ้าหน้าที่กล่าวว่าอาจจะเกิดจากสัตว์ป่าที่อยู่ในสภาพอ่อนเพลียมาหลายวัน แต่หลายฝ่ายเชื่อว่าเกิดจากฤทธิ์ยาสลบที่ได้รับเกินขนาด. -- ภาพ: ซเวินจี๊ออนไลน์. </b>
<bR><FONT color=#000033>กระทิงฝูงใหญ่ที่พบในเขตป่าสงวนก๊าตเตียน (Cat Tien) จ.นีงทวน (Ninh Thuan) ในภาพที่เผยแพร่โดยสำนักงานอนุรักษ์ป่าไม้ของจังหวัดเมื่อปี 2555 ในเวียดนามอาจจะมีกระทิงอยู่ในป่าแห่งต่างๆ รวมจำนวนประมาณ 300 ตัวแต่การลักลอบล่าก็ยังดำเนินต่อไป การบุกรุกถิ่นอาศัยทำกินของมันทำให้สัตว์ที่งามสง่าพวกนี้มีโอกาสสูญพันธุ์ได้. -- ภาพ: ซเวินจี๊ออนไลน์.</b>
.
ไม่กี่ปีมานี้ กระทิงได้กลายเป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนทั่วประเทศมาหลายครั้ง รวมทั้งเหตุการณ์ในปี 2555 กระทิงขนาดน้ำหนักตันเศษๆ ตัวหนึ่งหลงออกจากป่าไล่ขวิดชาวบ้านตายไปหนึ่งคน ก่อนจะเตลิดเข้าไปในบริเวณสนามบินฝูบ่าย (Phu Bai) นครเหว (Hue) กระทิงที่อ่อนเพลีย และอิดโรยได้เสียชีวิตลงหลังจากเจ้าหน้าที่ยิงปืนยาสลบ และให้ยามากเกินขนาด

ก่อนหน้านั้นเล็กน้อย กระทิงอีกจำนวนหนึ่งได้ออกจากเขตป่าสงวน จ.นีงทวน (Ninh Thuan) ในภาคกลางตอนล่างหากินพืชผลการเกษตรของราษฎร และไล่ผสมพันธุ์กับวัวสาวของชาวบ้านคล้ายกับกรณีล่าสุดใน จ.กว๋างนาม แต่ได้กลับเข้าป่าไปหลังกิจกรรมต่างๆ แล้วเสร็จ

ในเดือน พ.ค.ปีเดียวกัน 2555 สำนักข่าวของทางการได้รายงาน และเผยแพร่ภาพลูกวัวตัวหนึ่งใน จ.นีงทวน (Ninh Thuan) ซึ่งเชื่อกันว่าเป็น“ลูกครึ่ง” ของกระทิงกับวัวชาวบ้าน

สำนักข่าวออนไลน์ภาษาเวียดนามเคยรายงานก่อนหน้านี้ว่า ถึงแม้ว่าในปัจจุบันอาจยังมีกระทิงอยู่ราว 300 ตัวในป่าเวียดนาม แต่การลักลอบล่าเอาเนื้อ และเขาออกขายของพรานป่าก็ยังมีอยู่ รวมทั้งการบุกรุกถิ่นอาศัยของพวกมัน ซึ่งจะทำให้สัตว์ป่าที่สง่างามชนิดนี้มีโอกาสสูญพันธุ์ได้.
กำลังโหลดความคิดเห็น