xs
xsm
sm
md
lg

หลายคนยังกินผิด! 5 ผักประโยชน์ล้น แต่ถ้ากินดิบ ร่างกายพังไม่รู้ตัว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สายสุขภาพที่ชอบกินผักสดล้อมวงเข้ามาฟังด่วน เรามักจะโดนสอนมาตั้งแต่เด็ก ๆ ว่าการกินผักเยอะ ๆ นั้นดีต่อร่างกาย ซึ่งนั่นคือความจริงแท้แน่นอน แต่รู้ไหมว่าผักบางชนิดกลับกลายเป็นดาบสองคมที่ซ่อนอันตรายเอาไว้ ถ้าเราหยิบมากินแบบสด ๆ ดิบ ๆ โดยไม่ผ่านความร้อน แทนที่จะได้ประโยชน์ล้นแก้ว อาจกลายเป็นได้โทษก้อนโตมาแทนโดยที่เราไม่รู้ตัว และนี่คือผัก 5 ชนิดที่หลายคนยังกินแบบผิด ๆ กันอยู่

1. กะหล่ำปลีและบลอกโคลี

เริ่มต้นกันที่ผักยอดฮิตเคี้ยวกรอบ เวลาปรุงสุกพวกมันคือสุดยอดผักที่มีวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระสูงมาก แต่ถ้าใครชอบหยิบกะหล่ำปลีดิบมากินแกล้มส้มตำหรือลาบทีละเป็นกะละมังต้องระวังให้ดี เพราะในกะหล่ำดิบจะมีสารตัวร้ายที่ชื่อว่า “กอยโตรเจน” ซึ่งจะเข้าไปบล็อกไม่ให้ร่างกายดึงไอโอดีนไปใช้ หากกินดิบสะสมเป็นประจำบ่อย ๆ อาจเสี่ยงต่อการเป็นโรคคอพอกหรือทำให้ต่อมไทรอยด์ทำงานต่ำจนระบบในร่างกายรวนได้ง่าย ๆ ทางที่ดีแค่เอาไปลวกหรือผัดให้โดนความร้อน สารนี้ก็สลายหายไปหมดแล้ว

2. ถั่วฝักยาว

ขยับมาที่ผักคู่ขวัญน้ำพริกที่หลายคนชอบกินดิบเพราะมันหวานกรอบดี แต่เคยสังเกตไหมว่าทำไมกินเสร็จแล้วท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่นท้องจุก ๆ นั่นเป็นเพราะถั่วฝักยาวดิบมีแก๊สเยอะมาก แถมยังมีสารกลุ่ม “เลกติน” อยู่สูง ซึ่งทำให้ระบบย่อยอาหารของเราต้องทำงานหนักอย่างลำบาก บางคนธาตุอ่อนกินเข้าไปเยอะ ๆ อาจถึงขั้นคลื่นไส้อาเจียนได้เลย แค่เปลี่ยนมาลวกผ่านน้ำร้อนสักนิดก่อนกิน ก็จะช่วยให้เคี้ยวสบายและสบายท้องขึ้นเยอะเลย

3. ผักโขมและปวยเล้ง

ผักใบเขียวเข้มกลุ่มนี้ก็เป็นอีกกลุ่มที่หลายคนเข้าใจผิด นึกว่าเด็ดสด ๆ ใส่สลัดแล้วจะได้ประโยชน์สูงสุด จริง ๆ แล้วผักพวกนี้อุดมไปด้วยธาตุเหล็กและวิตามินบำรุงเลือดชั้นยอดเมื่อทำให้สุก แต่ถ้ากินดิบ ๆ ร่างกายจะได้รับ “กรดออกซาลิก” เข้าไปเต็ม ๆ สารตัวนี้ร้ายกาจตรงที่มันจะเข้าไปจับตัวกับแคลเซียมในร่างกาย ทำให้เราดูดซึมแคลเซียมไม่ได้ และที่น่ากลัวกว่านั้นคือมันสามารถจับตัวกันจนกลายเป็นนิ่วในไตได้เลย การต้มหรือลวกในน้ำเดือดก่อนกินจึงเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด


4. ถั่วงอก

อีกหนึ่งผักดิบที่เจอบ่อยที่สุดตามร้านก๋วยเตี๋ยว แม้ตอนสุกจะมีวิตามินสูงและแคลอรีต่ำจนเหมาะกับการลดน้ำหนัก แต่ถั่วงอกดิบถือเป็นแหล่งรวมความเสี่ยง เพราะพวกมันมักจะถูกเพาะเลี้ยงในสภาพแวดล้อมที่ชื้นและอุ่น ซึ่งเป็นทำเลทองที่แบคทีเรียตัวร้ายอย่าง “อีโคไล” หรือ “ซัลโมเนลลา” ชอบมาก การกินถั่วงอกดิบแบบไม่ระวัง จึงเสี่ยงต่ออาการอาหารเป็นพิษและท้องเสียรุนแรง แถมบางแหล่งอาจมีสารฟอกขาวตกค้างอยู่ด้วย การลวกในน้ำเดือดจัดสัก 10-15 วินาทีก่อนกิน จะช่วยให้เรากินได้อย่างสบายใจ

5. หน่อไม้

สุดท้ายคือผักที่ต้องย้ำเลยว่าห้ามกินดิบเด็ดขาด แม้ว่าแกงเปรอะหรือซุปหน่อไม้ต้มสุกจะมีไฟเบอร์สูงดีต่อลำไส้ แต่หน่อไม้ดิบนั้นมีสารเคมีธรรมชาติที่เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วจะเปลี่ยนสภาพกลายเป็น “ไซยาไนด์” ซึ่งเป็นพิษร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ เพราะมันจะไปบล็อกไม่ให้ร่างกายรับออกซิเจน ดังนั้นก่อนจะนำหน่อไม้มาทาน ไม่ว่าจะเมนูไหน ต้องนำไปต้มในน้ำเดือดจัดอย่างน้อย 15-20 นาที เพื่อล้างพิษออกให้หมดจดเสียก่อน

เห็นไหมว่า ผักทั้ง 5 ชนิดนี้ไม่ใช่ผู้ร้ายและไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ตรงกันข้ามพวกมันมีประโยชน์ต่อร่างกายเรามหาศาล เพียงแค่เราต้องเปลี่ยนพฤติกรรม จากที่เคยหยิบเคี้ยวสด ๆ เปลี่ยนมาผ่านกรรมวิธีต้ม ลวก นึ่ง หรือผัดให้สุกเสียก่อน แค่นี้เราก็ได้ทั้งความอร่อย และได้คุณค่าสารอาหารไปบำรุงร่างกายแบบเต็มร้อย โดยไม่ต้องเสี่ยงรับโรคร้ายแฝงอีกต่อไป