“ลูกหมี รัศมี” แถลงชนะคดีหมิ่นประมาท “ปู มัณฑนา” ลุ้นต่อคดีฉ้อโกง ศาลนัดตัดสิน 22 เม.ย.นี้ ไร้กังวลโดนจ่อฟ้องเพิ่ม 4 คดีเก่า มั่นใจมีหลักฐานชัดเจน ถอดใจแล้วเงิน 2 ล้านคงไม่ได้คืน ลั่นสู้คดีกับปู สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือสติปัญญา
จากกรณีที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ มีคำพิพากษาจำคุก 2 ปี ปรับ 60,000 บาท “ปู มัณฑนา หิมะทองคำ” ในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา “ลูกหมี รัศมี ทองสิริไพรศรี” แต่โทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้ 2 ปี และคุมประพฤติ 1 ปี ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น
ศาลสั่งจำคุก “ปู มัณฑนา” 2 ปี ปรับ 6 หมื่น คดีหมิ่นประมาทฯ “ลูกหมี รัศมี” (คลิป)
ล่าสุดวันนี้ (5 มี.ค.) ลูกหมี และ “ทนายกุ้ง อำนวยพร มณีวรรณ์”ทนายความส่วนตัว ก็ได้ออกมาตั้งโต๊ะแถลงข่าวเปิดใจ หลังชนะคดีในศาลชั้นต้น พร้อมเผยถึงเรื่องที่ปูขอสู้ต่อด้วยการยื่นอุทธรณ์ และจ่อจะฟ้องคดีเก่าเพิ่มอีก 4 คดี โดยเผยว่าไม่ได้กังวล แถมยังเป็นห่วงมากกว่า เพราะถ้าพลาดมาอาจจะเจอหนัก สู้กันเกือบ 2 ปี สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือสติปัญญา ส่วนเงิน 2 ล้านก็ทำใจไว้แล้ว ว่าคงไม่ได้คืน
ลูกหมี : “ดีใจที่ชนะคดีหมิ่นประมาท ศาลตัดสินชัดเจน และเป็นไปตามที่เราดำเนินการมา เพราะเราไม่ได้ปล่อยเงินกู้ และไม่เคยกล่าวหาว่าร้ายเค้า สิ่งที่เขาพูดกล่าวหาเรา ไม่ว่าจะหมิ่นประมาท ดูถูกเหยียดหยาม ทุกอย่างมันมีมูลค่าและราคาที่ต้องรับผิดและต้องจ่าย วันนี้ก็รู้สึกว่าได้รับความยุติธรรม คิดว่าเป็นคดีตัวอย่าง ว่าต้องมีสติในการเล่นโซเชียล”
ทนายกุ้ง : “คำวินิจฉัยของศาลก็ระบุชัดเจนแล้ว ว่าการที่เขาไปพูดกล่าวหาลูกหมีในทางเสียหาย เขาไม่มีพยานหลักฐานใดๆ ที่มาต่อสู้ การสืบพยานของเขาไม่มีอะไรมาหักล้างพยานของโจทก์ได้ ก็ตัดสินโทษหนักสุด 3 ข้อหา 3 มาตรา ดูหมิ่นด้วยการโฆษณา หมิ่นประมาทบุคคลที่สาม และหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา จำคุกเต็มที่ 2 ปี ก็ 2 ปีเลย ปรับสูงสุด 2 แสนบาท แต่ท่านปรับแค่ 6 หมื่นบาท”
ทนายกุ้ง : “การโต้แย้งที่ของเขา ที่เขาพูดกล่าวหาเรายังไง เขาไม่ได้ต่อสู้ประเด็นนี้มา เขาต่อสู้เพียงแต่ว่านักข่าวไปสัมภาษณ์เขาเอง เขายอมรับว่าพูด แต่นักข่าวสัมภาษณ์เขาก็เลยพูด”
ลูกหมี : “คดีนี้เป็นคดีที่ช่อง 9 ไปสัมภาษณ์ประมาณ 23 นาที เขายืนคู่กับสามี เขาบอกว่านักข่าวไปสัมภาษณ์เขาเอง เขาไม่ได้นัดนักข่าวไป”
ไม่หวั่นคดีพลิก หลัง “ปู” สู้ต่อ ขอยื่นอุทธรณ์
ลูกหมี : “ไม่ได้หวั่นไหวค่ะ เพราะหลายๆ คดีตอนนี้เราชนะแล้ว ตั้งแต่คดีแพ่ง ที่ศาลตัดสินให้เขาชำระเงินเรา 1.7 ล้านบาท และคดีหมิ่นประมาท ศาลก็ชี้ชัดว่าเราไม่ได้ปล่อยเงินกู้ ส่วนคดีอาญาที่ศาลแขวงพระนครใต้ ที่จะตัดสินใจวันที่ 22 เม.ย. นี้ ก็เป็นคดีที่ท้าทายและรุนแรง เพราะเป็นข้อหาฉ้อโกง และ พ.ร.บ. เช็ค ถ้าเราชนะอีก มันก็ชัดเจนล้านเปอร์เซ็นต์เลย เราก็ไม่ได้หวั่น เพราะความจริงคือความจริง"
"จากประสบการณ์ 2 ปีที่ขึ้นศาลกับเขา ถ้าคนเรามีเอกสารชัดเจน มันต้องมีตั้งแต่ศาลชั้นต้นแล้ว จะมีเอกสารอะไรเพิ่มเติมในชั้นอุทธรณ์ มันค่อนข้างจะศูนย์เปอร์เซ็นต์ค่ะ คนเราจะรู้ตัวเองดีที่สุด ว่าเราทำอะไรตั้งแต่ต้น เราใช้ชีวิตด้วยสติในทุกวัน พลาดน้อย เลยไม่คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไรได้ ในการต่อสู้ในชั้นอุทธรณ์”
ทนายกุ้ง : “ตอนนี้จำเลยเขาอาจจะไม่พอใจคำพิพากษาของศาลชั้นต้น เนื่องจากมีโทษจำคุก มีความผิด เขาอาจจะพิพากษาให้ยกฟ้อง แต่ของโจทก์เอง ในเมื่อเราก็ยังไม่พอใจคำพิพากษาเหมือนกัน เราอยากให้จำเลยติดคุก แต่ศาลให้รอลงอาญา โจทก์ก็มีสิทธิ์อุทธรณ์ให้เพิ่มโทษ โดยการให้จำคุกทันที ไม่รอลงอาญาได้ ถ้าสมมติศาลพิพากษาของเขากลับ เป็นยกฟ้อง ซึ่งเขาก็ไม่มีความผิด แต่ถ้าเขายังมีความผิดเหมือนเดิม แล้วทางโจทก์อุทธรณ์ไปด้วย ว่าให้จำคุกทันที ถ้าศาลพิพากษากลับ จากรอลงอาญา จำคุกทันที เขาก็ต้องติดคุกทันทีเหมือนกัน”
ถ้ายังไม่หยุดทำพฤติกรรมซ้ำซาก ก็อาจจะยื่นอุทธรณ์ติดคุกทันที
ทนายกุ้ง : “พฤติกรรมซ้ำๆ ซากๆ ทุกวันนี้ก็ยังไม่หยุดอีก จริงๆ น่าจะหยุดได้แล้ว แต่ก็ไม่จบ ล่าสุดหลังศาลพิพากษาเสร็จแล้ว เขาก็แอบไปสน.ทองหล่อ ไปถ่ายรูปที่เห็นโพสต์ บอกว่ามีคดีความอยู่ 4 เรื่องที่สน.ทองหล่อ จะมาฟ้อง หมัดต่อหมัดอะไรของเขา ซึ่งใน 4 คดีนั้น เหมือนเขาแจ้งความไว้ตั้งแต่ปี 67 จริงๆ เราก็มีข้อมูล มีหลักฐานชัดเจน ว่าไม่ได้หมิ่นประมาทหรืออะไร ถ้าเขาเอาอันนี้มาดำเนินคดีต่อแล้วเขาพลาด ก็โดนหนักเหมือนกัน แจ้งเท็จ ฟ้องเท็จ กลั่นแกล้งให้ผู้อื่นรับโทษทางคดีอาญา หรือขึ้นศาลเบิกความเท็จอีกก็หนักเลย"
"ก็ไม่เป็นไร เอาที่เขาสบายใจ แล้วเราไปรับทราบข้อกล่าวหาตั้งแต่ปี 67 แล้วด้วยซ้ำ ไม่ได้หลบหนีไปไหน คดีอยู่ในชั้น สน. แต่เขาจะเอาขึ้นมาใหม่ แต่ตอนนั้นที่ไปรับทราบข้อกล่าวหา ตำรวจไม่ได้มีหมายเรียก เขาโทร.มา เราเลยบอกเดี๋ยวเราไปเลย ไม่ต้องเสียเวลาออกหมายเรียก แล้วเราก็ไม่ได้แอบไป อาจารย์เดชาไปนั่งอยู่ สน. ตั้งแต่เที่ยง แล้วเรากับลูกหมีตามไปตอนเย็น ยังถ่ายสตอรี่กันอยู่เลยว่าเรามา สน."
"หลังจากนั้นตำรวจก็ไม่ได้ทำอะไรต่อ บอกว่าผมจะไม่ทำคดีนี้แล้ว แต่เมื่อวานก็เข้าใจเขาแหละ ด้วยความที่เครียดว่าถูกพิพากษาจำคุก คิดว่าเขาอาจจะแก้แค้นด้วย 4 คดีนี้ ดูจากพฤติกรรม ซึ่งอันนี้ถ้าตำรวจไม่ทำต่อ เขาคงต้องให้ทนายความฟ้องเอง”
ไม่กังวล “ปู” จะรื้อคดีเก่ามาฟ้องต่อ 4 คดี ห่วงอีกฝ่ายจะโดนกลับมากกว่า
ทนายกุ้ง : “ไม่กังวลเลย แต่กลัวเขาจะโดนกลับน่ะสิ เป็นห่วงเขา (หัวเราะ”
ลูกหมี : “ไม่กังวลค่ะ ทั้ง 4 คดีนี้ เราเบิกความในศาล ให้การสอบสวนหมดแล้ว เราไม่ได้กล่าวหาเขา และไม่ได้มีคำที่หมิ่นประมาท เลยไม่ได้กลัวใดๆ (รู้สึกยังไงที่เขาเอาเรื่องเก่าขึ้นมา?) คือก็เป็นลักษณะของคุณปูที่พูดเรื่องเก่า เขาพูดเสมอว่ามีหมัดเด็ด มีหลักฐานเพิ่มเติม พูดตลอด โพสต์ตลอด คือสิ่งที่คุณปูพูดส่วนใหญ่ คุณปูถูกหมดทุกอย่าง แล้วเราผิดหมดทุกอย่าง นี่คือประเด็นของเรื่อง เขาถึงต่อสู้คดีมาโดยตลอด ชอบบอกว่าเดี๋ยวเกมพลิก คดีพลิก”
ทนายกุ้ง : “ทนายเขาก็มีเยอะ เขาอาจจะมั่นใจ เขาบอกแล้วว่าเขาสู้ในทางของเขา”
ลูกหมี : “ที่เขาฟ้องเราตอนนี้ เหลืออีกแค่ 1 คดีคือหมิ่นประมาท จริงๆ เขาฟ้องมา 2 คดี แต่ศาลยกฟ้องไปแล้ว ส่วนที่เราเป็นโจทก์ ยังเหลืออีก 2 คดีที่เขาหมิ่นประมาทเรา ยังรอวันตัดสินอยู่ คดีที่เขาฟ้องเรามา ส่วนใหญ่การสัมภาษณ์จะเป็นลักษณะนี้ คืออ่านคำพิพากษาและชี้แจง เราไม่เคยกล่าวหา ดูถูกเหยียดหยามเขา มีเรื่องกับเขามา 2 ปี ก็ไม่เคยโกรธเกลียดคุณปูนะ ก็ยังเป็นคนที่เคยรู้จักกัน เราแค่ต้องการเงิน 2 ล้านของเราคืน อย่างคดีที่ตัดสินเมื่อวาน ในวันสืบสวนครั้งสุดท้าย ศาลก็เรียกมาไกล่เกลี่ยกัน เราก็บอกว่ายินดีไกล่เกลี่ยและจะถอนฟ้องให้ แต่คุณปูก็ยืนยันต่อศาลเลย ว่าไม่ เขาจะสู้ จนตัดสินมาเมื่อวานนี้”
ลั่นถอดใจแล้ว! เงิน 2 ล้าน ยังไม่ได้คืนสักบาท
ลูกหมี : “ยังไม่ได้เงินคืนสักบาทเลยค่ะ เสียตังค์อย่างเดียว เสียสุขภาพจิต (รู้สึกยังไงที้เขาบอกว่าค่าทนาย ค่าประกันตัวเขา มันเกินมูลค่าหนี้แล้ว แต่เขาต้องการให้ทุกคนเห็นความยุติธรรม?) มันเป็นเรื่องของวุฒิภาวะมากกว่า การตัดสินใจ การใช้ชีวิต นี่คือการดำเนินชีวิตของเขา ส่วนเงินที่เรายังไงไม่ได้คืน ก็ยอมรับว่าถอดใจเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วนะคะ แต่ว่าเราก็ทำตามหน้าที่ในสิ่งที่ต้องทำ"
"2 ปีนี้สิ่งที่รู้สึกก็คือมันเหนื่อยเรื่องการเดินทาง อีกส่วนหนึ่งคือเอาพลังบวกของเราออกไป มีแต่พลังลบ ทำให้สุขภาพจิตแย่ แต่ก็มีกำลังใจ มองกลับกันว่าเรายังแย่ขนาดนี้ เขาก็คงจะแย่มากๆ สิ่งที่น่ากลัวที่สุดในการสู้คดีกับคุณปู น่าจะเป็นเรื่องของสติปัญญาค่ะ คนเราสติปัญญามากหรือน้อย ก็จะบ่งบอกถึงความคิดหรือชีวิตของเขาได้ เราต้องยอมรับว่าเราสู้กับคนสติปัญญาเท่านี้ ตัวเราก็มีสติปัญญาเท่านี้ เราก็ต้องสู้กันต่อไป และยินดีสู้ต่อนะคะ เป็นนักรบก็ต้องรบให้สุดค่ะ”
ออกมาวันนี้อาจจะโดนคดีเพิ่ม เพราะทีมทนายฝั่งโน่นเยอะ คงต้องหาช่องทาง
ทนายกุ้ง : “เขามีอยู่แล้ว เรามั่นใจว่าเขาก็ต้องหาช่องทางที่จะฟ้อง เพราะทนายเขาเยอะ แต่บางทีก็ต้องคิด ว่าถ้าทำไปแล้วพลาด ตอนโดนกลับมันหนักกว่าเดิม”
ลูกหมี : “วันนี้เราไม่ได้สัมภาษณ์ด้วยอารมณ์ เราไม่ได้มีเจตนาที่จะว่าเขา เราอยากให้คดีจบและไกล่เกลี่ยหรือคืนเงิน นี้คือเป้าหมายเขาเรา”
ไม่รู้ที่อีกฝ่ายยังสู้ไม่ถอย เป็นความคิดตัวเอง หรือมีคนแนะนำ
ทนายกุ้ง : “เราไม่ได้รู้จักเขาส่วนตัว แต่ดูจากพฤติกรรม ไม่รู้ว่าเป็นความคิดเขาเอง หรือมีคนแนะนำ ในเมื่อเริ่มต้นมันพลาดแล้ว เขาอาจจะไม่ยอมแพ้ คิดว่าเอาให้ถึงที่สุด ในเมื่อแค่ศาลชั้นต้น รู้ได้ยังไงว่าศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาจะไม่ให้เขาชนะ เพราะสิ่งที่เขาพูดมา เขามั่นใจตลอด การกระทำแบบนี้ มีคดีความกับคนอื่น มันไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องการเงิน มันเป็นพฤติกรรมซ้ำๆ อย่างการหมิ่นประมาท ก็ต้องแถลงให้ศาลเห็น ว่าพฤติกรรมแบบนี้มันไม่เหมาะสม ในภาษากฎหมายคือไม่มีความสำนึก จากรอลงอาญา อาจจะมีสิทธิ์จำคุกทันทีได้”
ลูกหมี : “สิ่งที่จะทำให้เขาหยุดได้ ลูกหมีว่าคุณปูต้องยอมรับความจริง ตั้งสติ หยุด และแก้ปัญหาให้ถูกต้อง ค่อยๆ แก้ปมที่ตัวเองสร้างไว้ ไม่เกิน 1-2 ปีก็ปัญหาก็แก้ได้ แต่ถ้าไม่ยอมรับความจริง ไม่ตั้งสติในการแก้ปัญหา และไม่ปล่อยผ่านตั้งต้นชีวิตใหม่ เส้นทางชีวิตน่าจะวิบัติค่ะ ตอนนี้เราทำใจไว้ร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว ว่าจะไม่ได้เงินคืน ทำใจมาพักใหญ่แล้ว ลูกหมีมองเห็นเส้นทางบั่นปลายชีวิตของคุณปูคร่าวๆ แล้ว ไม่รู้ว่าคุณปูจะเห็นไหม การมี 22 คดี มันไม่ใช่เรื่องปกติ คิดว่ากลางปีนี้น่าจะเห็นอะไรชัดเจนมากขึ้น พอคดีมันซ้ำๆ ศาลท่านก็จะต้องพิจารณาบุคคลนี้เป็นพิเศษค่ะ"
"ถามว่าทำไมถึงทำใจว่าจะไม่ได้เงินคืน แค่ตั้งแต่วันแรกเราเห็นแล้ว ว่าเส้นทางการเงินในแต่ละวันเขามีกี่บาท และเราก็เห็นพฤติกรรมการใช้ชีวิตและคำพูดของเขาในช่วง 2 ปีนี้ ว่ามันไม่ได้เป็นแบบที่เราเข้าใจ รวมถึงการสืบทรัพย์ต่างๆ เราเห็นทุกอย่างหมดแล้ว เราถึงยอมรับสภาพว่าเราไม่น่าได้เงินร้อยเปอร์เซ็นต์ เลยลองวิเคราะห์ว่าบั่นปลายของเขาเป็นยังไง ของเราเป็นยังไง”
ทนายกุ้ง : “จริงๆ คดีของเรากับลูกหมีที่สืบพยาน ปีนี้จบนะ แต่จากที่ดูแล้ว เขาจะฟ้องกลับอีก 4 คดี มันน่าจะไม่จบ ก็ต้องสู้กันต่อไป”
(เขาบอกว่าหลายอย่างทำให้เขาเสื่อมเสีย ที่มีคดีกับ “หนุ่ม กรรชัย” ก็เพราะเจ้าตัวเอาเราไปออกรายการ?)
ลูกหมี : “มันไม่เกี่ยวค่ะ ปัญหามันเกิดตั้งแต่ 1 ม.ค. 67 ที่เช็คของคุณปูเด้ง การกระทำทุกอย่างไม่เกี่ยวกับคนอื่นเลย ถ้าคุณปูมีเงิน ปัญหานี้มันจะไม่เกิดขึ้น ทุกอย่างมันเกิดจากการกระทำ ความคิด และคำพูดของตัวเองทั้งนั้น”
ส่วนตัวก็โดนเข้าใจผิด และโดนดูถูกเพราะเรื่องนี้เหมือนกัน
ลูกหมี : “ก็มีผู้ปกครองทักมาถาม ว่าปล่อยดอกเบี้ยเงินกู้เหรอ ทำไมเป็นอย่างนี้ ก็ทำให้เราถูกดูหมิ่น อย่างตอนนี้เรียนปริญญาเอก ก็มีอาจารย์เรียกไปคุยบ้าง ก็ต้องดร็อปเรียนไป”
ทนายกุ้ง : “โดนถามเรื่องบิดคดีเหมือนกัน ว่าเราไปแกล้งเขาเหรอ แต่เราไม่สามารถอธิบายทั้งหมดได้ เพราะอยู่ในกระบวนการของศาล”
ลูกหมี : “ในชั้นศาลคุณปูจะพูดเสมอว่า พวกเรากลั่นแกล้งเขา ทุกคนรวมตัวกันเพื่อกลั่นแกล้งเขา เราก็งงมาก เพราะมันไม่เกี่ยวเลย เราไม่เคยกลั่นแกล้งคุณปู จ่ายเงินคืนก็คือจบ คุณปูกลั่นแกล้งตัวเองมากกว่า วันที่ 22 เม.ย. นี้ ก็มาฟังคำตัดสินคดีฉ้อโกงพร้อมๆ กันนะคะ จะได้เจอหน้ากันว่า คุณจะชนะหรือแพ้ สุดท้ายฝากถึงประชาชนนะคะ การลงทุนกับใคร ให้เก็บหลักฐานไว้ดีๆ และการจะให้ใครยืมเงิน ก็ระวังไม่ได้คืน ส่วนที่คนที่มีคดีความ ก็อยากให้คนในครอบครัวเข้ามาดูแลปัญหา เพราะบางทีเขาคิดไม่ได้ ปัญญาไม่พอ สมองน้อย หรือว่ามีที่ปรึกษาไม่ดี คนในครอบครัวต้องมาซัปพอร์ต อันนี้ฝากถึงประชาชนทั่วไปนะคะ”


