xs
xsm
sm
md
lg

จัดอันดับมหาวิทยาลัยโลก “ม.มหิดล” คว้าที่ 1 ของไทย 3 ปีซ้อน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ประกาศผลแล้ว!! มหาวิทยาลัยชั้นนำจากทั่วโลกที่โดดเด่นด้านงานวิจัยและนวัตกรรม “ม.มหิดล” ขึ้นแท่นอันดับที่ 1 ของประเทศไทยต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 จากการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลก ISC World University Rankings 2020 โดย Islamic World Scientific Citation Center สาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน

เมื่อเร็วๆ นี้ Islamic World Scientific Citation Center สาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ได้ประกาศผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลก ISC World University Rankings 2020 โดยมหาวิทยาลัยมหิดลได้เป็นอันดับที่ 1 ของประเทศไทยต่อเนื่อง 3 ปีซ้อน นับตั้งแต่มีการจัดอันดับตั้งแต่ปีค.ศ.2018 - ปัจจุบัน โดยเป็นการจัดอันดับมหาวิทยาลัยชั้นนำจากทั่วโลกที่มีความโดดเด่นในด้านงานวิจัยและนวัตกรรม

ศ.นพ.บรรจง มไหสวริยะ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า การจัดอันดับครั้งนี้ มหาวิทยาลัยมหิดลอยู่ในอันดับที่ 401 - 450 จาก 2,000 อันดับของโลก ซึ่งมีมหาวิทยาลัยของประเทศไทยติดอันดับจำนวน 13 แห่ง โดยมหาวิทยาลัยมหิดลมีคะแนนนำจากตัวชี้วัดด้านการวิจัยร้อยละ 60 ด้านการศึกษาร้อยละ 10 ด้านกิจกรรมนานาชาติร้อยละ 15 และด้านนวัตกรรมร้อยละ 15 โดยใช้ข้อมูลในการประเมินจากฐานข้อมูล InCites ของ Clarivate Analytics กับ Web of Science และฐานข้อมูลด้านนวัตกรรมจาก US Patent and Trademark Office

มหาวิทยาลัยมหิดลตั้งเป้าหมายสู่ 1 ใน 100 มหาวิทยาลัยโลกภายในปีพ.ศ.2573 ซึ่งการที่จะบรรลุเป้าหมายได้จะต้องมุ่งพัฒนาคุณภาพงานวิจัยและนวัตกรรม โดยอาศัยปัจจัย 3 ประการ คือ “คนเก่ง ทุนดี และการบริหารจัดการที่โปร่งใสและมีประสิทธิภาพ” ซึ่งในการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกในแต่ละแห่งมีรายละเอียดต่างกัน เราต้องเข้าใจกติกา และพิจารณาถึงปัจจัยที่เรามีอยู่ก่อน จึงจะสามารถเข้าไปอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมได้

"การมุ่งแต่เร่งผลิต โดยไม่ได้ใส่ใจเรื่องคุณภาพเท่าที่ควร คือสาเหตุสำคัญที่ทำให้งานวิจัยด้อยลง ซึ่งผลกระทบจากการอ้างอิงงานวิจัย (Research Citation Effect) จะเป็นตัวชี้วัดที่ดีที่สุด ทั้งหมดนี้เริ่มต้นได้จากการปลูกฝัง mindset ที่ถูกต้องและเหมาะสมแก่นักวิจัย และส่งเสริมระบบพี่เลี้ยงนักวิจัย (Mentoring System) ให้เข้มแข็งและยั่งยืน โดย มหาวิทยาลัยมหิดล ยังคงยึดมั่นในการผลิตงานวิจัยและนวัตกรรมที่มีคุณภาพ ในฐานะที่เป็น "ปัญญาของแผ่นดิน" ศ.นพ.บรรจง กล่าวทิ้งท้าย


กำลังโหลดความคิดเห็น...