ภาพถ่ายที่อ้างว่าบันทึกไว้ในช่วงเวลาใกล้เคียงกับเหตุพิพาทของ “ซึงรี” อดีตสมาชิก BIGBANG กลายเป็นประเด็น หลังชายผู้กล่าวหาว่าถูกเขาทำร้ายปรากฏตัวร่วมโต๊ะและถ่ายภาพด้วยกัน ขณะที่ซึงรีระบุ หลังมีปากเสียงทั้งสองฝ่ายกลับมานั่งดื่ม พูดคุย และถึงขั้นแลกเบอร์โทรศัพท์กัน ก่อนอีกฝ่ายเข้าแจ้งความในเวลาต่อมา
“ซึงรี” อดีตสมาชิกวง BIGBANG กำลังเผชิญการสอบสวนของตำรวจอีกครั้ง หลังชายวัย 30 กว่าปีรายหนึ่งยื่นเรื่องกล่าวหาว่าเขาทำร้ายร่างกาย ขณะเดียวกันมีภาพถ่ายที่เชื่อว่าถูกบันทึกไว้ในช่วงใกล้เคียงกับเหตุการณ์ดังกล่าวเผยแพร่บนโลกออนไลน์ และกำลังได้รับความสนใจ
เมื่อวันที่ 13 กันยายน ผู้ใช้โซเชียลมีเดียต่างประเทศรายหนึ่งซึ่งระบุว่าเป็นแฟนคลับของซึงรี ได้เผยแพร่ภาพของอดีตไอดอลหนุ่มที่อ้างว่าถ่ายไว้เมื่อเดือนสิงหาคม
ในภาพ ซึงรีสวมหมวกแก๊ปสีดำและเสื้อยืดสีดำ กำลังยิ้มและถ่ายรูปร่วมกับคนหลายคนภายในสถานที่ซึ่งมีลักษณะคล้ายร้านอาหารหรือร้านสำหรับนั่งดื่ม บนโต๊ะมีทั้งเค้กวันเกิด อาหาร และขวดโซจูหลายขวด สะท้อนว่ากลุ่มดังกล่าวกำลังร่วมรับประทานอาหารและดื่มสังสรรค์กัน
สิ่งที่ทำให้ภาพดังกล่าวได้รับความสนใจมากขึ้น คือชายที่ถูกระบุว่าเป็นผู้กล่าวหาซึงรีในคดีล่าสุด ปรากฏตัวอยู่ในภาพและถ่ายรูปร่วมกับเขาด้วยท่าทีเป็นมิตร
ตามคำบอกเล่าของซึงรี เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นในช่วงเช้าวันที่ 8 สิงหาคม ขณะที่เขากำลังรับประทาน “ซุนแดกุก” หรือซุปไส้กรอกเลือดเกาหลี กับคนรู้จักอีก 2 คน ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในย่านกังนัม
ซึงรีอ้างว่า ชายคู่กรณีซึ่งนั่งอยู่คนละโต๊ะและอยู่ในอาการมึนเมา ได้เดินเข้ามาหาพวกเขาและขอร่วมโต๊ะหลายครั้ง โดยบอกว่ามีแนวคิดทางธุรกิจที่อยากนำเสนอให้ซึงรีฟัง
“ผมปฏิเสธไปหลายครั้ง แต่เขาไม่ยอมไป และยังพูดอยู่เรื่อย ๆ ว่ามีไอเดียธุรกิจ อยากให้ผมลองฟัง จึงเกิดการโต้เถียงกันขึ้นระหว่างนั้น”
อย่างไรก็ตาม ซึงรีระบุว่า หลังจากความขัดแย้งในช่วงแรก สถานการณ์กลับสงบลง และสุดท้ายชายคนดังกล่าวก็ได้นั่งร่วมโต๊ะกับกลุ่มของเขา ก่อนทั้งหมดจะพูดคุยและดื่มด้วยกัน
“สุดท้ายเราก็นั่งด้วยกัน ผมฟังสิ่งที่เขาอยากพูด เราดื่มด้วยกัน ตกลงว่าจะนับถือกันเหมือนพี่น้อง และยังแลกเบอร์โทรศัพท์กันด้วย”
ซึงรียังอ้างอีกว่า ก่อนที่เขาจะเดินทางกลับ ชายคู่กรณีเป็นผู้มาส่งเขาด้วย และหลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมงยังส่งข้อความมาหา โดยบอกว่าจะนำแผนธุรกิจมาให้ดูในสัปดาห์ถัดไป
ด้วยเหตุนี้ อดีตสมาชิก BIGBANG จึงระบุว่ารู้สึกสับสนเมื่อทราบในภายหลังว่า ชายคนเดียวกันได้ยื่นเรื่องกล่าวหาว่าตนทำร้ายร่างกาย
“เขายังมาส่งผมตอนกลับบ้านด้วย ไม่กี่ชั่วโมงต่อมาก็ส่งข้อความมาบอกว่า สัปดาห์หน้าจะนำแผนธุรกิจมาให้ ผมไม่รู้ว่าอะไรทำให้เขาเปลี่ยนใจ จึงรู้สึกงุนงงที่ตอนนี้เขากลับบอกว่าตัวเองได้รับความเสียหายและเข้าแจ้งความ”
อย่างไรก็ตาม ซึงรียอมรับรายละเอียดหนึ่งที่อาจมีความสำคัญต่อการสอบสวน โดยระบุว่า ระหว่างที่พยายามแสดงให้อีกฝ่ายเข้าใจว่าไม่ต้องการให้มาร่วมโต๊ะ เขาได้หยิบขวดขึ้นมาจริง แต่ยืนยันว่าไม่ได้ใช้ขวดดังกล่าวเป็นอาวุธหรือใช้ข่มขู่คู่กรณี
“เป็นความจริงที่ผมหยิบขวดขึ้นมาตอนแสดงออกว่าไม่ต้องการให้เขามาร่วมโต๊ะ แต่ผมแค่หยิบมันขึ้นมาเท่านั้น ไม่ได้เหวี่ยงขวดหรือใช้มันข่มขู่เขา”
ขณะนี้ตำรวจยังไม่ได้ประกาศข้อสรุปว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นไปตามคำกล่าวอ้างของฝ่ายใด
ด้านซึงรีระบุว่า เขามีหลักฐานทั้งข้อความที่สนทนากับคู่กรณี ภาพจากกล้องวงจรปิดภายในร้าน รวมถึงคำให้การของพยาน และกำลังพิจารณาดำเนินการทางกฎหมายตอบโต้ โดยอาจยื่นเรื่องกล่าวหาคู่กรณีฐานแจ้งความหรือกล่าวหาอันเป็นเท็จ


