ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์เฟซบุ๊ก Sonthi
Kotchawat ชูประเด็น นโยบายสิ่งแวดล้อมกับปากท้องของประชาชนของพรรคการเมือง ในการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งมีความสำคัญมาก เพราะปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องใกล้ตัว ส่งผลกระทบถึงคุณภาพชีวิตปากท้องของประชาชนทันที
1.ปัญหาภัยพิบัติที่เกิดจากภัยธรรมชาติและที่มนุษย์สร้างขึ้น เช่น พายุ น้ำท่วม ดินถล่ม หลุมยุบ น้ำทะเลหนุนสูง สึนามิ แผ่นดินไหว ภัยแล้ง ฝุ่น 2.5 รวมทั้งอา กาศร้อนจัด เป็นต้น ควรต้องมีกฎ หมายและหน่วยงานที่ชัดเจนในการที่จะป้องกันและแก้ไขภัยพิบัติจากธรรม ชาติและสาธารณภัยขึ้นมาโดยเฉพาะมารวมอยู่ในกระทรวงเดียวกัน.. จัดการแบบ single command มีเจ้าภาพที่แท้จริงทั้งสวนกลางและส่วนท้องถิ่นไม่ใช่โยนไปโยนมาข้ามกระทรวง เหมือนกร ณีน้ำท่วมหาดใหญ่และอยุธยา สุดท้ายลอยตัวกันหมดไม่มีคนผิด..มีแต่คนซวยคือประชาชน..โลกร้อนขึ้นเกิน1.5องศา ขณะอเมริกาถอนตัวจากIPCCหรือคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภัยพิบัติจะตามมาอีกมากมายจนยากที่จะหลีกเลี่ยง
2. กิจการและโรงงานสีเทาที่เข้ามาตั้งในพื้นที่ภาคตะวันออกจำนวนมาก ทั้งจ.ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี และสระแก้วโดยการรู้เห็นเป็นใจกับส่วนราชการ ปล่อยมลพิษและทิ้งกากอุตสาหกรรมไว้ในพื้นที่โรงงานและชุมชุมชนจำนวนมาก หนักสุดคือพื้นที่ อ. ปลวกแดง จ.ระยอง พฤติกรรมเช่าโก ดัง, ตั้งบริษัทเดียวแต่ถือหลายใบอนุ ญาต, หรือเช่าต่อกันเองโดยไม่ตรวจสอบความถูกต้อง.. การจัดทำรายงานการติดตามตรวจสอบสิ่งแวดล้อมเพื่อส่งให้หน่วยงานราชการ วงการรู้กันดี หลายแห่งเจ้าของโครงการจ้างที่ปรึก ษาทำการตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อมขณะที่เจ้าหน้าที่ของโรงงานตรวจเช็คตัวเองว่าทำตามมาตรการครบ..รวมเล่มส่งให้เจ้าหน้ารัฐตรวจสอบ ผลออกมาทำถูกต้องครบทุกประเด็นและคุณภาพสิ่งแวดล้อมอยู่ในเกณฑ์ทั้งหมด.. แปลกแต่จริงหลายแห่งประชาชนร้องเรียนกันถ้วนหน้าได้รับทั้งกลิ่นทั้งควันและกล่าวหาว่าที่ปรึกษาตรวจวัดจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ ทำไมโรงงานรายงานตัวเองได้ ขณะที่หน่วยราชการรับเอกสารและอ่านแค่รายงานไม่เคยลงมาตรวจสอบจริง ดังนั้นจึงสมควรปฎิรูปปรับปรุงและแก้ไขพรบ.โรงงานและพรบ.สิ่งแวด ล้อมโดยเร็ว.. อย่าให้ระบบการทำราย งานEIAรวมทั้งรายงานmonitoringและขั้นตอนการออกใบอนุญาตให้โรงงานและโครง การที่เข้าข่ายกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพตามพ.ร.บ.การสาธารณสุข เป็นแหล่งทำมาหากินอีกเลย ขณะเดียวกันควรเร่งออกกฎหมาย
PRTRหรือการรายงานและเปิดเผยการปลดปล่อยและเคลื่อนย้ายมลพิษโดยเร็วด้วย
3. ฝุ่น PM2.5 เป็นเรื่องที่ต้องแก้ไขอย่าง เร่งด่วน จึงควรเร่งออกพ.ร.บอากาศสะ อาดโดยเร็ว ทั้งนี้จะต้องนำความเห็นของทุกส่วนที่เกี่ยวข้องมาพิจารณาโดยคำนึงถึงสุขภาพของประชาชนเป็นที่ตั้ง
4. กองขยะเป็นกองภูเขาทั้งหมดมีเกือบ 2,000 แห่งทั่วประเทศ เป็นบ่อขยะของหน่วยงานภาครัฐสูงถึง 1,580 แห่ง ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอย่างหนัก.. ฤดูฝนกลิ่นเหม็น น้ำเน่า ฤดูร้อนไฟไหม้บางครั้งถล่มลงมาควรเร่งจัดการโดยเร็วเห็นได้ชัดคือกองขยะที่แพรกษา จ.สมุทรปราการ
5. เร่งออก พ.ร.บ.การเปลี่ยนสภาพภูมิอากาศ
ตามดัชนีความเสี่ยงด้านภูมิอากาศโลก หรือ CRI ระบุว่า ประเทศไทยมีความเสี่ยงต่อภัยพิบัติจากโลกร้อนอันดับ17 ของโลกในปี 2569 (จากเดิมอยู่อันดับ 72 ของโลกในปี 2565) ทั้งที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแค่ 0.76% ของโลกหรืออันดับ 24 ของโลกเท่านั้น
กฎหมายฉบับนี้จะเชื่อมโยงกับคาร์บอนเครดิตผ่านกลไกตลาดและราคาคาร์บอน (Carbon Pricing) เพื่อเปลี่ยนจากความสมัครใจสู่ภาคบังคับ ทำให้คาร์บอนเครดิตมีมูลค่า มีมาตรฐานที่ชัดเจนและสามารถซื้อขายเพื่อชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างเป็นรูปธรรม เป็นที่น่าเชื่อถือของประเทศพัฒนาแล้วในการที่จะซื้อสินค้าจากประเทศไทย รวมทั้งจะนำไปสู่การพัฒนาพลังงานสะอาด พลังงานสีเขียวอย่างเป็นระบบในอนาคตต่อไป


