xs
xsm
sm
md
lg

ฝึกใช้ 9 เคล็ดลับขั้นเทพ พูดเล่าเรื่องได้ใจ-ได้งาน / ดร.สุวัฒน์ ทองธนากุล

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ข่าวดีสำหรับผู้ที่ไม่ชอบหรือกลัว การพูดต่อหน้าคนเยอะๆ แต่มีความจำเป็น และอยากพูดสื่อสารให้ได้ผลดี ในการเสนอข้อมูล เสนอความคิด หรือเสนอประเด็นทางธุรกิจการลงทุน

นี่คือโอกาสในการเรียนลัด กลเม็ดการพูด อย่างมั่นใจ ได้รับความเชื่อถือ ให้การนำเสนอมีความชัดเจน ประเด็นสดใหม่ ร่วมสมัย และมีแรงบันดาลใจในการนำเสนองาน ขายสินค้าหรือบริการ เพื่อความสำเร็จในทางการงาน

ผมได้อ่านหนังสือ Talk Like TED ซึ่งเขียนโดย คาร์ไมน์ แกล์ โล ผู้ผ่านงานนักข่าวมา 25 ปี แล้วผันตัวมาเป็นผู้สอนการพูดให้กับนักบริหาร

เมื่อกล่าวถึงงานสัมมนา TED ซึ่งวางจุดยืนเชิงยุทธศาสตร์ว่าคือเวที “ความคิด ที่ควรค่าแก่การเผยแพร่” (Ideas Worth Spreading) คนที่ได้ขึ้นพูด เรียกได้ว่่าต้องเป็นระดับ สามารถเปลี่ยนวิธีมองโลก เสนอนวัตกรรม ที่แปลกใหม่ จึงเป็นเวทีเปิดของความเคลื่อนไหวด้านศิลปะ การออกแบบ กลยุทธ์ธุรกิจ การศึกษา สุขภาพ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และปัญหาของโลก

TED นับเป็นเวทีระดับโลกที่คนดัง คนที่มีผลงานโดดเด่น คนที่ตั้งใจจะทำอะไรบางอย่าง เพื่อเปิดความคิดและวิธีการใหม่ ที่ท้าทายความคิดความเชื่อ และวิธีมองโลก

การเติบโตของเครือข่าย TED Talk เป็นสิ่งยืนยันว่า โลกทั้งในอดีตและปัจจุบัน ต้องการความคิดดีๆ จากคนเจ๋งๆ ที่นำเสนอด้วยวิธีการที่น่าสนใจ และดึงดูดใจ

ทั้งนี้ด้วยความสนใจศึกษาเทคนิคการพูดที่สร้างผลลัพธ์การ เปลี่ยนแปลง คาร์ไมน์ จึงได้สังเคราะห์เนื้อหาและวิธีการพูดของดาวเด่นความคิดและผู้มีผลงานความสำเร็จขององค์การต่างๆ ที่นำเสนอบนเวทีTED Talk กว่า 500 ชุด รวมเวลากว่า 150 ชั่วโมง

เขาพบว่าการนำเสนอที่ได้รับความนิยมสูงสุดของTEDไม่ว่าจะใช้วิธีการลักษณะใด จะมีคุณลักษณะร่วมอยู่ 9 ประการ


องค์ประกอบสำคัญดังกล่าว ซึ่งเป็นแกนของหนังสือ “พูดแบบTED” เล่มนี้ จัดแบ่งเป็น 3 ส่วน จำง่ายๆ ได้แก่
>> โดนใจ…. .เข้าถึงอารมณ์ (1-3)
>> แปลกใหม่ เสนอเรื่องที่ไม่เคยรู้มาก่อน ( 4-6)
>> ลืมไม่ลง…..น่าจดจำ ( 7-9)

1.ความหลงใหล นำสู่ความเชี่ยวชาญ

เมื่อมี “ความหลงใหล” (Passion) หรือไฟปรารถนา ย่อมจะรักในสิ่งที่ทำ และทำในสิ่งที่มีความเชี่ยวชาญ หรือเป็นจุดแข็ง ที่สร้างผลงานที่โดดเด่น และมีความหมาย ทั้งโดยเนื้อหา และการเลือกหัวข้อที่กระตือรือร้นอยากพูด เพราะตัวเองมีแรงบันดาลใจ ก่อนจะไปพูดให้คนอื่นมีแรงบัน

ใช้ความหลงใหลให้เกิดผลดี

หนังสือเล่มนี้ แนะนำว่า หัวข้อการพูด ควรดึงมาจาก “ความหลงใหลที่แท้จริง” ก็จะสร้างแรงบันดาลใจที่แท้จริงให้ผู้ฟังได้

ลองถามตัวเองดูว่า….
1.ความหลงใหล(Passion) ของคุณคืออะไร ?
2. สิ่งซึ่งเป็น “ไฟปรารถนา” นั้น มีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตและการทำงาน ประจำวันของคุณหรือไม่?
3, จะนำ “ความหลงใหล” ไปอยู่ในสิ่งที่ทำเป็นอาชีพได้หรือไม่?

เอมี มัลลินส์ นับเป็นตัวอย่างในการเสริมความเข้าใจในเรื่องนี้ เธอโดนตัดขาทั้งสองข้างตั้งแต่หัวเข่าลงมา เพราะมีปัญหาสุขภาพ จึงใช้ชีวิตแบบไม่มีขาจริงช่วงล่างมาตั้งแต่วันเกิดปีแรก

แต่เธอไม่ยอมมองตัวเองว่า “คนพิการ” และไม่ยอมรับให้ใครจัดเธอเป็นคนประเภทนั้น ขณะเดียวกันก็เชื่อมั่นว่า “ขาเทียม” ได้มอบพลังพิเศษให้เธอ

ความมุ่งมั่นและพลังพิเศษด้วยขาเทียม มัลลินส์ ได้กลายเป็นนักกีฬาระดับโลกตามความหลงใหล(Passion) เธอเป็นนักวิ่งแข่งทำลายสถิติทั้งแบบลู่ และลาน ถึง 3 สถิติ ในการแข่งขันพาราลิมปิกปี 1996 แผนได้เป็นนางแบบและนักแสดงที่ติดอันดับ 50 บุคคล รูปงามที่สุดในโลก โดยนิตยสาร People ซึ่งจัดประจำทุกปี

เปลี่ยนมุมของสังคม

การปรากฏตัวบนเวทีTED เธอเชื่อว่าจะจุดประกาย เปลี่ยนมุมมองของสังคมที่มีต่อคนพิการ ทั้ง นักนวัตกรรม นักออกแบบ และวงการผู้ผลิตอวัยวะเทียมทางการแพทย์แบบเดิม ต่างได้รับแรงบันดาลใจว่า พวกเขาสามารถทำขาเทียมได้อย่างสร้างสรรค์และสมจริง ได้ขนาดไหน

“มันไม่ใช่การเอาชนะข้อจำกัดอีกต่อไป แต่จะมีบทสนทนาเกี่ยวกับศักยภาพ อวัยวะเทียมจึงไม่ใช่สัญลักษณ์ของการต้องชดเชยสิ่งที่สูญเสียไปอีกแล้ว”

2.ศิลปะการเล่าเรื่องให้เชี่ยวชาญ

การเล่าเรื่องเป็นวิธีอันทรงพลัง ในการทำลายกำแพงความรู้สึกต่อต้าน เพราะเข้าถึงหัวใจและสมองของคนฟัง TED Talk ของไบรอัน สตีเวนสัน ทนายความนักสิทธิมนุษยชน เป็นตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมของการพูดเล่าเรื่อง เขาเลือกเรื่องที่เชื่อมโยงกับผู้ฟังไปยังประเด็นหลัก พูดถึงคนในครอบครัวและภาวะที่มีผลกระทบต่อเด็กและคนด้อยโอกาส ซึ่งเร้าอารมณ์ร่วมได้

3.พูดเหมือนสนทนา

คุณสมบัติข้อนี้จำเป็นต้องฝึกฝน จำประเด็นเนื้อหาให้ได้ แล้วนำเสนอแบบสบายๆ เป็นธรรมชาติ ให้เหมือนกำลังคุยกับเพื่อนสนิท

4.พูดเรื่องแปลกใหม่

สมองคนเราถูกฝึกมาให้แสวงหาสิ่งที่ดี โดดเด่น น่าสนใจ และมีความอยากรู้ อยากเห็น เป็นพื้นฐาน การพูดเรื่องแปลกใหม่ ที่มีข้อมูลดี ให้ความรู้ ด้วยรูปแบบการนำเสนอที่ดึงดูดความสนใจ

5.สร้างช่วงเวลาที่อ้าปากค้าง

การพูดที่สร้างการจดจำได้ ควรมีเรื่องราวที่ทำให้ผู้ฟังหน้าปากค้างอย่างลืมตัวได้ ช่วงเวลานั้นแหละ จะทำให้เนื้อหาที่คุณนำเสนอ มีพลังมากขึ้นจนประทับใจผู้ฟัง

ตัวอย่างที่คนฮือฮามาก ตอนที่บิลล์ เกตส์ ปิดขวดโหลให้ยุงเบินไปทั่วห้อง เพื่อสร้างประสบการณ์แบบที่คนจนมีโอกาสเจอ เป็นการกระตุ้นแผนรณรงค์ช่วยเหลือกำจัดโรคมาลาเรียในประเทศยากจน ทั้งในทวีปแอฟริกาและเอเชีย ซึ่งมีผู้ป่วยปีละ 500 ล้านราย น้ำเป็นหมัดเด็ดที่สร้างช่วงเวลาตื่นตาตื่นใจและดึงความสนใจได้มาก

6. ผ่อนคลาย

มีข้อแนะนำว่า อย่าเคร่งเครียดเกินไป สมองคนเราชอบอารมณ์ขัน ควรทำให้ผู้ฟังได้มีเรื่องให้ยิ้มบ้าง จะทำให้เปิดรับสารของคุณมากขึ้น และรู้สึกว่าผู้พูดเป็นคนน่าคบหา

วิดีโอของเซอร์เคน โรบินสัน ที่พูด "ประเด็นใหม่ของปัญหาเก่า” แต่นำเสนอด้วยวิธีใหม่ ผสมอารมณ์ขัน ในหัวข้อ "ทำไมโรงเรียนเป็นที่ฆ่าความคิดสร้างสรรค์" ได้รับความนิยมสูงสุด มีคนดูกว่า 15 ล้านครั้งแล้ว

7. กฎกติกา 18 นาที

คาร์ไมน์ ยืนยันว่าช่วงเวลาที่เหมาะในการนำเสนอข้อมูลให้นักลงทุน หรือผู้รับบริการ เวลา 18-นาที ซึ่งใกล้เคียงกับกฎของTED เพราะเวลาสั้นกว่านี้อาจรู้สึกได้ข้อมูลไม่เพียงพอ แต่ถ้านานกว่านี้ ผู้ฟังอาจจะหมดความสนใจ

8. วาดภาพในใจด้วยประสบการณ์ผัสสะ

อัล กอร์ อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐ ผู้ได้รางวัลโนเบล สาขาสันติภาพปี 2007 จากการรณรงค์เรื่อง “โลกร้อน” และก่อนหน้านั้น 1 ปี ความสนใจในงานTED Talk เมื่อฉายสไลด์ชุดเดียวกับที่โด่งดังจากสารคดีรางวัลออสการ์ “An Inconvenient Truth” เป็นการกระตุ้นเรื่องวิกฤตสภาพภูมิอากาศ สร้างแรงบันดาลใจและความตระหนักรู้ในทันที

โฮเวิร์ด มอร์แกน นักลงทุน ธุรกิจเงินร่วมลงทุน (VC) ถึงกับบอกว่า “การนำเสนอของ อัล กอร์ บนเวทีTED เปิดโอกาสให้ผมเห็นสิ่งที่ต้องทำเพื่อคนรุ่นหลาน แล้วตอนนี้ผมก็พิจารณาผลกระทบที่เรามีต่อโลก เมื่อตัดสินใจเลือกร่วมทุนทุกครั้ง”

9.เดินในแนวทางของตนเอง

เคล็ดลับก็คือ “มีแบบฉบับของตัวเอง เปิดเผย และโปร่งใส” การพูดในที่สาธารณะ ต่อหน้าคนหมู่มาก ต้องใช้ศิลปะรูปแบบหนึ่งในการแสดงออกถึงความคิด ทัศนคติ และวิถีชีวิต

ความสำคัญจึงอยู่ที่ ต้องพูดออกมาจากใจ คือ “ไม่สร้างภาพ ให้ดูเหมือนดี”

สรุปแล้วหนังสือเล่มนี้ สังเคราะห์ข้อมูล แนะนำวิธีการพูด การนำเสนอความคิดและมุมมองใหม่ เพื่อให้เกิดสิ่งที่ดีกว่าเดิม โดยให้ความสำคัญความหลงใหล หรือ Passion ที่จะเป็นรากฐานสู่ความสำเร็จ โดยคำนึงถึงองค์ประกอบ 9 ประการ ซึ่งผู้บริหารสามารถนำไปใช้ในการพูดต่อคนหมู่มาก และประยุกต์ใช้กับการดำเนินชีวิตและการทำงานได้อีกด้วย

..................................
ข้อมูลอ้างอิงจากหนังสือ


TALK LIKE TED
The 9 Public - Speaking
Secrets of the World ‘s Top Minds
9เคล็ดลับการนำเสนอ
ให้พลังติดตรึงและสร้างสรรค์

ผู้เขียน คาร์ไมน์ แกลโล
ผู้แปล พลอยแสง เอกญาติ
สำนักพิมพ์ บุ๊คสเคป

.....................
แนะนำหนังสือ
......................

KM Knowledge Managment
ผู้เขียน : ศุภวิทย์ ภาษิตนิรันดร์, พญ.ญาณี โชคสมงาม
สำนักพิมพ์ : วิช กรุ๊ป (ไทยแลนด์)
ราคา : 289 บาท
ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของโลกในปัจจุบัน เราจะรับมือกับความท้าทายใหม่ ๆ ได้อย่างไร หนังสือเล่มนี้คือคำตอบ ที่จะช่วยให้คุณเข้าใจกระบวนการทำงาน และจัดการอย่างเป็นระบบ สามารถนำไปใช้ปฏิบัติงาน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ


Visual Doing คิดเป็นภาพ2
ผู้เขียน : Willemien Brand (วิลเลมเมียน แบรนด์)
ผู้แปล : วัชรวิชญ์
สำนักพิมพ์ : สุขภาพใจ ( BOOK TIME บุ๊คไทม์ )
ราคา : 390 บาท
สร้างธุรกิจเงินล้านด้วยภาพง่าย ๆ เทคนิคการสื่อสารด้วยภาพ แต่มีประสิทธิภาพ สอนวิธีใช้ภาพ วาดภาพแบบง่าย ๆ เพื่อการทำธุรกิจและการสื่อสาร


โชคดีที่มี ลมหายใจ
ผู้เขียน : พระครูปลัดสัมพิพัฒนธีราจารย์
สำนักพิมพ์ : สำนักพิมพ์วิช กรุ๊ป (ไทยแลนด์) ร่วมกับ สำนักพิมพ์บุ๊คสไมล์
ราคา : 29 บาท
"ลมหายใจยังมี ทำความดีให้ถึงที่สุด" หนังสือที่รวบรวมธรรมะบรรยายในวาระต่าง ๆ ของ พระครูปลัดสัมพิพัฒนธีราจารย์ จงรู้สึกถึงความโชคดีที่เรายังมีลมหายใจ และได้เริ่มต้นชีวิตในแต่ละวันอย่างมีคุณค่า


มองให้ขาด นําเข้า-ส่งออก และโลจิสติกส์
ผู้เขียน : สายัณห์ จันทร์วิภาสวงศ์
สำนักพิมพ์ : สถาบันวิจัยและพัฒนาความรู้ RAKDI
ราคา 139 บาท
หนังสือเล่มแรกและเล่มเดียวที่เจาะลึกด้านการค้าระหว่างประเทศและโลจิสติกส์ในภาคปฏิบัติ




กำลังโหลดความคิดเห็น...