xs
xsm
sm
md
lg

“ลีเดีย” ตกใจ ปอดทำงานไม่เต็มร้อย รับยังไม่มีวิธีรักษาที่ชัดเจน ต้องปล่อยให้ร่างกายรักษาตัวเอง

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ลีเดีย” รับตกใจ ปอดทำงาน 60 เปอร์เซ็นต์ ไม่มีวิธีรักษาที่ชัดเจน ต้องปล่อยให้ร่างกายรักษาตัวเอง ขณะที่ “แมทธิว” ไร้ผลกระทบใดๆ โอดไม่รู้จะดีใจหรือเศร้า “น้องดีแลน” คิดถึงแม่ ร้องไห้ออกมาเป็นเพลง

หลังเช็กอัพร่างกาย หลังหายจากโควิด-19 ไปนานหลายเดือน แต่ก็ใจฝ่อเล็กๆ หลังผลปรากฎว่า “ลีเดีย ศรัณย์รัชต์ ดีน” ปอดยังไม่หายดี ทำงานได้แค่ 60 เปอร์เซ็นต์ ล่าสุดเจ้าตัวควง “แมทธิว ดีน” มาเปิดใจถึงเรื่องนี้ ในงานเปิดโซน EMJOY : Empower The Youth’s Nextperience ศูนย์การเรียนรู้สู่อนาคตของเยาวชนยุคดิจิทัลแห่งใหม่ใจกลางสุขุมวิท ณ โซน EMJOY ชั้น 2 อาคาร C ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ ยอมรับว่าตกใจ เพราะการใช้ชีวิตที่ผ่านมาถือว่าปกติมาก

ลีเดีย : “จริงๆ ก็รู้สึกปกติดี แต่ว่าล่าสุดไปเช็กอัพ เพราะมันผ่านมา 5-6 เดือน ก็เลยไปเช็กฟังก์ชั่นของการทำงานปอด จริงๆ ตัวเองรู้สึกปกติ แต่พอเช็กแล้ว ผลออกมาไม่ค่อยปกติ ซึ่งตัวเองก็ไม่ได้รู้สึกเหนื่อยหรือหอบ หมอบอกใช้ชีวิตได้ปกติ เพียงแต่หมอบอกไปวิ่งมาราธอนอาจจะไม่ไหว

ทราบผลตรวจก็นิดหนึ่ง เพราะตัวเองรู้สึกว่าแข็งแรงดี ของพี่แมทก็หายแล้ว 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ของเรามันออกมานิดหนึ่งที่ยังไม่ค่อยปกติเท่าไหร่ ถุงลมในปอดอาจจะยังเป็นแผลอยู่ คุณหมอก็อธิบายง่ายๆ ว่าเหมือนตอนเป็นสิวมันหายแล้วแหละ แต่รอยดำรอยแดงอาจจะยังอยู่ เลยอาจจะยังทำงานไม่ 100 เปอร์เซ็นต์”

รับมีผลต่อการหายใจ เหนื่อยเร็วกว่าคนอื่น ต้องใช้เวลา
ลีเดีย : “ก็มีบ้าง เวลาวิ่งเดียจะรู้สึกเหนื่อยเร็วกว่าคนอื่น เพราะอาจจะใช้ออกซิเจนเยอะช่วงวิ่ง ทำให้เหนื่อยเร็วกว่าปกติ แต่ก็ไม่ได้รู้ว่าไม่ไหว ก็ยังใช้ชีวิตได้ปกติเลย

ถามว่าอีกนานแค่ไหนถึงหาย 100 เปอร์เซ็นต์ ก็ไม่รู้ค่ะ คุณหมอบอกต้องใช้เวลา เพราะโควิดเป็นโรคที่เพิ่งเกิดขึ้นในโลก เขายังไม่มีข้อมูลอะไรเยอะ ก็เลยไม่รู้ว่าจะกลับมาหาย 100 เปอร์เซ็นต์เหมือนเดิมไหม หรือจะหายต้องใช้เวลานานขนาดไหน มันยังไม่มีผลของคนไข้ที่ผ่านมามาโชว์ได้ แล้วเราก็เป็นหนึ่งในคนแรกๆ ที่เป็น เหมือนก็เป็นเคสศึกษาไปด้วย”

ไม่มีวิธีรักษาที่ชัดเจน ต้องปล่อยให้ร่างกายรักษาตัวเอง
ลีเดีย : “หมอบอกไม่มีการรักษา ต้องให้ร่างกายรักษาตัวเอง ออกกำลังกายเพิ่มก็ไม่ได้ช่วยอะไร”

แมทธิว : “ถ้าเกิดเรากินอาหารดีๆ หรือว่าดูแลตัวเองก็เป็นสิ่งที่ไม่เสียหายอยู่แล้ว แต่ถามว่ามีวิธีการรักษาที่ชัดเจนไหม ก็ยังไม่มีครับ ต้องปล่อยให้ร่างกายเป็นไปตามธรรมชาติของมัน ของผมโอเคครับ ค่อนข้างจะดี ของเดียก็ยังแปลกใจว่ายังมีติดค้างอยู่นิดหนึ่งที่ยังไม่หาย 100 เปอร์เซ็นต์ ยังไงก็คอยติดตาม แล้วก็เช็กกับคุณหมอเรื่อยๆ ว่าดีขึ้นขนาดไหนแล้ว เมื่อไหร่ 100 เปอร์เซ็นต์ก็ตามนั้น

ลีเดีย : “พี่แมทฟิตกว่าเดิมอีกค่ะ เพราะช่วงนี้เราก็กลับมาดูแลสุขภาพของเราเต็มที่ เรื่องอาหารการกินและความเป็นอยู่ ออกกำลังกายให้เต็มที่ไว้ก่อน เพื่อให้สุขภาพของเราดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ของพี่แมทก็ฟิตกว่าเดิมก่อนที่จะเป็นโควิด-19 อีก”

ไม่กระทบงาน
ลีเดีย : “คุณหมอบอกไม่กระทบ แล้วเดียก็ไม่รู้สึกว่ามันกระทบ เรื่องร้องเพลงอาจจะไม่หนักขนาดนั้น หมอบอกว่ามันจะหนักก็ต่อเมื่อเป็นมาราธอน ไปไตรกีฬา อะไรที่มันต้องใช้ออกซิเจนเยอะจริงๆ หนักจริงๆ ถ้าเป็นการร้องเพลงไม่น่าขนาดนั้น ยกเว้นจะตีลังกา เต้นหนักๆ ไปร้องเพลงไป อันนั้นเป็นไปได้ แต่คิดว่าคงไม่หนักขนาดนั้น”

หวังว่าจะไม่ติดเชื้ออีกรอบ
ลีเดีย : “ถ้าติดอีกรอบนึงนี่ยังไม่มีข้อมูลเลย คือเราก็ไม่รู้ว่าภูมิในเลือดเรามันยังอยู่ไหม หรือถ้าเป็นอีกรอบนึงร่างกายจะสามารถกำจัดมันได้หรือว่ามันจะแย่กว่าเดิม ก็ยังไม่มีข้อมูลตรงนี้ ก็หวังว่าจะไม่มีอีกรอบนึง ตัวเราคือเชื้อหมดแล้ว แต่ความเสียหายที่เชื้อมันทำไว้กับปอดมันยังหายไม่สนิท แต่ก็ไม่ได้จะเป็นแผลเยอะมาก ตอนนี้เอกซเรย์ทุกอย่างคือปกติ
คุณหมอบอกว่าถ้าเอาเอกซเรย์ไปให้หมอที่ไหนดูแล้วเขาไม่รู้ว่าเราเป็นใคร มาจากไหน เขาก็จะบอกว่าปอดเป็นปกติดี เฮลท์ตี้ 100 เปอร์เซ็นต์ ดูจากเอ็กซเรย์ แต่พอเราไปตรวจฟังก์ชั่นของการทำงานที่เราไปเป่าเครื่อง มันเลยรู้ว่าก๊าซที่เราจะต้องเอาคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาแลกออกซิเจน มันยังไม่ 100 เปอร์เซ็นต์”

ถึงทำงานได้แค่ 60 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็ไม่ได้แย่
ลีเดีย : “คนปกติ ก็ 70-80 ของเรา 60 มันก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น แต่ก็ยังไม่ปกติ มันลดลงมานิดหน่อย เราก็ไม่ต้องปรับอะไร ใช้ชีวิตตามปกติ เพราะเดียก็ไม่ใช่นักวิ่งมาราธอนอยู่แล้ว เราก็ออกกำลังกายที่พอเหมาะพอควร ไม่ได้หนักมาก”

แมทธิว : “ภูมิมันจะลดลง มันจะมีภูมิตัวนึงที่เวลาเราไม่สบาย หรือเราเป็นโควิด-19 มันจะขึ้นสูงเพื่อต่อต้านไวรัสในช่วงที่เราเป็น พอเราหายแล้ว ไวรัสไม่อยู่ในตัวเรามันก็จะค่อยๆ ลดลงมาในระดับปกติ ฉะนั้นผมก็กลับมาอยู่ในระดับปกติเหมือนทุกคน แต่ภูมิที่เหมือนเป็นสิ่งที่ร่างกายเราจะจำ ว่าเคยเป็นตัวนี้มาแล้ว ถ้ามันกลับมาหาเราอีกเราก็จะสามารถต่อต้านได้เร็วขึ้น ตัวนั้นจะยังอยู่ ส่วนคนที่บริจาคพลาสม่า เขาสามารถจะเอาพลาสม่าที่มีภูมิสูงๆ ที่อยู่ในตัวเรา ตัวนั้นจะสามารถให้คนไข้คนอื่นได้ แต่พอกลับมาอยู่ในระดับปกติแล้วบริจาคไปก็เท่านั้น ไม่สามารถเอาไปทำอะไรได้

ไม่รู้จะดีใจหรือเศร้า “น้องดีแลน” ร้องไห้ออกมาเป็นเพลง คิดถึงแม่
ลีเดีย : “คุณครูบอกว่าอยู่ๆ เขาก็เดินมา เด็กปกติเขาก็จะบอกคิดถึงคุณพ่อคุณแม่ แต่ดีแลนร้องออกมาเป็นเพลง มีเมโลดี้ด้วย ครูบอกว่าตั้งแต่สอนมาไม่เคยเจอ ไม่รู้จะภูมิใจหรือว่าเศร้าดี ด้วยเนื้อเพลงมันเศร้ามากเลย แล้วหน้าตาลูกก็ดูเศร้า แต่ลูกสามารถแต่งเมโลดี้ออกมาได้เป็นเพลง บอกความรู้สึกออกมาเป็นเพลง ปกติเขาก็จะร้องเพลงของเขา”

แมทธิว : “เขาจะจำเมโลดี้จากเพลงแล้วมาแต่งเนื้อของเขาเอง เอาเพลงคริสต์มาสมาร้องเป็นเนื้อฉันหิวข้าว อะไรประมาณนี้ ก็แปลกเหมือนกัน”

ลีเดีย : “เขาน่าจะซึมซับจากเราไป เขาทำออกมาเองจนเป็นธรรมชาติของเขา ก็แปลกใจแต่ก็ไม่รู้ว่าแม่ควรจะเศร้าหรือควรจะดีใจดี สองความรู้สึก

แมทธิว : “น่าจะได้มาจากพ่อ เพราะผมชอบร้องอะไรแบบนี้ แปลกๆ มั่วๆ ไป คือร้องดีๆ ก็ได้ แต่ชอบทำเนื้อร้องแปลกๆ”






กำลังโหลดความคิดเห็น...