xs
xsm
sm
md
lg

“เพราะร่างกายคือสมบัติที่มีค่าที่สุด” อ.ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี ขลุ่ยมือหนึ่งผู้หันมาใส่ใจสุขภาพ

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

เจ้าของเสียงบรรเลงด้วยลมปากผ่านเครื่องเป่า มือวางอันดับหนึ่งของเมืองไทย คงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก อ.ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี หรือที่เราๆ ท่านๆ รู้จักกันเป็นอย่างดีในนาม “อ.ธนิสร์” นั้น ซึ่งแน่นอนว่า การเป็นนักดนตรีที่มีชื่อเสียงนั้น ย่อมที่จะต้องมีงานชุกเกือบทุกวัน ทุกที่ ทุกเวลา จนดูเหมือนว่าแทบจะไม่มีเวลาส่วนตัวเลยก็ว่าได้

แต่อันที่จริง อ.ธนิสร์ ถือว่าเป็นคนรักสุขภาพอีกคนหนึ่ง เพราะคำว่า “ร่างกายคือสมบัติที่มีค่าที่สุด” นี่เอง ที่ทำให้เปลี่ยนชีวิตของเขาอย่างสิ้นเชิง ให้จากเป็นคนที่ใช้ชีวิตที่ไม่ดูแลตนเอง ให้กลายเป็น คนที่มีสุขภาพจิตที่ดีทั้งร่างกายและจิตใจ แถมยังมี 'ความสุข' ในการใช้ชีวิต ซึ่งเป็นผลพวงจากการเปลี่ยนแปลงตนเองนั่นเอง

“ก่อนหน้านี้ เราใช้ชีวิตแบบคนทั่วไปปกติเลย เพราะด้วยงานที่เราทำมันรัดตัว จนแทบจะไม่มีเวลาทำอย่างอื่นเลย ถึงขนาดที่ว่าเคยทำงานอยู่ห้องอัดสตูดิโอถึงเช้า รวมถึงมีดื่มอะไรไปบ้างพอสมควรจนทำให้ร่างกายมันทรุดโทรมไปเรื่อย”

“จุดเปลี่ยนก็คือ หลังจากช่วงหลังๆ ได้ไปงานศพของลูกศิษย์ของเพื่อนเยอะ โดยเฉพาะลูกศิษย์ อายุก็ไม่เท่าไหร่ แต่มันไปก่อนเรา เราก็ไปเป่าขลุ่ย หรือเอาขลุ่ยไปเคาะโรงไว้อาลัยในงานเสมอ แล้วเราก็จะบอกที่โลงตลอดว่า 'มึงน่ะควรเป่าให้กู ไม่ใช่กูเป่าให้มึง' คือมันได้คิดนะ เพราะเราไปหลายงานไง มันไม่ได้ไปศพเดียวนี่"

เราเอาความตายมาเป็นเครื่องเตือนใจว่าเดี๋ยวเราก็ตายเช่นกัน และโดยเฉพาะเพื่อน มีเงินแต่แทบจะไม่ได้ใช้เลย ทำแต่งานอย่างเดียว แล้วก็มานอนเป็นอัมพาต ไปไหนไม่ได้ เฝ้าเงิน แล้วให้เงินใช้ตัวเอง แต่เราไม่ได้ใช้เงิน ปรัชญาชีวิตเราเลยเปลี่ยนใหม่หมดเลย เพราะฉะนั้น ระหว่างมีชีวิตอยู่ เราก็ถามตัวเองว่า เราจะทำอะไร เราเกิดมาทำไม ถามตัวเองว่ากูเกิดมาทำไมวะ แล้วชีวิตตัวเองจะไปยังไง จบแค่นี้เหรอ

การออกกำลังกาย

“ในช่วงแรกที่เราออกกำลังกาย เราจะรู้สึกว่ามีความขี้เกียจอยู่ เพราะเราเป็นคนทางนี้ อยู่กับความฝันมาตลอด แต่เรื่องออกกำลังกายมันเป็นเรื่องความจริง มันต้องมีเวลาที่จะออก การออกกำลังกายของเราต้องแบบสบายๆ ทุกที่ เนื่องจากเวลาไม่ค่อยมี สมมุติว่าเรากลับมาหน้าทีวี เราก็แกว่งแขนสัก 500 หรือ 1,000 ครั้ง หรือถ้าเข้าฟิตเนส เราก็จะเล่นอะไรต่ออะไรบ้าง เล่นให้พอเหมาะ ถ้ามีเวลาก็เป็นชั่วโมง หรือถ้าไม่มีก็ครึ่งชั่วโมง จะเน้นจำพวกดึง โดยเฉพาะดึงเนี่ย กล้ามเนื้อ กล้ามท้อง ขา แค่นี้”

“เราไม่ใช่มืออาชีพ อย่างนั้นไม่ใช่ เราออกเพื่อสุขภาพ เราไม่ได้ต้องการกล้ามใหญ่โตให้เท่ เราเอาท่าที่เป็นสุขภาพมากกว่า เบสิคมากๆ หรือถ้างานยุ่งๆ กลับมาก็ก่อนอาบน้ำ แกว่งแขน หน้าทีวี แกว่งแขนมันทำให้คลายเครียดได้ มันเป็นการนับเพื่อให้เกิดสมาธิด้วยไง มันจะทิ้งอะไรไปด้วย มันต้องนับ 1-2-3 มันอยู่อย่างงี้ พอแกว่งแล้วมันรู้สึกดีที่เหงื่อออก แล้วหลับสบาย คือถ้าว่างตอนไหนต้องออก อย่างน้อยให้เหงื่อได้ออกบ้าง อย่างวัยเราก็หักโหมไม่ได้ เดี๋ยวช็อกตาย เมื่อก่อนเล่นแบดมินตัน แป๊บเดียว เหงื่อท่วมเลย เดี๋ยวช็อกตายทำไง มันเกินวัย คือใจได้แต่ร่างกายมันไม่เอื้ออำนวยไง มันก็ต้องเลือกไง

ทำสมาธิ

“แต่การออกกำลังกายของเราบางอย่างก็ประยุกต์ เช่น การฝึกลมปราณ การแกว่งแขนให้ถูกวิธี ลมปราณมันให้ประโยชน์กับเรามาก และการทำอาณาปานสติ การกำหนดลมหายใจ มันมีประโยชน์มาก คือมันอาจจะเป็นภาษาพระ แต่จริงๆไม่เลย อยู่ที่ไหนก็ได้ อย่างเวลาทำอะไร เราก็จับลมเข้าออกๆ แค่นั้นเอง นอนก็ได้ เข้าห้องน้ำ หรือ เดินอะไรได้ทุกที่ ไม่จำกัดเลย ซึ่งคนเราไม่รู้ คิดว่าการปฎิบัติธรรม ต้องเข้าวัด นั่งสมาธิ นี่คือการปฎิบัติจิต เราไปไหนเราสุขทุกที่ สุขที่สิ่งเร้าข้างนอกที่ไม่สามารถทำอะไรได้ หรือเราไปที่สิ่งเร้าข้างนอก แต่เรามีความสุขได้ เพราะว่า เรานั่งนับลมหายใจพอดี จะมีใครรู้ ไม่ต้องหลับตา ไม่ต้องอะไร เป็นคนธรรมดา พระพุทธเจ้าสอนว่าให้อยู่กับสังคม ไม่ใช่ให้หนีสังคม เราต้องอยู่ในสังคมได้เป็นอย่างดีด้วย เราไม่ปฎิเสธสังคม ยุคโซเชี่ยลมา อันไหนมีประโยชน์ เราก็ใช้ โทษเรา ไม่พูดถึง เพราะอีกไม่กี่ปีเราก็ไปแล้ว แล้วเวลาจะไปมันไม่แน่นอน

อาหารและเครื่องดื่ม

“ที่ตัดเลยคือพวกของทอด พวกเนื้อไก่และเนื้อหมู แทบไม่แตะเลย แต่ก็ไม่ได้เป็นมังสวิรัตินะ แต่จะเน้นพวกเนื้อปลา ผัก ข้าวกล้อง เพราะฉะนั้น มื้อเย็นนี่ลด แทบจะไม่แตะเลย หรือ ผักอย่างเดียว แล้วเราต้องดูว่า เราเอาอะไรไปบ้าง ประมาณ น้ำพริกปลาทู ผักต้มด้วย ผักทอดก็ไม่เอา เน้นผักต้ม แล้วก็ขาดไม่ได้เลย กล้วย ทำให้ชีวิตกล้วยขึ้น (หัวเราะ) ทุกวันในตอนเช้า กล้วย 3-4 ลูก พร้อมน้ำร้อน 1 แก้ว เราตื่นเช้ามา หลังจากทานกล้วยแล้ว เราต้องมีน้ำผึ้งแท้ 1 ช้อน น้ำร้อน แล้วถ้ามีเวลา เราจะกินน้ำเต้าหู้เพียวๆ บีบมะนาว ไม่ใส่น้ำตาล หรือถ้าวันไหนไม่มี เอาแบบ ยูเอชทีที่ไม่หวาน ช่วยเรื่องกระดูก หลีกเลี่ยงน้ำตาล โดยเฉพาะน้ำร้อน พกใส่กระติกเลย และที่สำคัญต้องกินเป็นเวลา 3 มื้อ เช้า-กลางวัน-เย็น เมื่อก่อนมื้อเช้าแทบเวลาแตะเลยเพราะด้วยอาชีพ ด้วยอะไร เราไม่เอาเลย ซึ่งทำให้มื้อสำคัญหายไป”

เราจะงดน้ำอัดลมและเครื่องดื่ม อะไรที่โฆษณากันใหญ่โต ไม่มีสิทธิ์เข้าร่างกายผม (หัวเราะ) เลิกกินนานมาก เลิกมาหลาย 10 ปีแล้ว บางครั้งพรรคพวกก็เคยเตือน ศิลปินดังๆ ที่เสียไป เค้าก็อยู่เพราะน้ำอัดลมพวกอะไรต่ออะไร เค้ายังอำเรากลับเลยว่า สงสารพี่ที่ชีวิตไม่มีรสชาติเลย (หัวเราะ)”

การพักผ่อน

การนอนต้องเต็มที่และต้องหลับสนิท เรานอนเต็มที่ก็ 5 ชั่วโมงแล้วนะ ถ้าได้เจ็ดก็เอา ถ้าเวลาไม่มี แล้วช่วงเวลาสำคัญคือ อย่าให้เกินตีหนึ่ง ช่วง 5ทุ่ม ถึงตี 1 นี่ช่วงสำคัญเลย ต้องหลับ เพราะว่าระบบอะไรต่อมิอะไรมันจะพักได้ฟื้นฟูเต็มที่

ทำชีวิตให้มีความสุข

“เรื่องอารมณ์ สำคัญเลย ทุกคนไม่มีสิทธิ์ที่จะอารมณ์ไม่ดี แต่ทำยังไงให้ทิ้งให้ไว จะทิ้งความเครียด โดยความเครียด มันคือบ่อเกิดโรคเยอะแยะเลย ยิ้ม คุยกับทุกคน ต่อให้เป็นคนที่ไม่ชอบเรา เราก็คุย (หัวเราะ) แค่นั้นเอง เดี๋ยวก็ผ่านไป มันจะเก็บไว้ ก็อยู่ที่ตัวมัน เพราะฉะนั้น พอจิตใจสบายได้ออกกำลังบ้าง มันก็มีความสุข”

“เราทำดีแล้วต้องมีความสุข แต่ไม่ใช่ห่อเหี่ยว เพราะมันไปหวังอะไรต่ออะไรแล้ว สุขจากความดีมันเกิดจากการกระทำเอง ไม่ใช่คำสรรเสริญเยินยอมา ไม่ใช่เลย ถ้าไปปิดตรงนั้นมันจะเป็นทุกข์ แต่ถ้าทำแล้วมีความสุข ข้างในมันแบ่งหรือให้คนอื่นรับรู้หมดไม่ได้ อาจจะแบ่งให้รู้ว่ามีความสุข แต่ตัวเราได้รับ เราเป็นสุข ไปไหนก็เป็นสุข คนชมเราก็สุข ตัวเรา เจอคนด่าเราก็สุข เราก็มีความสุขทุกที่ ทุกที่ไม่จำกัดว่า กูจะต้องบ้านใหญ่โตหรือจะต้องอะไร มีโน่นนี่เยอะแยะ ซึ่งไม่ใช่แล้ว”

เรื่อง : สรวัจน์ ศิลปโรจนพาณิช
ภาพ : พลภัทร์ วรรณดี