xs
xsm
sm
md
lg

“นักวิชาการสถาบันเครือข่ายไทยสร้างสรรค์” เสนอความเห็น.. ใช้จุดแข็งของประเทศด้านสาธารณสุข สร้างรายได้เข้าประเทศ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นักวิชาการสถาบันเครือข่ายไทยสร้างสรรค์(สคทส.)Thai Sangsan Institute ชี้ 3 วิกฤติของประเทศ “โควิด-เศรษฐกิจ-การเมือง” เปิดรับฟังปัญหาทุกด้าน 3 แกนนำสถาบันฯ “Mr.p-สารวัตรแรมโบ้-อาจารย์แหม่ม(นักกฎหมาย-นักวิจัย)” ชี้ในวิกฤติย่อมมีโอกาส ใช้จุดแข็งของประเทศด้านสาธารณสุข สร้างรายได้เข้าประเทศด้วยการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ เที่ยวสนุกปลอดภัยแบบ Next Normal

นายสมชาย พหุลรัตน์ ประธานสถาบันเครือข่ายไทยสร้างสรรค์(สคทส.)Thai Sangsan Institute ,อาจารย์นิดาวรรณ เพราะสุนทร เลขาธิการสถาบันฯ(ผอ.หลักสูตรนิติฯ ม.รังสิต)แกนนำยุทธศาสตร์ด้านกฎหมายที่รวบรวมนักกฎหมายปริญญาเอกทำดีเพื่อแผ่นดิน และ พ.ต.อ.สุรโชค เจษฎาเดช “สารวัตรแรมโบ้”ตำรวจน้ำดีขวัญใจประชาชน ที่ปรึกษาสถาบันฯและประธานมูลนิธิป้องกันต่อต้านอาชญากรรมและยาเสพติด ได้มองปัญหาสถานการณ์ในปัจจุบันของประเทศไทยว่า คนไทยกำลังเผชิญกับปัญหา 3 ด้าน จะเรียกว่าเป็น 3 วิกฤติก็คงไม่ผิด นั้นก็คือ วิกฤติทางด้านโรคระบาดโควิด19....ปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ และปัญหาทางด้านการเมือง ซึ่งทางคณะกรรมการสถาบันฯ ที่มาจากบุคคลหลากหลายสาขาอาชีพ นักธุรกิจ-นักกฎหมาย-นักวิชาการด้านสุขภาพ-นักธุรกิจรุ่นใหม่(สตาร์ทอัพ)-นักศึกษา และคนในวัยทำงานที่มีอุดมการณ์มาร่วมกันรวมพลังทำในสิ่งดี ๆ เพื่อสร้างคนรุ่นใหม่ทางการเมือง ทำดีเพื่อแผ่นดิน ได้ลงพื้นที่พบปะกับผู้คนไปพร้อมกับพลังคนรุ่นใหม่ของสถาบันฯ ทำให้มองเห็นว่าในยามวิกฤติเราต้องรับฟังปัญหาทุกด้านให้มาก ๆ แล้วเอาปัญหานั้นมาสังเคราะห์เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหา ซึ่งเชื่อว่าในวิกฤตินั่นย่อมมีโอกาส โดยวิกฤติโควิดพวกเราทำได้ดีไม่ห่วง แต่พวกเราต้องการ์ดไม่ตก เรื่องนี้พวกเราทำได้ดีได้รับคำชมเป็นจุดแข็งของไทย ที่จะสามารถสร้างรายได้เข้าประเทศด้วยการท่องเทียวเชิงการแพทย์ เป็นท่องเที่ยวแบบใหม่ เที่ยวสนุกปลอดภัย และNext Normal

ประธานสถาบันฯกล่าวอีกว่า ประเด็นเศรษฐกิจ เป็นโจทย์ใหญ่เหมือนกันปัญหาเกิดทั้งโลกมาจากโควิดด้วย ดังนั้นในยามนี้ที่เราได้เปรียบเรื่องการดูแลโควิด โรงงานต่าง ๆ เปิดได้แล้ว เราต้องเร่งผลิตสินค้าที่มาตอบโจทย์ที่คนทั้งโลกต้องการที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ สินค้าส่งออกที่ติดลบในช่วงที่ผ่านมาก็ต้องหาทางแก้ไขส่งออกให้มากขึ้น อะไรที่เป็นตัวติดขัดขวางการส่งออกต้องเรียบเร่งจัดการ ส่วนปัญหาการเมืองในช่วงนี้เป็นการตี่นตัวของคนรุ่นใหม่ทางการเมืองมากกว่าในอดีต ปัญหาที่เขาเรียกร้องและอยู่ในกรอบที่จะนำไปสู่การแก้ไขได้ ก็ต้องรีบเร่งทำ และให้เขาเห็นว่าจริงจัง และจริงใจ โลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยี่มีบทบาทสำคัญในชีวิตผู้คน ดังนั้นความคิดของคนรุ่นใหม่มันมากับกระแสด้วย เราก็ต้องตามให้ทัน ชีวิตผู้คนก็ต้องปรับเปลี่ยนให้ทันกับกระแสโลกด้วยเหมือนกัน

ทางด้านอาจารย์นิดาวรรณ เลขาธิการสถาบันฯ(ผอ.หลักสูตรนิติฯม.รังสิต) กล่าวว่าวิกฤติทั้ง 3 ด้าน จะว่าไปแล้วในอดีตมันก็เคยเกิด แต่เมื่อมันเกิดเราก็ต้องพยายามแก้ไขปัญหา เพราะปัญหาย่อมแก้ได้โดยต้องทำอย่างจริงจัง โควิดระบาดเราได้รับคำชมรอเพียงวัคซีน มีวัคซีนปัญหาก็จบ แต่เรื่องเศรษฐกิจเป็นเรื่องใหญ่เป็นเรื่องปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชน สิ่งที่รัฐจะต้องเร่งรีบทำคือ หาวิธีสร้างรายได้ให้เกิดในประเทศ คนที่ตกงานรัฐดูแลชดเชย แต่ระยะข้างหน้ามันก็ต้องมีมาตรการอื่นมารองรับอีก ยามนี้ต้องรีบเร่งประกาศตัวรัฐมนตรีคลังให้เร็วที่สุด เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับภาคธุรกิจ ส่วนการเมืองที่กำลังจะมีการชุมนุมคราวนี้มันแตกต่างจากเดิมที่มีประชาชนนักศึกษา คราวนี้มีเด็กมัธยมด้วย ก็ต้องฟังให้มาก ๆ กับเรื่องปัญหาที่เขาเอามาพูด ดิฉันเป็นอาจารย์สอนกฎหมายเชื่อว่า ถ้าทุกอย่างในบ้านเรามันลดความเหลี่อมล้ำได้ ความเป็นธรรมมันต้องเป็นธรรมจริง ไม่บิดไม่เบี้ยว สังคมของความขัดแย้งมันก็จะเบาบางลงไป สรุปคือทุกคนต้องช่วยกัน

พ.ต.อ.สุรโชคฯ “สารวัตรแรมโบ้” มองถึงปัญหาทั้งสามด้านว่าเป็นวิกฤติ เพราะในวิกฤติมันก็ต้องมีทางออก เราต้องพยายามช่วยกันหาทางฟันฝ่าวิกฤติไปให้ได้ ซึ่งในยามที่เกิดวิกฤติที่ผ่านมาประเทศชาติของเราก็ผ่านพ้นมาได้เกือบทุกครั้ง แต่ครั้งนี้มันมารุมเร้ากันสองด้าน ทั้งโควิดและเศรษฐกิจ เลยกลายเป็นสองเด้ง ส่วนปัญหาการเมืองผมยังมองว่าไม่น่าวิกฤติ เพราะรัฐยังมีอำนาจเต็มที่ แต่ปัญหาใหญ่มันอยู่ที่พลังของนักศึกษา-นักเรียน หรืออาจจะมีประชาชนร่วมด้วยกลุ่มปลดแอกที่เขาพยายามเรียกร้องในสิ่งที่เขามองว่าผู้ใหญ่เหมือนไม่ได้ฟังเสียงพวกเขา อันนี้เราก็ต้องฟังและมาดูว่าอันไหนที่เขาเรียกร้องแล้วมันสามารถแก้ไขได้ก็ควรทำ ยังไงก็เป็นลูกหลานของเราไม่ว่าจะฝ่ายไหน ปัญหาของบ้านเราคือเรื่องของความขัดแย้งส่วนใหญ่ก็จะมาจากความไม่เป็นธรรม ความเป็นธรรมที่คนจะยอมรับก็คือ ความเป็นธรรมที่ตรงไปตรงมา และไม่โอนเอียง นั่นเอง




กำลังโหลดความคิดเห็น...