xs
xsm
sm
md
lg

มือมันลั่น “หมาก ปริญ” อ้างลงโพสต์ผิด ขอโทษทุกคน ยันไม่ได้วิจารณ์การเมือง

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“หมาก ปริญ” ขอโทษทุกคน ที่ลงโพสต์ข้อความรุนแรงโดยไม่คิด ยันไม่ได้มีเจตนาวิจารณ์การเมือง แต่เป็นการลงโพสต์ผิด ต่อไปจะตรวจสอบให้ดีก่อนลงโพสต์ ญญาจะไม่เกิดเรื่องแบบนี้อีกแน่นอน

กลายเป็นดราม่าร้อนฉ่า จนมีชื่อขึ้นเทรนอันดับหนึ่งในทวิตเตอร์กันเลยทีเดียว สำหรับพระเอกหนุ่ม “หมาก ปริญ สุภารัตน์” หลังไปโพสต์ข้อความวิพากษ์วิจารณ์การเมืองรุนแรงลงในไอจีสตอรี่ จนทำเอาชาวเน็ตอ่านแล้วหัวร้อนออกมาแสดงความคิดเห็นมากมาย พร้อมยังขุดคุ้ยอดีตออกมาแฉ วันนี้หมากมาร่วมแถลงข่าวฟุตบอล “50 ปี Channel 3 Infinity Fun Presented by toyota” เลยเคลียร์ด่วน

“เริ่มต้นด้วยการขอโทษก่อนดีกว่าครับ ผมอยากขอโทษทุกๆ คนนะครับ ที่ลงอะไรไปโดยไม่คิดและเป็นความผิดพลาดของผมเองที่รูปนั้นที่ไปเซฟมาแล้วโพสต์ไปโดยไม่ได้เช็คให้ดีก่อน”

ข้อความที่โพสต์ไปก็ถูกโยงไปเรื่องการเมือง
“ใช่ๆ เราก็ไม่อยากให้ทุกคนมีข้อโต้เถียงขัดแย้งกัน ผมไม่ได้เป็นคนที่ต้องการให้คนมาทะเลาะกันอะไรแบบนั้นอยู่แล้ว”

แจงเซฟคำพูดมาแล้วลงผิด เกิดจากความสะเพร่าของตัวเอง ไม่ได้ตั้งใจจะสื่อถึงอะไรทั้งนั้น
"เจตนาคือผมลงผิดครับผม คือผมเป็นคนชอบลงข้อความคำพูดจากสถานที่ต่างๆ ที่ผมไปเห็นไปเซฟมาแล้วมันมีอะไรที่คล้ายๆ กัน แล้วผมก็กดไปแล้วลงไปโดยที่ไม่ได้เช็คมาก่อนว่ารูปนั้นคืออะไร แล้วก็โพสต์ลงไป ก็เลยกลายเป็นเรื่องขึ้นมา เป็นข้อผิดพลาดเป็นความสะเพร่าของผมเอง ผมไม่ได้ตั้งใจที่จะสื่อถึงอะไรทั้งนั้น”

“เอาจริงๆนะ มีข้อความที่ผมเคยเห็นมา แล้วผมมือไปโดนแล้วก็กดอยู่ในเครื่อง รูปในเครื่องมันเต็มไปหมด ก็นั่นแหละครับ ตามนั้น ผมพลาดเองครับ ไม่ได้มีเจตนาที่จะโยงไปถึงเรื่องอื่นเลยครับ ตัวผมเองอยู่ห่างไกลจากคำนั้น จากเรื่องพวกนั้นมาก ผมก็งงอยู่เลย เรื่องก็คือผมโพสต์ลงไปแล้วผมก็นอนเลย พอตี 4 ผู้จัดการโทรมาหมากๆ ลบข้อความได้ไหม ผมก็งัวเงียๆ ลุกขึ้นมาลบ พอเช้าก็เห็นเพื่อนส่งข้อความมา ผมก็อ้าว ตายละ ผมลงอะไรไป”

หลังจากโพสต์ไปแล้ว ทำให้เกิดกระแสโจมตีในโลกโซเซียลมากมาย แต่ก็ไม่ได้เข้าไปอ่านเลย เชื่อเป็นเรื่องธรรมดาที่คนจะเสนอความเห็นของตัวเอง
“เอาจริงๆ นะ ผมไม่ได้อ่านเลย แล้วมันก็เป็นธรรมดาอยู่แล้ว ผมเชื่อว่านั่นเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้วที่คนเขาพร้อมที่จะเสนอความคิดเห็นของตัวเองออกมา มันก็เป็นปกติ”

ต่อไปนี้เวลาจะลงข้อความอะไรต้องคิดเยอะขึ้น ลั่นจะไม่มีเหตุการณ์แบบนี้อีกแล้ว
“ต้องดูถี่ๆ เลยครับ (หัวเราะ) ถ้าพูดถึงครั้งต่อไปมันจะไม่มีอีกแล้วสำหรับผมแน่นอน ผมจะดูให้ดีขึ้นแน่นอนครับ”

รับเป็นเหตุการณ์ที่ตกใจมาก ทำเอาเครียดเหมือนกัน
"ตกใจมากครับ ตื่นมาแล้วงงมากเพื่อนส่งมาบอก เล่นทวิตเตอร์ยังไงให้ขึ้นเทรนด์อันดับ 1 โดยที่เล่นไม่เป็น (หัวเราะ) เราก็ เห้ย..อะไรวะ! ผมก็เข้าไปดูก็ตายแล้วเรื่องใหญ่เหมือนกัน ตอนนั้นก็เครียดเหมือนกัน แต่ว่าตอนนั้นก็ไม่ได้ไปโฟกัสมากเพราะอีกวันผมต้องถ่ายละครมีละครที่เร่งจะปิดกล้อง ตราบฟ้ามีตะวัน แล้วที่กำลังจะเปิดใหม่ก็คือ เกมล่าทรชน วันถัดมาผมก็ต้องรีบไปอ่านบทแล้วก็เข้ากองถ่ายอีกกองหนึ่ง ผมเลยไม่ได้ย้อนกลับไปดูว่ามันอะไรขนาดนั้น”

ได้ไปขอโทษคิมเบอร์ลี่กับญาญ่าแล้ว หลังถูกโยงมาเกี่ยวด้วย จนถึงขั้นมีแฮชแท็ก #saveญาญ่า บอกโยนความผิดมาให้ผมคนเดียวดีกว่า
“พอมันมีข่าวมาแล้วไปโยงถึงคนอื่น ผมได้ขอโทษเป็นการส่วนตัวแล้วครับ ไม่ได้ซีเรียสอะไรมาก ก็ไม่อยากให้ทุกคนไปโยง ผมว่ามันเกินไป ไปโยงถึงเขา จริงๆก็ไม่ควร ถ้าจะโยนความผิดก็ให้โยนมาให้ผมคนเดียวดีกว่า ก็ต้องขอโทษทางน้องคิมด้วยที่พออีกวันหนึ่งมีงานแล้วต้องมาตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ ผมรู้สึกผิดมากๆ ก็ขอโทษเขาไป หลังจากที่มันเกิดเรื่องขึ้นมาผมก็เพิ่งได้มาเจอพี่ๆ สื่อวันนี้ครั้งแรก ก่อนหน้านั้นผมอยู่ในกองละครตลอด”

อย่างรูปที่เราลง คนก็โฟกัสไปที่แคปชั่น ทำให้คนตีความหนักขึ้นไปอีก
“เอาจริงๆนะ ผมจำไม่ได้ว่าผมลงอะไรไป เพราะพี่ผู้จัดการโทรมาบอกให้ผมลบโพสต์ตอนตีสี่ พอเช้ามาก็ต้องเข้ากองโฟกัสอยู่กับงานของผม เรื่องรูปที่โพสต์ในไอจีแล้วมีญาญ่าเข้าไปตอบ อันนั้นก็ไม่รู้เลย ตื่นมาผมได้อ่านคอมเมนต์แต่ละอันแล้ว ไม่รู้ว่าเขาจะขนาดนั้นได้ยังไง เราก็พูดไม่ออกบอกไม่ถูกเหมือนกัน ได้แต่ยอมรับมันไปเพราะว่ามันเป็นความผิดพลาดของเราเอง ผมก็ได้ลบรูปนั้นไป จริงๆ แล้วมันก็ไม่ได้เชื่อมโยงถึงกันครับ ไม่มีเจตนาแบบนั้นเลย อยากให้ทุกคนรักกันมากกว่า”

ยืนยันรูปล่าสุดที่ลง ไม่ได้สัมพันธ์กับไอจีสตอรี่ก่อนหน้านี้ และไม่มีเจตนาว่ากระทบใครเลยจริงๆ
“ไม่เกี่ยวเลย ผมลงรูปนั้นตอนกลางวัน ผมเพิ่งไปล้างฟิล์มมา เพิ่งได้รูปมา แค่เห็นแคปชั่น ผมดูคำพวกนี้เยอะก็ชื่นชอบเลยเอามาลงแค่นั้นเอง ไม่ได้เจตนาจะไปว่ากระทบถึงใคร กระทบถึงส่วนไหนจริงๆ ครับ”

อยากบอกอะไรกับคนที่เขาตัดสินเราไปแล้วว่าอยู่ฝั่งโน้นฝั่งนี้
“(นิ่งคิดนาน) ไม่มี แล้วแต่ครับ ผมเชื่อว่าถ้าใครได้ทำงานกับผมจริงๆ ถ้าใครรู้จักตัวตนของผมจริงๆ เขาจะเชื่อว่ามันเป็นอะไร ผมเชื่อว่าคนที่ผมรู้จักเขาก็ให้กำลังใจผม ส่งไดเร็กแมสเสจมา ส่งไลน์มาหาผม เขารู้ว่ามันคืออะไร”

หลังจากเกิดเรื่องนี้ขึ้น ก็มีเสียความมั่นใจในการที่จะแสดงความคิดเห็นบ้าง ต่อไปก็ต้องเช็คให้ดีก่อนเวลาจะลงอะไร
“เสียความมั่นใจไหม ก็ไม่มาก แต่ว่าต้องเช็คก่อนเวลาจะลงอะไร นั่นแหละคือข้อผิดพลาดของผมแค่นั้นเองตรงนั้นเอง”










กำลังโหลดความคิดเห็น...