xs
xsm
sm
md
lg

‘นอนกรน’ ปล่อยไว้หายเองได้ไหม? เช็กสัญญาณเตือนก่อนร่างกายพังระยะยาว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เคยสงสัยไหมว่า อาการ “นอนกรน” ที่เราหรือคนข้าง ๆ เป็นอยู่ทุกคืน ปล่อยไว้เฉย ๆ มันจะหายไปเองได้หรือเปล่า? หลายคนคิดว่าการนอนกรนเป็นแค่เรื่องของความเหนื่อยล้า ช่างมันเถอะเดี๋ยวก็คงหาย แต่ในความเป็นจริงแล้ว อาการนอนกรนส่วนใหญ่ “ไม่สามารถหายได้เอง” และถ้าปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ทำอะไรเลย เมื่ออายุเราเพิ่มมากขึ้น อาการก็มักจะรุนแรงขึ้นตามไปด้วย เนื่องจากเนื้อเยื่อในช่องคอจะเริ่มหย่อนคล้อยลงตามวัยนั่นเอง

กลไกของการกรนนั้นอธิบายง่าย ๆ คือ เกิดจากการที่ทางเดินหายใจส่วนต้นของเราตีบแคบลงในขณะที่หลับ ทำให้ลมหายใจที่ผ่านเข้ามาไปกระทบกับเนื้อเยื่อในลำคอจนเกิดเป็นแรงสั่นสะเทือนและกลายเป็นเสียงกรนออกมา

ถามว่ามีกรณีที่หายเองได้ไหม? คำตอบคือ “มี” แต่ต้องเป็น “การกรนแบบชั่วคราว” ที่เกิดจากปัจจัยเฉพาะวันเท่านั้น เช่น วันนั้นคุณเหนื่อยล้าสะสมมาทั้งวัน, วันที่นอนหงายติดต่อกันนาน ๆ หรือวันที่เพิ่งไปปาร์ตี้ดื่มแอลกอฮอล์มา อาการกรนลักษณะนี้จะหายไปได้เองเมื่อปัจจัยเหล่านั้นหมดไป

แต่ถ้าคุณเริ่มกรนเป็นประจำเกือบทุกคืน เสียงกรนเริ่มดังจนคนรอบข้างต้องทัก อาการแบบนี้จะไม่หายเองแน่นอน เว้นแต่เราจะหันมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างจริงจัง ซึ่งวิธีรับมือที่ได้ผลดีที่สุด มีดังนี้

ปรับท่านอนเป็น “นอนตะตะแคง”: วิธีที่ง่ายและเห็นผลทันที ลองเปลี่ยนจากการนอนหงายมาเป็นนอนตะแคงดู เพื่อป้องกันไม่ให้โคนลิ้นและเพดานอ่อนหย่อนลงไปอุดกั้นทางเดินหายใจเวลาร่างกายสนิท

ควบคุมน้ำหนักและลดไขมันสะสม: สำหรับคนที่มีน้ำหนักเกิน การลดน้ำหนักลงเพียงเล็กน้อยสามารถช่วยให้หายกรนได้อย่างน่าอัศจรรย์ เพราะไขมันที่เคยสะสมอยู่รอบลำคอซึ่งคอยไปกดทับทางเดินหายใจจะลดลง ทำให้หายใจได้โล่งและราบรื่นขึ้น

เลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนนอน: ควรงดดื่มแอลกอฮอล์หรือทานยาที่มีฤทธิ์กดประสาทก่อนเข้านอน เพราะสารเหล่านี้จะไปทำให้กล้ามเนื้อในลำคอคลายตัวมากเกินไป จนทางเดินหายใจแคบลงและเกิดเสียงกรนได้ง่ายขึ้น

.............................................................................................
สัญญาณอันตราย: กรนธรรมดา หรือ หยุดหายใจขณะหลับ?

สิ่งที่เราต้องสังเกตตัวเอง (หรือให้คนข้าง ๆ ช่วยดู) ควบคู่ไปด้วยคือ อาการกรนนั้นแฝงภาวะ “หยุดหายใจขณะหลับ” (Sleep Apnea) อยู่ด้วยหรือไม่ สัญญาณเตือนที่ต้องระวังมีดังนี้

1. กรนเสียงดังมาก ๆ สลับกับเงียบหายไปพักหนึ่ง แล้วสะดุ้งตื่นขึ้นมาเหมือนสำลักน้ำลายหรือเฮือกหาอากาศ

2. ตื่นนอนตอนเช้าแล้วรู้สึกไม่สดชื่น ปวดหัว ตื่นมาแล้วคอแห้งฝืด

3. อ่อนเพลียและง่วงนอนมากผิดปกติในตอนกลางวัน ทำงานอยู่แล้วรู้สึกสัปหงกบ่อย ๆ

หากมีสัญญาณเหล่านี้ร่วมด้วย ห้ามปล่อยทิ้งไว้เด็ดขาดและมันไม่มีทางหายเองได้ เพราะภาวะนี้อันตรายต่อระบบหัวใจและหลอดเลือดในระยะยาว ส่งผลให้ความดันโลหิตสูง และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ แนะนำให้ไปพบแพทย์เพื่อทำ Sleep Test (การตรวจการนอนหลับ) เพื่อรับการรักษาทางการแพทย์ที่ถูกต้อง เช่น การใช้เครื่องช่วยหายใจ CPAP ซึ่งจะช่วยคืนคุณภาพชีวิตและการนอนหลับที่ปลอดภัยให้คุณอีกครั้ง