xs
xsm
sm
md
lg

5 กลิ่นปากบอกโรคที่ไม่ควรมองข้าม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เคยไหม? แปรงฟันก็บ่อย น้ำยาบ้วนปากก็ใช้ แต่ทำไม “กลิ่นปาก” ยังตามหลอกหลอนจนเสียความมั่นใจ? อย่าเพิ่งโทษแค่ขี้ฟัน เพราะจริงๆ แล้ว ลมหายใจของคุณอาจจะเป็น “เครื่องตรวจโรค” ชั้นดีที่กำลังบอกว่าอวัยวะภายในกำลังพัง! ก่อนจะสายเกินแก้ มาดูกันว่า กลิ่นปากแต่ละแบบ ร่างกายกำลังบอกอะไรเราอยู่?

1. กลิ่นหอมหวาน ที่แฝงไปด้วยอันตราย

ถ้าลมหายใจมีกลิ่นหวานๆ คล้ายผลไม้สุกหรือแอปเปิลเน่า อย่าเพิ่งดีใจว่าตัวหอม เพราะนี่คือสัญญาณเตือนของ “โรคเบาหวาน” มันเกิดจากร่างกายเผาผลาญน้ำตาลไม่ได้ จนต้องไปดึงไขมันมาใช้แทน ทำให้เกิดสาร “คีโตน” ที่มีกลิ่นหวานเอียนพุ่งออกมาทางลมหายใจ ใครมีกลิ่นนี้บ่อยๆ รีบเช็กน้ำตาลด่วน


2. กลิ่นคาวปลา/กลิ่นฉี่... สัญญาณนี้จาก “ไต”

ถ้าตื่นมาแล้วรู้สึกว่าลมหายใจเหม็นอับคล้ายแอมโมเนียหรือกลิ่นปัสสาวะ นั่นอาจหมายความว่า “ไต” ของคุณเริ่มกรองของเสียไม่ไหว จนสารยูเรียล้นในเลือดและระเหยออกมาทางปาก เป็นสัญญาณที่ไม่ควรละเลยเด็ดขาด


3. กลิ่นเหม็นเปรี้ยว... ท่อระบายน้ำพัง!

ใครที่ชอบกินแล้วนอน หรือมีกลิ่นเปรี้ยวๆ ตีขึ้นมาในคอหลังมื้ออาหาร ชัดเลยว่าคือ “กรดไหลย้อน” น้ำย่อยและเศษอาหารที่ยังย่อยไม่เสร็จกำลัง “ย้อนศร” กลับขึ้นมาทักทายคนรอบข้างนั่นเอง


4. กลิ่นอับคล้ายตับสด... สัญญาณวิกฤต

นักดื่มหรือสายปาร์ตี้ต้องระวัง ถ้าลมหายใจมีกลิ่นเหม็นอับคล้ายๆ กลิ่นเลือดหรือตับสด นี่คือคำเตือนสุดท้ายจาก “ตับ” ว่าเริ่มทำงานผิดปกติจนกรองสารพิษไม่ทันแล้ว


5. กลิ่นหนอง... สงครามในโพรงจมูก

ถ้าเหม็นเหมือนมีอะไรเน่าอยู่ในหน้าตลอดเวลา อาจเป็น “ไซนัสอักเสบ” หรือ “นิ่วในทอนซิล” ที่แอบซ่อนตัวอยู่ตามซอกคอ เป็นแหล่งสะสมแบคทีเรียชั้นดีที่ทำให้คนข้างๆ แทบสลบ

สรุปแล้ว กลิ่นปากไม่ใช่แค่เรื่องของ “ปาก” ถ้าเช็กแล้วว่าฟันไม่ผุ เหงือกไม่อักเสบ แต่กลิ่นยังแรงเบอร์สิบ แนะนำว่าอย่าฝืนเคี้ยวหมากฝรั่งกลบเกลื่อน แต่ควรไปหาหมอตรวจร่างกาย เพราะบางครั้ง “กลิ่นปาก” คือวิธีเดียวที่ร่างกายจะบอกเราได้ว่า “ฉันไม่ไหวแล้ว”