“โอ๊ย.. เราคงไม่ใช่คนหนึ่งในนั้นหรอก มันเป็นเรื่องไกลตัวจะตาย!”
“เราไม่มีวันรวมอยู่ในจำนวนผู้เสียชีวิตหรือเกิดอุบัติในช่วง 7 วันอันตรายหรอก จะสงกรานต์หรือปีใหม่ เราก็ชิลๆ ของเราไป”
... เชื่อว่า หลายต่อหลายคนมักจะมีความคิดอย่างนี้ ที่เห็นว่าอุบัติเหตุเป็นเรื่องไกลตัว และไม่น่าจะเกิดกับตัวเอง แถมบางคนยังคิดว่า “เอาอยู่” ควบคุมได้
ทั้งที่ตามจริงแล้ว อุบัติเหตุสามารถเกิดได้กับทุกคน เพราะความประมาทเพียงเสี้ยววินาที และที่สำคัญคือการละเลยวินัยจราจร จนนำไปสู่การสูญเสียและบาดเจ็บมาแล้วมากมาย

อย่างเมื่อปีที่ผ่านมา ในช่วงสงกรานต์ 7 วันอันตราย มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนจำนวนมากถึง 3,690 ครั้ง เสียชีวิต 390 ราย บาดเจ็บ 3,808 ราย และในจำนวนนี้มีผู้ที่ต้องกลายเป็นคนพิการจำนวนสูงถึง 190 ราย
โดยสาเหตุหลักๆ ของการเกิดอุบัติเหตุ ตามข้อมูลของศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) ระบุว่า การขับรถเร็วนั้นมาเป็นอันดับแรก รองจากนั้นคือดื่มแล้วขับ และขับรถตัดหน้าแบบกระชั้นชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “การดื่มแล้วขับ” เป็นสาเหตุที่เพิ่มขึ้นถึงสองเท่าจากปีที่ผ่านมา
และเหนืออื่นใด คือผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่เกิดอุบัติเหตุแล้วเสียชีวิต แทบทั้งหมดไม่สวมหมวกนิรภัย
ทั้งนี้ พบว่า จุดเกิดเหตุที่ทำให้เสียชีวิตสูงสุด คือ บนถนนกรมทางหลวง รองลงมาคือถนนในหมู่บ้าน ซึ่งแตกต่างจากกลุ่มผู้บาดเจ็บ ที่มักจะมาจากจุดเกิดเหตุตามถนนในหมู่บ้านมากกว่า
ส่วนเรื่องช่วงเวลาที่ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะเกิดอุบัติเหตุบ่อยเกินกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนอุบัติเหตุทั้งหมด ก็คือ ช่วงเวลาตั้งแต่เที่ยงไปจนถึงสองทุ่ม โดยเฉพาะช่วงสี่โมงเย็นเป็นต้นไปถึงสองทุ่ม พบว่า เกิดอุบัติเหตุเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเป็นช่วงเล่นน้ำสงกรานต์ ซึ่งมักจะมีการเสริมบรรยากาศโดยการดื่มและปลุกเร้าความบันเทิงกันอย่างเต็มที่ พอตกเย็น แอลกอฮอล์ก็เริ่มปริ่มหรือเมาแปล้กันแล้ว พอดื่มแล้วไปขับ หรือไม่ได้สติก็ขับเร็ว ทำให้เกิดอุบัติเหตุรุนแรงถึงขั้นพิการหรือเสียชีวิต เป็นเรื่องจริงที่มีให้เห็นตามข่าวในช่วงเทศกาลทุกวัน
สุดท้ายแล้ว แม้ว่าอุบัติเหตุจะมีแนวโน้มลดลง เพราะการรณรงค์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการตระหนักรู้ของประชาชน แต่... จะดีกว่าไหม ถ้าไม่มีอุบัติเหตุหรือความสูญเสียใดๆ เกิดขึ้นเลย ให้ทุกคนกลับบ้านและมีความสุขกับช่วงสงกรานต์วันหยุดยาวได้อย่างแท้จริง
และถ้าอยากจะลดสถิติกันให้เห็นจริงๆ มาเริ่มกันที่ตัวเองกันก่อนไหม ใครๆ ก็รู้ว่า การขับขี่รถอย่างมีวินัยจราจรนั้นทำอย่างไร แค่เริ่มทำกันจริงจัง และจะเป็นการดีอย่างยิ่ง ถ้าชวนให้คนใกล้ตัวตั้งใจขับขี่อย่างมีวินัยจราจร ความปลอดภัยบนท้องถนนก็เป็นเรื่องที่ไม่ยาก ซึ่งเราสามารถปฏิบัติได้ ดังต่อไปนี้

ลดเร็ว ลดเสี่ยง
การขับรถเล่นน้ำสงกรานต์ ก็รู้กันอยู่ถนนลื่น รถราก็ขับขี่กันออกมาให้สาดน้ำกันมากมาย หากเกิดอุบัติเหตุ ความเร็วนี่แหล่ะตัวอันตราย ควรใช้ความเร็วไม่เกิน 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นอกจากจะช่วยลดความรุนแรงหากเกิดอุบัติเหตุ โอกาสรอดชีวิตยังสูงมากถึง 80% แต่ถ้าขับเกิน 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ความรุนแรงของอุบัติเหตุจะทำให้เสี่ยงเสียชีวิตถึง 80%
ดื่มไม่ขับ
ดื่มแล้วขับ เป็นพฤติกรรมเสี่ยงและเป็นสาเหตุหลักของอุบัติเหตุทางถนน ที่เกิดขึ้นตลอดทั้งปี ทั้งๆ ที่รู้ว่าดื่มแล้วขับอันตรายก็ยังเห็นสถิตินี้กันอยู่บ่อยๆ และทั้งๆ ที่รู้ว่าถูกปรับหนัก ถึง 10 เท่า (เทียบกับกรณีไม่ดื่ม) เริ่มจากโทษเบาสุด ในกรณีที่ทำให้ได้รับอันตรายทั้งแก่ร่างกายและจิตใจ จำคุก 1-5 ปี และปรับ 20,000-100,000 บาท, รองลงมาก็ ทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส จำคุก 2-6 ปี และปรับ 40,000-120,000 บาท และสุดท้าย ถ้าทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย จะโดนโทษจำคุกตั้งแต่ 3-10 ปี และถูกปรับ 60,000-200,000 บาท รู้อย่างนี้แล้วเห็นใครดื่มแล้วก็ช่วยเตือนกันอย่าขับรถเลยนะ หรือถ้าไม่ดื่มก็ยังสนุกกับสงกรานต์ได้
สวมหมวกกันน็อก
เราอยากให้คนขับขี่รถจักรยานยนต์ทุกคนรู้สึกได้ว่าหมวกกันน็อกเป็นหนึ่งในอุปกรณ์สำคัญและจำเป็นทุกครั้งที่ขับขี่ เพราะสามารถรักษาชีวิตเราได้ ช่วยลดโอกาสการเสียชีวิตและบาดเจ็บที่ศีรษะได้ 43% สำหรับผู้ขับขี่ และ 57% สำหรับผู้โดยสาร โดยขอแนะนำให้ใช้หมวกกันน็อกที่มีมาตรฐาน ได้รับการรับรองจาก “มอก.” (มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม)
คาดเข็มขัดนิรภัย
รู้ไหมว่า เพียงแค่รถวิ่งไปด้วยความเร็ว 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถ้าเกิดอุบัติเหตุ จะทำให้คนที่นั่งอยู่ในรถพุ่งไปข้างหน้าซึ่งถ้ามีการปะทะกับคนหรือวัตถุภายในตัวรถ แรงปะทะนั้นจะเทียบเท่ากับการตกตึก 5 ชั้น! ส่งผลให้คนที่ไม่คาดเข็มขัดกระเด็นทะลุกระจก ชนเก้าอี้หรือคนที่นั่งอยู่ตอนหน้า ทำให้ได้รับบาดเจ็บรุนแรงได้ แต่...ข่าวดีก็คือ ถ้าคุณคาดเข็มขัดนิรภัย สามารถช่วยลดความรุนแรงหรือการเสียชีวิตได้สูงถึง 34-40% ดังนั้นแล้ว อย่าลืมคาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้ง
ง่วงไม่ขับ
เพราะการวูบหลับเพียงแค่ 3-5 วินาที ก็สามารถทำให้เกิดอุบัติเหตุรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ ดังนั้นจึงไม่ควรฝืน หากเกิดอาการง่วงระหว่างขับรถทางไกล ก็ควรจอดพักเป็นระยะ
...อุบัติเหตุในช่วงสงกรานต์ 7 วันอันตราย ไม่ใช่เรื่องไกลตัว และถ้าเราไม่ประมาท ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด ก็จะช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงจากการเกิดอุบัติเหตุทางถนนได้
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่าย ขอชวนทุกคนให้มาร่วมสร้างสถิติใหม่ ให้สงกรานต์ปีนี้ เป็นสงกรานต์ที่ทุกคนได้กลับบ้านปลอดภัย เล่นน้ำสงกรานต์ปลอดภัย และทำได้ง่าย ด้วยการขับขี่ปลอดภัย มีวินัยจราจร และที่สำคัญคือ “ดื่มไม่ขับ”
ให้ทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยลดสถิติอุบัติเหตุและความสูญเสียในช่วงเทศกาล กับโครงการ “สงกรานต์ กลับบ้านปลอดภัย” จาก สสส. และภาคีเครือข่าย

ชมคลิป ลดสถิติสงกรานต์ กลับบ้านปลอดภัย
“เราไม่มีวันรวมอยู่ในจำนวนผู้เสียชีวิตหรือเกิดอุบัติในช่วง 7 วันอันตรายหรอก จะสงกรานต์หรือปีใหม่ เราก็ชิลๆ ของเราไป”
... เชื่อว่า หลายต่อหลายคนมักจะมีความคิดอย่างนี้ ที่เห็นว่าอุบัติเหตุเป็นเรื่องไกลตัว และไม่น่าจะเกิดกับตัวเอง แถมบางคนยังคิดว่า “เอาอยู่” ควบคุมได้
ทั้งที่ตามจริงแล้ว อุบัติเหตุสามารถเกิดได้กับทุกคน เพราะความประมาทเพียงเสี้ยววินาที และที่สำคัญคือการละเลยวินัยจราจร จนนำไปสู่การสูญเสียและบาดเจ็บมาแล้วมากมาย
อย่างเมื่อปีที่ผ่านมา ในช่วงสงกรานต์ 7 วันอันตราย มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนจำนวนมากถึง 3,690 ครั้ง เสียชีวิต 390 ราย บาดเจ็บ 3,808 ราย และในจำนวนนี้มีผู้ที่ต้องกลายเป็นคนพิการจำนวนสูงถึง 190 ราย
โดยสาเหตุหลักๆ ของการเกิดอุบัติเหตุ ตามข้อมูลของศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) ระบุว่า การขับรถเร็วนั้นมาเป็นอันดับแรก รองจากนั้นคือดื่มแล้วขับ และขับรถตัดหน้าแบบกระชั้นชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “การดื่มแล้วขับ” เป็นสาเหตุที่เพิ่มขึ้นถึงสองเท่าจากปีที่ผ่านมา
และเหนืออื่นใด คือผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่เกิดอุบัติเหตุแล้วเสียชีวิต แทบทั้งหมดไม่สวมหมวกนิรภัย
ทั้งนี้ พบว่า จุดเกิดเหตุที่ทำให้เสียชีวิตสูงสุด คือ บนถนนกรมทางหลวง รองลงมาคือถนนในหมู่บ้าน ซึ่งแตกต่างจากกลุ่มผู้บาดเจ็บ ที่มักจะมาจากจุดเกิดเหตุตามถนนในหมู่บ้านมากกว่า
ส่วนเรื่องช่วงเวลาที่ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะเกิดอุบัติเหตุบ่อยเกินกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนอุบัติเหตุทั้งหมด ก็คือ ช่วงเวลาตั้งแต่เที่ยงไปจนถึงสองทุ่ม โดยเฉพาะช่วงสี่โมงเย็นเป็นต้นไปถึงสองทุ่ม พบว่า เกิดอุบัติเหตุเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเป็นช่วงเล่นน้ำสงกรานต์ ซึ่งมักจะมีการเสริมบรรยากาศโดยการดื่มและปลุกเร้าความบันเทิงกันอย่างเต็มที่ พอตกเย็น แอลกอฮอล์ก็เริ่มปริ่มหรือเมาแปล้กันแล้ว พอดื่มแล้วไปขับ หรือไม่ได้สติก็ขับเร็ว ทำให้เกิดอุบัติเหตุรุนแรงถึงขั้นพิการหรือเสียชีวิต เป็นเรื่องจริงที่มีให้เห็นตามข่าวในช่วงเทศกาลทุกวัน
สุดท้ายแล้ว แม้ว่าอุบัติเหตุจะมีแนวโน้มลดลง เพราะการรณรงค์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการตระหนักรู้ของประชาชน แต่... จะดีกว่าไหม ถ้าไม่มีอุบัติเหตุหรือความสูญเสียใดๆ เกิดขึ้นเลย ให้ทุกคนกลับบ้านและมีความสุขกับช่วงสงกรานต์วันหยุดยาวได้อย่างแท้จริง
และถ้าอยากจะลดสถิติกันให้เห็นจริงๆ มาเริ่มกันที่ตัวเองกันก่อนไหม ใครๆ ก็รู้ว่า การขับขี่รถอย่างมีวินัยจราจรนั้นทำอย่างไร แค่เริ่มทำกันจริงจัง และจะเป็นการดีอย่างยิ่ง ถ้าชวนให้คนใกล้ตัวตั้งใจขับขี่อย่างมีวินัยจราจร ความปลอดภัยบนท้องถนนก็เป็นเรื่องที่ไม่ยาก ซึ่งเราสามารถปฏิบัติได้ ดังต่อไปนี้
ลดเร็ว ลดเสี่ยง
การขับรถเล่นน้ำสงกรานต์ ก็รู้กันอยู่ถนนลื่น รถราก็ขับขี่กันออกมาให้สาดน้ำกันมากมาย หากเกิดอุบัติเหตุ ความเร็วนี่แหล่ะตัวอันตราย ควรใช้ความเร็วไม่เกิน 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นอกจากจะช่วยลดความรุนแรงหากเกิดอุบัติเหตุ โอกาสรอดชีวิตยังสูงมากถึง 80% แต่ถ้าขับเกิน 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ความรุนแรงของอุบัติเหตุจะทำให้เสี่ยงเสียชีวิตถึง 80%
ดื่มไม่ขับ
ดื่มแล้วขับ เป็นพฤติกรรมเสี่ยงและเป็นสาเหตุหลักของอุบัติเหตุทางถนน ที่เกิดขึ้นตลอดทั้งปี ทั้งๆ ที่รู้ว่าดื่มแล้วขับอันตรายก็ยังเห็นสถิตินี้กันอยู่บ่อยๆ และทั้งๆ ที่รู้ว่าถูกปรับหนัก ถึง 10 เท่า (เทียบกับกรณีไม่ดื่ม) เริ่มจากโทษเบาสุด ในกรณีที่ทำให้ได้รับอันตรายทั้งแก่ร่างกายและจิตใจ จำคุก 1-5 ปี และปรับ 20,000-100,000 บาท, รองลงมาก็ ทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส จำคุก 2-6 ปี และปรับ 40,000-120,000 บาท และสุดท้าย ถ้าทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย จะโดนโทษจำคุกตั้งแต่ 3-10 ปี และถูกปรับ 60,000-200,000 บาท รู้อย่างนี้แล้วเห็นใครดื่มแล้วก็ช่วยเตือนกันอย่าขับรถเลยนะ หรือถ้าไม่ดื่มก็ยังสนุกกับสงกรานต์ได้
สวมหมวกกันน็อก
เราอยากให้คนขับขี่รถจักรยานยนต์ทุกคนรู้สึกได้ว่าหมวกกันน็อกเป็นหนึ่งในอุปกรณ์สำคัญและจำเป็นทุกครั้งที่ขับขี่ เพราะสามารถรักษาชีวิตเราได้ ช่วยลดโอกาสการเสียชีวิตและบาดเจ็บที่ศีรษะได้ 43% สำหรับผู้ขับขี่ และ 57% สำหรับผู้โดยสาร โดยขอแนะนำให้ใช้หมวกกันน็อกที่มีมาตรฐาน ได้รับการรับรองจาก “มอก.” (มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม)
คาดเข็มขัดนิรภัย
รู้ไหมว่า เพียงแค่รถวิ่งไปด้วยความเร็ว 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถ้าเกิดอุบัติเหตุ จะทำให้คนที่นั่งอยู่ในรถพุ่งไปข้างหน้าซึ่งถ้ามีการปะทะกับคนหรือวัตถุภายในตัวรถ แรงปะทะนั้นจะเทียบเท่ากับการตกตึก 5 ชั้น! ส่งผลให้คนที่ไม่คาดเข็มขัดกระเด็นทะลุกระจก ชนเก้าอี้หรือคนที่นั่งอยู่ตอนหน้า ทำให้ได้รับบาดเจ็บรุนแรงได้ แต่...ข่าวดีก็คือ ถ้าคุณคาดเข็มขัดนิรภัย สามารถช่วยลดความรุนแรงหรือการเสียชีวิตได้สูงถึง 34-40% ดังนั้นแล้ว อย่าลืมคาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้ง
ง่วงไม่ขับ
เพราะการวูบหลับเพียงแค่ 3-5 วินาที ก็สามารถทำให้เกิดอุบัติเหตุรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ ดังนั้นจึงไม่ควรฝืน หากเกิดอาการง่วงระหว่างขับรถทางไกล ก็ควรจอดพักเป็นระยะ
...อุบัติเหตุในช่วงสงกรานต์ 7 วันอันตราย ไม่ใช่เรื่องไกลตัว และถ้าเราไม่ประมาท ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด ก็จะช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงจากการเกิดอุบัติเหตุทางถนนได้
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่าย ขอชวนทุกคนให้มาร่วมสร้างสถิติใหม่ ให้สงกรานต์ปีนี้ เป็นสงกรานต์ที่ทุกคนได้กลับบ้านปลอดภัย เล่นน้ำสงกรานต์ปลอดภัย และทำได้ง่าย ด้วยการขับขี่ปลอดภัย มีวินัยจราจร และที่สำคัญคือ “ดื่มไม่ขับ”
ให้ทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยลดสถิติอุบัติเหตุและความสูญเสียในช่วงเทศกาล กับโครงการ “สงกรานต์ กลับบ้านปลอดภัย” จาก สสส. และภาคีเครือข่าย
ชมคลิป ลดสถิติสงกรานต์ กลับบ้านปลอดภัย


