xs
xsm
sm
md
lg

“นุ๊ก สุทธิดา” เปิดใจ ในวันเผชิญมรสุมชีวิต สามีรักมากขึ้นกว่าเดิม ขอบคุณมะเร็งมาเตือน!

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“นุ๊ก สุทธิดา” เผยขอบคุณมะเร็งมาเตือน อย่าประมาทกับชีวิต ความตายเกิดขึ้นได้ ขอบคุณโรคร้ายไม่คร่าชีวิต สามีรักมากกว่าเดิม ที่ผ่านมาก็รักแต่ไม่แสดงออก บอกกลับมาใช้ชีวิตปกติ เน้นทางสายกลาง มีความสุขกับทุกอย่างบนโลก อยากรวมตัวกับ “นิ้ง กุลสตรี ยังรับเล่นละคร ถ้าหากยังมีชีวิต เผยความผูกพันลูกชาย แซว “ปิ๊ปโป้” อยากออกเรือน ส่วน “ปาแปง” ไม่กินเนื้อสัตว์ กลัวบาป มีเงินจะฮึดทำได้ทุกอย่าง

ควงแขนลูกสองคนมาเปิดใจทุกเรื่อง สำหรับ “นุ๊ก สุทธิดา เกษมสันต์ ณ อยุธยา” รวมทั้ง “ปิ๊ปโป้ ฐปนต ธรรมโรจน์พินิจ”(เสื้อดำ) และ “ปาแปง อินทัช ธรรมโรจน์พินิจ”(เสื้อลาย) หลังต้องเผชิญมรสุมชีวิต พบเป็นมะเร็งไทรอยด์ ลามต่อมน้ำเหลืองถึง 17 จุด ตอนนี้ทุกอย่างดีขึ้น นุ๊กขอบคุณอย่างน้อยมะเร็งมาเตือน รวมทั้งเรื่องละคร “ก่อนตะวันแลง” ดรามายิ่งกว่าขมิ้นกับปูนที่นุ๊กเคยเล่น และห่างมานนาน 10 ปีแล้ว ซึ่งขณะให้สัมภาษณ์ สองหนุ่มทั้งกอดทั้งหอมคุณแม่ออดอ้อนออกสื่อ เป็นภาพที่น่าเอ็นดู

ปิ๊ปโป้ : “ที่ผ่านมาก็ให้กำลังใจแม่ สู้ๆ นะครับ เป็นกำลังใจให้เสมอนะครับ (เขิน)”

ปาแปง : “ผมดูแล แต่ไม่ค่อยพูดครับ ช่วยให้ยา ชงกาแฟให้ ดูอดัมให้และก็อีกหลายอย่าง”

นุ๊ก : “เวลาแม่ไม่สบาย เขาจะดูน้องให้ อาบน้ำ ล้างก้นให้น้อง ปาแปงจะเป็นคนทำทั้งหมด ทั้งๆ ที่ปาแปงเป็นคนที่รักษาความสะอาดมาก”
ปาแปง : “เป็นสิ่งที่ผมอยากทำให้เอง”
นุ๊ก : “จริงๆ แล้วปกติครอบครัวเราไม่ได้แสดงความรักกันแบบสุดๆ แต่ก็มีบ้าง กอดหอม แต่ไม่รู้ว่าบ้านอื่นเขาขนาดไหน แต่เป็นแนวผู้ชายไม่อ้อนทั้งวัน เวลาเราป่วย เขาก็จะปรับตัวเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น จากเมื่อก่อนดื้อกว่านี้ แต่เดี๋ยวนี้แม่เรียก มาเร็วมาก”

อยากเข้าวงการ
ปิ๊ปโป้ : “ได้หมดครับ”

ปาแปง : “ไม่แน่ใจครับ (ได้เงินเยอะนะ?) (ยิ้ม)”

นุ๊ก : “เงินซื้อผมไม่ได้ ถ้าไม่มากพอ (หัวเราะ)”

คุ้มป่วย บ้านสะอาด เป็นระเบียบมากขึ้น เผยน้องปาแปงไม่กินเนื้อกลัวบาป
นุ๊ก : “ต้องบอกว่าตอนเลี้ยงมา อาจจะมีกังวลบ้าง เพราะลูกเราเป็นผู้ชาย บางทีเขาอยู่รวมกัน ความสกปรก ความขี้เกียจรวมๆ กัน แต่หลังจากเราป่วย หายจากบ้านไป 2 อาทิตย์ เรากลับมาบ้าน บ้านคือสะอาด เป็นระเบียบกันมากขึ้น”

ปิ๊ปโป้ : “พอหม่าม๊ากลับมา ทุกอย่างกลับเป็นเหมือนเดิม”

นุ๊ก : “(หัวเราะ) คือบ้านเป็นระเบียบอย่างที่เราเคยสั่งไว้ ซึ่งมันก็คุ้มเหมือนกันนะที่เราป่วย และตอนที่เราอยู่โรงพยาบาล เราก็เป็นห่วงลูกๆ อย่างปิ๊ปโป้เราจะห่วงความเป็นระเบียบของเขา สิ่งที่เราต้องคอยเตือนกิจวัตรประจำวัน ถ้าไม่มีแม่เขาจะลืม ส่วนปาแปงห่วงเรื่องกิน เขาจะกินไม่เหมือนคนอื่น เขาจะไม่ทานเนื้อสัตว์ ไม่ทานไข่ เขาจะต้องทำอาหารแยกของเขา เขาจะดูแลตัวเองได้มากแค่ไหน เพราะสิ่งที่เขาขอ เขาไม่อยากกินเนื้อสัตว์จริงๆ เขาขอเราแบบจริงจัง เราก็บอกไปถ้ายูไม่กินเนื้อสัตว์ ยูต้องดูแลตัวเองให้ได้ ซึ่งเขาก็ดูแลตัวเองได้ดี เขาบอกว่ามันเป็นบาป เขาเชื่ออย่างนั้น ซึ่งเราก็ปล่อยเขาเพราะเขายืนยันมาแบบนั้น”

แซวลูก อยากออกเรือนแล้ว
นุ๊ก : “หวงลูกมาก นุ๊กพูดเลยว่านุ๊กหวงลูกมาก และหวงและห่วงก็น่าจะเป็นปิ๊ปโป้ ปิ๊ปโป้เหมือนจะอยากออกเรือนแล้ว (ยิ้ม) สาวๆ เยอะ ชอบคุยกับสาวๆ”

ปิ๊ปโป้ : “ไม่มีปรึกษาแม่ครับ ไม่เคย (หัวเราะ)”

นุ๊ก : “เคยมีมาบ้าง แต่ก็มีให้น้องไปขอเบอร์ให้บ้าง แต่น้องชอบปาดหน้า ก็เลยไม่ค่อยให้น้องช่วย แบบเวลาชอบคนนี้ และให้น้องไปขอเบอร์ให้หน่อย น้องก็ซื่อๆ เดินไปขอให้ และพอจดหมายส่งมาให้ ผู้หญิงสารภาพว่าเราชอบปาแปง เราไม่ได้ชอบปิ๊ปโป้ (หัวเราะ)แม่เลยให้บอกไปน้องเป็นตุ๊ด อยู่บ้านใส่ที่คาดผม แต่ปาแปงเขาเป็นเด็กนิ่งๆ เขาไม่อยากมีแฟน แต่ถ้าปรึกษาก็ไปคุยกับแดดดี้ เขาจะได้จดหมายรักบ่อย แต่เขาเป็นคนเก็บจดหมายเอาไว้ดีมาก แม้จะไม่ได้รักก็ตาม ไม่ทำลายน้ำใจ และก็จะไปปรึกษาแดดดี้ว่าจะตอบกลับไปยังไงดี เพราะเขายังไม่อยากมีแฟน เลยเป็นจุดที่เราน่าจะห่วงคนพี่มากกว่า เขาเป็นวัยรุ่นแรกๆก็หวงเขา แต่พอเราหวงมากไป เขาจะไม่ค่อยมาปรึกษาเรา ค่อยข้างเริ่มปล่อยบ้าง ล่าสุดก็มาขอย้ายโรงเรียน”

ปิ๊ปโป้ : “ใช่ครับ เพราะโรงเรียนไม่ยอมหยุดวันเว้นวัน เพื่อความปลอดภัยจะได้ไม่เป็นโควิด-19”

นุ๊ก : “แต่จริงๆ แล้วจะย้ายไปอยู่โรงเรียนเดียวกับสาว เราก็ไม่รู้จะพูดยังไง เราเลยต้องอธิบายใหม่ เพราะเราก็งงว่ามันคิดได้ยังไง จะย้ายไปเรียนกับสาว เลยบอกไปว่าเราสอบเทียบแล้วค่อยไปเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกัน ข้อดีของเขาคือสอนง่าย แต่ปาแปงถ้าเขามีความคิดอะไรแล้ว สอนหรือเปลี่ยนอะไรไม่ได้ เป็นสายติสต์เลย”

เผยเล่นละคร “ก่อนตะวันแลง” ห่างดรามา 10 ปี ยิ่งกว่าขมิ้นกับปูน
นุ๊กห่างจากดรามามานาน 10 กว่าปี เรื่องนี้ดรามายิ่งกว่าขมิ้นกับปูน เล่นตั้งแต่เด็กยันโต และมันเป็นดรามาที่เกี่ยวกับครอบครัว ทุกคนรักครอบครัวหมดเลยแค่พูดถึงครอบครัวน้ำตาก็มาแหละ แต่ถ้าพูดดรามาถึงเรื่องแฟน นุ๊กจะเครียด ความรักระหว่างหนุ่มสาว มันไม่จำเป็นจะต้องอินจนต้องมานั่งร้องไห้ แต่พอมาเป็นพ่อแม่ลูก น้ำตาก็จะมา

นุ๊กไม่ได้เล่นนานมากค่ะ เรียกว่าเป็น 10 ปีเลยนะคะ ที่ห่างหายไป อันนี้ยิ่งกว่าขมิ้นกับปูนอีก เพราะว่าดำเนินตั้งแต่เด็กจนโต ปมก็คือตอนเด็กๆ เรื่องพ่อเรื่องแม่จะเป็นเรื่องที่ใหญ่ที่สุด มันก็จะเป็นเรื่องระหว่างความรักที่เรารักครอบครัว ซึ่งสำหรับนุ๊ก นุ๊กว่ามันเป็นดรามาที่ง่าย เพราะพอมันเป็นเรื่องของครอบครัว ทุกคนในโลกนี้รักครอบครัวหมด เวลาเราพูดถึงครอบครัว น้ำตาก็มาแล้ว ไม่ต้องบิวต์เยอะ แต่ของนุ๊ก สมมติว่าเป็นดรามาฝั่งแฟน สำหรับนุ๊กจะเครียด ความรักระหว่างหนุ่มสาว สำหรับนุ๊กมันไม่ได้อินขนาดจะต้องมานั่งร้องไห้ แต่พอเป็นลูก เป็นพ่อแม่ แค่พูดว่าพ่อไม่รัก น้ำตาก็มาแล้ว มันก็จะง่ายกว่า

แฮปปี้ได้ร่วมงานกับนักแสดงมืออาชีพ
“นุ๊กโชคดี ที่นุ๊กได้ทำงานกับนักแสดงที่มีฝีมือทุกคนเลย อย่างเวลาเข้าฉากกับนักแสดงคนอื่น แล้วเห็นเขาทำหน้าเศร้าๆ อยู่ในฉาก มันก็เรียกน้ำตาเราไปเอง แทบจะไม่ต้องทำอะไรเลย เวลาที่เราได้แสดงกับนักแสดงดีๆ อย่างพี่หลิน (นุศรา ประวันณา) เอง ในเรื่องเขาก็ส่งให้เราแบบกดดันทุกทาง จนเราก็รู้สึกแบบทำไมไม่ชอบเรา มันก็เลยรู้สึกว่าทำงานง่าย เวลาที่เราได้อยู่กับนักแสดงดีๆ รวมถึงทีมงานด้วยค่ะ เพราะเขาทำงานกันไวอยู่แล้ว เวลาที่งานมันไม่ติดขัด มันจะไว แสงจัดแบบเราไม่ต้องมานั่งรออะไรมาก อารมณ์มันก็จะต่อเนื่อง ทำงานได้ง่ายขึ้น”

ลั่นฟาดกันสุดฤทธิ์ ทำงานสนองนี้ดส์ของผู้กำกับ เงินเดือนคือรางวัลชีวิต ความดังเป็นแค่ผลพลอยได้
“คือจริงๆ ตั้งแต่เด็กจนโต เวลาทำงานนุ๊กจะรู้สึกมีความสุข อย่างแรกนุ๊กทำงานเพื่อจะตอบสนองความต้องการของผู้กำกับ ทุกครั้งที่นุ๊กทำงานแล้วผู้กำกับแฮปปี้ ฉากไหนที่เขาปรบมือดีใจ นุ๊กกลับบ้านไปก็จะรู้สึกว่านี้คือเงินเดือน คือรางวัลชีวิต นอนยิ้มตลอดเวลาที่เราทำให้ผู้กำกับได้ในสิ่งที่เขาต้องการ

แล้วในขณะเดียวกัน เวลาเราไปกอง แล้วเรากินอิ่มนอนหลับ เจอคนที่ทั้งกองรักกัน เรื่องนี้ทั้งกองรักกันหมดเลย ทีนี้เรื่องผลพลอยได้ว่าละครจะดังไม่ดัง ตอนเด็กๆ ต้องบอกว่าไม่เคยคิดเลย มันเหมือนเป็นผลพลอยได้ ที่เรากำหนดไม่ได้ แล้วเราเกิดมาเพื่อทำงานให้ผู้กำกับ

แต่ว่าวันนี้มันก็เป็นอีกเรื่องที่เรียกว่าหายไปเป็น 10 ปีแล้ว แอบหวังเหมือนกันว่าคนจะดู เพราะเราก็อยากให้คนกลับมาดูเรา หลังจากที่เราหายไปนาน มันก็มีความหวังเล็กๆ เหมือนกัน นุ๊กเชื่อว่าทุกคนตั้งใจมาก ก็อยากให้ละครมันดังๆ วันนี้ที่มีกระแสตอบรับ มันก็เกินคาด พวกเรายังคุยกันในทีมงาน ว่าแบบมันเกินคาดกว่าที่เราคิด ก็ถือว่าขอบคุณแล้วกันค่ะ ขอบคุณ

แล้วก็ฝากให้ติดตามละครเรื่องนี้ เพราะนุ๊กเชื่อว่าไม่ใช่แค่นุ๊กคนเดียว หลายๆ คนที่หายไปนาน แล้วมันเป็นยุค 90 ที่พวกเรามารวมตัวกัน แต่ละคนที่เอาประสบการณ์ เอาความสามารถที่มีทั้งหมด เรียกว่าฟาดกันสุดฤทธิ์เลย อยากให้ทุกคนรอให้กำลังใจพวกเรานะคะ เพราะว่าจริงๆ รุ่นแม่ก็จะมีอีกไม่เท่าไหร่ ถ้าหายใจแรงหรือพลาดไป อาจไม่ได้เห็นพวกเราแล้วนะคะ (หัวเราะ) ก็ฝากติดตามแล้วกัน

ต้องบอกว่า ก่อนตะวันแลง ถ้าถามด้วยพล็อตเรื่องของมันแต่เดิม มันเป็นละครน้ำเน่า เราต้องพูดอย่างนี้ เป็นละครดรามาน้ำเน่าจริงๆ เลย แต่ด้วยความที่บทละครที่เขาเขียนมาดีมากๆ แล้วพวกเราก็ฟาดฟันกันเต็มที่ นุ๊กอ่านคอมเมนต์แล้วขอบคุณมาก มันเป็นละครน้ำเน่าที่ไม่เหม็นเลย เพราะมันเล่าเรื่องได้เร็วมาก มันแค่เป็นเส้นเรื่องที่มันดูน้ำเน่า แต่จริงๆ แล้วเรื่องของมัน การเล่าเรื่องมันเป็นสมัยใหม่ไปแล้ว แม้แต่ไฟ แสง สี ตัดต่อ ทุกอย่างมันเป็นสมัยใหม่ไปแล้ว เพราะฉะนั้นก็ฝากไว้ด้วย สำหรับละครน้ำเน่าในพ.ศ.นี้นะคะ ที่เป็นพ.ศ.ใหม่จริงๆ ก็อย่าพลาดเลยนะคะ เพราะถ้าพลาดไปแล้ว นักแสดงอาจไม่ได้อยู่ให้คุณได้ดูในเรื่องต่อไปแล้ว (หัวเราะ)”

พร้อมรับเรื่องต่อไปหากยังมีชีวิตอยู่
“ถ้ายังมีชีวิตอยู่นะคะ ก็อยากจะรับเรื่องต่อๆ ไป เพราะตอนแรกที่ป่วย เราก็ดูเหมือนกัน ว่าเครดิตจะขึ้นอาลัย สุทธิดา เกษมสันต์ หรือเปล่า (หัวเราะ)”
ขอบคุณโรคร้ายยังไม่คร่าชีวิต แค่มะเร็งมาเตือน อย่าประมาท ความตายเกิดขึ้นได้
“ถามว่าดูนุ๊กพูดเรื่องความตายแบบปกติ ก็จริงๆ มันก็เป็นเรื่องปกตินะคะ ที่เราจะต้องทำใจและจะต้องเตือนตัวเอง ไม่ให้ประมาทในทุกๆ วัน เพราะจริงๆ แล้ว ความตายมันก็เกิดขึ้นได้ บางที่เราอาจจะไม่ได้ตายเพราะมะเร็งก็ได้ เราอาจจะตายเพราะอย่างอื่น

ซึ่งนุ๊กก็ขอบคุณนะ ที่นุ๊กได้เป็นโรคร้ายที่มันอาจจะยังไม่ถึงกับคร่าชีวิตนุ๊กใน ณ วันนี้ แต่ว่ามันก็มาเตือนเรา ให้เรารู้ว่าอะไรคือความประมาท แล้วอะไรคือสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตเรา หรือสิ่งที่เราควรจะทำ 1 2 3 4 มาเตือนไม่ใช่แค่เรา มาเตือนลูกเรา มาเตือนทุกคนในครอบครัวเรา ให้รู้จักรักกันให้มากขึ้น ปรับปรุงตัวเองหรืออะไรก็แล้วแต่ ซึ่งกลายเป็นว่าวันนี้นุ๊กรู้สึกขอบคุณมะเร็ง ขอบคุณที่เราได้เป็น และขอบคุณมันอย่างจริงๆ และนุ๊กก็เชื่อว่าหลายๆ คนที่ป่วย แล้วพูดคำนี้ได้ เรารู้สึกได้ว่าชีวิตจะง่ายขึ้น เรารู้สึกว่าชีวิตเรามีอะไรที่มันเปลี่ยนไปอีกแบบหนึ่ง

ถามว่าเราเปลี่ยนไปตอนป่วยหรือเปล่า นุ๊กว่าเรารู้ว่าเราต้องทำอะไรบ้าง อะไรสำคัญที่สุดแล้วสุดท้ายแล้ว แม้แต่ตัวเราเองก็ตาม เราก็ต้องเตือนตัวเอง ว่าจริงๆ แล้วความตายมันก็เกิดขึ้นได้ ทุกคนก็รู้อยู่ แต่บางทีความประมาท มันก็จะไม่มีใครนึกหรอกว่ามันถึงคราวของเรา วันนี้เป็นวันของเรา อันนี้ก็สำคัญ”

กำลังใจสำคัญที่สุด
“จริงๆ นุ๊กก็เป็นคนดูแลตัวเองในระดับที่ดีมากเลยนะคะ พอรู้ว่าป่วย อีกวันก็ไปหาหมอ เรารีบจัดการทุกอย่าง อย่างรวดเร็ว แล้วก็เป็นอย่างนี้มาตลอด คือเป็นคนที่ดูแลตัวเอง ค่อนข้างดี เพราะเราเชื่อว่าสุขภาพที่ดี เป็นสมบัติที่ดีอย่างหนึ่ง แล้วก็ทำให้เราได้ดูแลคนรอบข้างเราด้วย สุขภาพเป็นสิ่งสำคัญ

จริงๆ แล้วเรื่องโรคนี้มันเป็นภัยเงียบ แล้วต้องบอกว่ามันเป็นสิ่งที่กำหนดกฎเกณฑ์ไม่ได้ ต่อให้เราดูแลตัวเองดีแล้ว บางทีมันก็อาจจะเกิด เพราะฉะนั้นวันนี้พอมันเกิดไป เราก็ยังคิดที่จะดูแลตัวเองให้ดีที่สุค แต่ในขณะเดียวกัน เราก็ต้องทำงานหนักเหมือนเดิมค่ะ เราก็ต้องดูแลลูกๆ เหมือนเดิม ก็กำลังใจนุ๊กว่าเป็นสิ่งสำคัญพลังใจน่าจะสำคัญที่สุด แล้วนุ๊กเชื่อว่าหลายๆ คนก็เป็นไปได้ เพราะบางคนที่ทำอะไรเพื่อตัวเอง ก็เหมือนพระมหาชนก เขาแบกคนที่รักไว้ข้างหลัง แต่ก็สามารถว่ายน้ำข้ามทะเลได้ ในขณะที่ถ้าเราไม่ได้แบกใครไว้ข้างหลัง ก็อาจจะจมไปในทะแล้ว”

ไม่กระทบงาน ใจสู้ มีเงินปุ๊บจะฮึดทำได้ทันที
“ไม่ค่อยกระทบในส่วนของการรับงานมากน้อย เพราะใจสู้ค่ะ มีตังค์ปุ๊บไปได้ทันที (หัวเราะ) เพราะค่าเทอมก็ไม่ถูกค่ะ แต่อาจจะมีกระทบในส่วนของเวลาเราอยู่ข้างหน้ากล้อง เพราะว่าเสียงมันจะต่ำลงเรื่อยๆ เพราะว่าเราตัดเส้นเสียง หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงกล่องเสียงไปเส้นหนึ่ง มันมีทั้งหมด 4 เส้น ต่อให้เป็นการผ่าตัดมันก็กระเทือนอยู่แล้ว พอเราตัดหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงกล่องเสียงไปเส้นหนึ่ง มันก็หมายความว่ากล่องเสียงเราได้รับเลือดไม่พ่อ ออกซิเจนไม่พอ เสียงมันจะต่ำลง ถ้าเราไม่บริหาร ไม่พยายามดันขึ้นมา มันจะต่ำลงไปเรื่อยๆ

ผลกระทบในชีวิตคือเหนื่อยค่ะ เวลาพูดมันจะเหนื่อยกว่าปกติค่ะ ถามว่าร้องเพลงได้ไหม แรกๆ ออกมาร้องไม่ได้ แต่ถ้าเงินมาปุ๊บได้เลยค่ะ มันจะมีแรงขึ้นมา แต่เอาจริงๆ เวลาร้องมันเหนื่อยมาก เหนื่อยกว่าร้องปกติเยอะมาก ร้องแรกๆ ลูกบอกให้หยุดร้อง หนวกหู เพราะเสียงเราจะคอนโทรลอะไรไม่ได้เลยค่ะ เพี้ยนด้วย แล้วก็เหนื่อย เวลาตะเบงเสียงออกมา

จริงๆ พูดอย่างนี้ก็เหนื่อย แต่ถ้าเราไม่พูดเลย มันจะเหมือนคนเป็นอัมพาต แล้วไม่ทำกายภาพ อันนี้ก็ถือว่าโชคดีนะคะ ที่ได้ทำงานตรงนี้ เพราะมันเหมือนเราได้ทำกายภาพ ได้ดันตัวเองตลอดเวลา ว่าจะต้องพูดให้เสียงมันขึ้นมา”

เผยยังต้องลุ้นต่อไปเรื่อยๆ
“เรียกว่ารอลุ้นไปเรื่อยๆ ดีกว่านะคะ (หัวเราะ) คือจริงๆ แล้วด้วยความที่สเต็ปการรักษา มันต้องมีช่วงเวลาพัก เขาก็จะต้องพัก 6 เดือน แล้วเราก็ไปตรวจใหม่ ว่าเซลล์มะเร็งนี้หมดไปแล้วหรือเปล่า ถ้าหมดก็จะกลายเป็น 1 ปีแล้วแต่ถ้าไม่หมด ก็ทุก 6 เดือนไปเรื่อยๆ ก็กลืนแร่ไปเรื่อยๆ พอกลืนแร่ครั้งนี้ก็พัก เพราะร่างกายคนเรา มันกลืนได้มากสุด 6 ครั้ง ในปริมาณที่จำกัดด้วย เพราะฉะนั้นครั้งนี้เราก็ใช้ไปหนึ่งชีวิตแล้ว เราก็ต้องรออีก 6 เดือน แล้วก็ไปตรวจใหม่”

ฟุ้งสามีรักมากกว่าเดิม ที่ผ่านมารักแต่ไม่แสดงออก
“ตอนนี้ทุกคนดีมากค่ะ สามีรักมาก ลูกก็ดีกว่าเดิม สามีก็รักมากกว่าเดิม ด้วยความที่นุ๊กว่าพออยู่ด้วยกันนานๆ มันประมาทไง เหมือนเราตื่นมาเจอภรรยา เจอสามีเราทุกวัน รักไหมก็รักแหละ แต่ว่ามันไม่แสดงออก มันประมาทไงค่ะ ก็คิดว่าเธอเก่ง เธอต้องอยู่ได้ แต่พอวันหนึ่งที่มีอะไรมาเตือน มันก็ทำให้รู้สึกว่า เออ... ต้องแสดงออกนิดหนึ่ง อย่าหายใจแรง เดี๋ยวมันตายแล้ว (หัวเราะ) ถามว่าเขาช่วยดูแลไหม ตอนที่เราไม่อยู่ 2 อาทิตย์ เขาต้องดูแลหมดทุกคน”

เผยกรณีคนไม่เข้าใจ ออกกำลังกาย ทำไมยังป่วย ลั่นหมอยังงงทำไมฟื้นตัวเร็วหลังผ่าตัด เพราะร่างกายแข็งแรง
“จริงๆ แล้วการออกกำลังกาย ก็ยังเป็นเรื่องที่ดีอยู่นะคะ เพราะว่าเชื่อว่าหลายๆ คน เวลาออกกำลังกาย ก็จะรู้สึกว่าผ่าตัดฟื้นตัวเร็ว หรือเกิดอะไรขึ้นก็ตาม คนออกกำลังกาย มันจะมีแอดติจูดที่ดี เพราะว่าเคมีในสมองมันดี มันก็จะหลั่งเอ็นโดรฟิน หลั่งสารแห่งความสุข

เพราะฉะนั้นต่อให้เราเกิดเหตุการณ์ร้ายๆ มันก็จะยังคิดบวกไปได้ด้วยดี หรือว่าฟื้นตัวเร็ว อย่างนุ๊กผ่าตัด คุณหมอบอกว่าทำไมฟื้นตัวเร็วมาก คือทุกคนงงมาก ว่าฟื้นตัวเร็ว เพราะว่าจริงๆ ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์นี้ เราไปลงวิ่ง 5 กิโล ก็แบกอดัม ลูกเล็ก 3 ขวบด้วย แล้วก็วิ่งด้วย 5 กิโล ก็วิ่งครบ ไม่ได้ต้องหามเข้า

เราก็เลยรู้สึกว่าร่างกายเราแข็งแรงอยู่ แค่เป็นตรงนี้เล็กๆ แต่ว่าต้องบอกเลยว่ามะเร็งมันก็เป็นอะไรที่แบบเรากำหนดไม่ได้ บางทีมันเป็นความผิดปกติของเซลล์ แต่สุดท้ายแล้ว การออกกำลังกายติดไว้บ้าง อาจจะไม่ต้องออกหนักหน่วง ไม่ว่าคุณจะเป็นอะไรก็แล้วแต่ มันก็ทำให้คุณเนี่ย ฟื้นตัวเร็วขึ้นค่ะ”

ทั้งให้คำปรึกษาและได้รับกำลังใจไปพร้อมๆ กัน
“ก็มีทั้งปรึกษา ให้กำลังใจ ทั้งแชร์ประสบการณ์ คนที่ให้กำลังใจก็ต้องบอกเลยว่าขอบคุณมากๆ และมันได้รับจริงๆ แล้วก็เป็นครั้งที่มีค่าที่สุดแล้วกับการได้รับกำลังใจตรงนี้ ในส่วนของที่ปรึกษาก็มี อย่างเช่นล่าสุดก็มีคนถ่ายรูปเพิ่งผ่าคอเหมือนกัน แต่ว่าของเขาค่อนข้างจะมีเลือดออกมาเยอะ เราก็เลยให้กำลังใจกันไปมาค่ะ แล้วก็มีในส่วนของคนที่หายแล้ว แล้วก็ชวนเราไปทำกิจกรรมเยี่ยมน้องๆ เพราะว่าก็จะมีน้องเด็กๆ ที่ป่วยเป็นมะเร็งตั้งแต่ยังเล็กๆเราก็คิดว่าจะไปทำกิจกรรมร่วมกัน คือมีสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นมา หลังจากที่เราป่วยค่อนข้างเยอะเหมือนกัน

ถามว่าตอนนี้อยู่ขั้นไหน เป็นมะเร็งไทรอยด์มันจะนับตามอายุค่ะ มันจะไม่นับตามขนาด ก็คือถ้าเราอายุน้อยต่อให้ก้อนมันใหญ่ เขาก็จะนับเป็นแค่สเตจ 1 เพราะมันเกี่ยวกับเรื่องฮอร์โมน เรื่องอะไรด้วย ถ้าเกิดเราอายุเยอะ แก่ไปแล้ว 60-70 ถึงก้อนเล็กๆ เขาก็จะนับเป็นสเตจ 4 ก็คือตามอายุ อย่างนุ๊กเองก็เพิ่งสเตจ 1 (หัวเราะ) ประมาณสเตจ 2 ค่ะ ตอนที่คุณหมอบอกแบบนั้นปุ๊บ แล้วก็ถามว่าแล้วเราสเตจอะไรเนี่ย เราก็แบบหมออย่างตอบผิดนะคะ (หัวเราะ)

ไม่เก็บโรคไว้กับตัว ไม่เคยมองว่าตัวเองเป็นคนป่วย
“ถามว่าหายขาดได้ไหม คือว่าคุณหมอทุกท่านก็พยายามจะให้กำลังใจนะคะ สำหรับผู้ป่วยทุกคนอยู่แล้ว ว่าเราจะต้องหายขาด แต่ในส่วนของนุ๊กอะ นุ๊กไม่เคยมองว่าตัวเองป่วย คือทุกวันนี้ เวลาที่คนให้กำลังใจเรา เรารับจริง เราขอบคุณจริง แต่ว่าลึกๆ ของเรา นุ๊กไม่ได้คิดว่านุ๊กป่วย นุ๊กก็รู้สึกว่านุ๊กหายดีแล้ว ถ้าไปเช็กเจออีก ก็แสดงว่าเป็นอีก แต่ระหว่างนี้หายแล้ว คือจะบอกกลับตัวเองว่าหายแล้วตลอด ถ้าไปตรวจเจอก็คือเป็นอีก ถ้ารักษาแล้ว ก็คือหายแล้วอยู่ดี คือนุ๊กไม่ได้เก็บโรคไว้กับตัวค่ะ

ผ่าตัดน่าจะไม่มีแล้ว น่าจะเป็นการกลืนไป นอกจากว่าจะไปเจอที่ใหม่ ก็อาจจะต้องผ่า แต่ว่า ณ ตอนนี้ก็คือยังไม่เจอ ที่คุณหมอพูดนะคะ”

กลับมาใช้ชีวิตปกติ เน้นทางสายกลาง มีความสุขกับทุกอย่างบนโลก แม้ความสุขจะสั้น
“ใช่ค่ะ คือบางคนอาจจะไม่ทานบางอย่าง แต่สำหรับนุ๊ก นุ๊กว่าทางสายกลาง น่าจะเป็นอะไรที่เหมาะที่สุดสำหรับตัวนุ๊ก ต้องบอกอย่างนี้ คือนุ๊กยังมีความเชื่อว่าคนเราต้องมีความสุขกับทุกอย่างในโลกใบนี้ ไม่ว่าความสุขนั้นมันจะสั้น แต่มันยังเป็นความสุขที่ทำให้เรามีชีวิตอยู่ต่อ เพราะฉะนั้นการทานของนุ๊ก ก็ยังทานอาหารปกติ ไม่มีงดอะไรเลย

แล้วก็ได้ฟังพวกแพทย์ยุคใหม่ ก็จะไม่ให้งดอะไร เพียงแต่ว่าเวลานุ๊กทำอะไร เหมือนสูตรการออกกำลังกาย ก็ยังไม่เคยตัดน้ำตาล ไม่เคยงดอะไรเลย ทุกอย่างร่างกายเราต้องการสารอาหารให้ครบ 5 หมู่ เพียงแต่ว่าทานอย่างมีสติ คือทานอะไรมากน้อย เหมือนกันค่ะ กลับมาในส่วนของมะเร็งนุ๊กก็ใช้สูตรนี้ เนื้อแดงหรืออะไร ถ้าเราอยากจริงๆ ก็ทาน เพียงแต่ว่ามันต้องมีสติว่าปริมาณในแต่ละเดือนควรจะเป็นเท่าไหร่ น้ำหวานน้ำตาลเราทานปกติค่ะ แต่ว่าเราไม่ได้ทานเหมือนสมัยก่อนที่ทานทั้งวันทั้งคืน อยากทานก็ทานบ้างเล็กน้อย เอาให้ตัวเองมีความสุขกับชีวิตด้วยค่ะ นุ๊กว่าน่าจะสุขภาพดีแล้วค่ะ สุขภาพจิตก็ดีก่อนแล้วค่ะ”

ลั่นยังรับงานอยู่ แต่ตอนนี้ยังไม่มีเพิ่ม
“ใครบอกว่าไม่รับงาน ตีเลยนะคะ (หัวเราะ) ตอนนี้ยังไม่มีค่ะก็ฝากดาราวิดีโอไว้ด้วยนะคะ ตอนนี้รับงานได้ แต่ร้องเพลงอาจจะไม่ได้มู้ดคอนเสิร์ต เพราะยังเหนื่อยอยู่ แต่ถ้าให้ขึ้นเพลงสองเพลงก็น่าจะไม่มีปัญหา”

เผย “เต๋า สมชาย เข็มกลัด” ทั้งโทรศัพท์ ทั้งไลน์มา
“ทั้งโทร. ทั้งไลน์มา เมื่อวานก็ไลน์ไปบอกว่า พี่งั้นเรารวมตัวไปหาพี่นิ้ง (กุลสตรี ศิริพงษ์ปรีดา) กันดีกว่าค่ะ จะได้ได้สองเด้ง ก็ยังคุยกันอยู่ เห็นพี่เต๋าบอกบ่ายๆ จะโทร.หา กับพี่นิ้งนุ๊กไม่มีคอนแท็ก ไม่มีอะไรเลย ก็อยากจะรวมตัวกันไปทีเดียวไม่อยากไปรบกวนหลายๆ ครั้ง แล้วก็ไม่รู้ว่าไปแล้วพี่เขาจะสะดวกหรือเปล่า แต่ว่าตอนนี้ก็กำลังรวบรวมพรรคพวกอยู่ค่ะ เป็นช่วงให้กำลังใจกันไปมาค่ะ”

ถ้า 6 เดือนกลับไปรักษาอีกครั้ง ระยะเวลาก็เหมือนเดิมค่ะ เราก็จะไปโดนกลืนแร่ 4 วัน 3 คืน แล้วก็ต้องแยกกับลูกเหมือนเดิม เฉพาะตอนกลืนแร่ในโรงพยาบาลห้ามใครเข้าใกล้ แต่พอตอนที่ออกมาแล้ว จะเป็นแค่เด็กอ่อน ซึ่งบ้านนุ๊กมีเด็กอ่อน ก็เลยต้องห่างจะลูก ผู้ใหญ่ก็คือปกติ ต่างห่างแค่เด็กอ่อนกับคนท้อง คุณหมอเขาคงกลัวว่าเด็กสมองเด็กจะไม่ได้พัฒนาเต็มที่ คือน่าจะเป็นการระวังแบบเผื่อไว้มากกว่า”














กำลังโหลดความคิดเห็น...