xs
xsm
sm
md
lg

"หมิว" เชิดใส่ เปิดตัวแฟนใหม่ เกทับรักเก่า "เป้ วงมายด์" เข้าประตูวิวาห์ บอกคนนี้ดี๊ดี ไม่เจ้าชู้

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



"หมิว สิริลภัส" ไม่แคร์ "เป้ วงมายด์" แต่งฟ้าแลบ เผยหลังเลิกไม่เคยตามติดชีวิตฝ่ายชาย ยินดีด้วยสละโสดซะที ฟุ้งคบแฟนใหม่แฮปปี้ ดี๊ดี ลงตัว ไม่เจ้าชู้ โชคดีที่ได้เจอ รับเห็นข่าวอีกฝ่ายตลอด มีคนคาบข่าวมาบอก ไม่โกรธไม่เกลียด ไม่รู้จะหยุดได้ไหม

พอได้เห็นนักร้องหนุ่มเจ้าเสน่ห์อย่าง "เป้ วงมายด์" หรือ "บดินทร์ เจริญราษฎร์" คุกเข่าขอแต่งงานสาวนอกวงการ และจดทะเบียนกันอย่างสายฟ้าแลบ หลายคนก็เลยไปนึกถึงอดีตคนรักเก่าอย่างนักแสดงสาว "หมิว สิริลภัส กองตระการ" ที่เคยคบหากับนักร้องหนุ่มมานาน แต่สุดท้ายก็จบกันไม่สวย ซึ่งพอเจอสาวหมิวในงานพิธีไหว้ครูประจำปี 2563 ของค่ายดาราวิดีโอ ณ โรงถ่ายลาดหลุมแก้ว ปทุมธานี เจ้าตัวก็เผยว่ามีผู้หวังดีส่งข่าวมาให้ดูตลอด แต่ตนไม่ได้ติดตาม เพราะอยากให้เกียรติหนุ่มคนปัจจุบันของตนมากกว่า แต่ก็พร้อมยินดีด้วยถ้าเจอรักที่ดีแล้ว

"เรื่องเก่าเหรอคะ (หัวเราะ) หมิวว่าเรื่องมันจบไปนานแล้วแหละ เอาจริงๆ หมิวอยากให้เกียรติคนปัจจุบันของหมิวมากๆ ไม่อยากให้ชื่อเขาต้องไปเกี่ยวข้องกับเรื่องเก่าๆ หมิวว่าไม่ว่ากับใครก็ตามบนโลกนี้ถ้าเขาเจอความรักที่ดี หมิวยินดีด้วยทุกคน เพราะหมิวเชื่อว่าคนเรากว่าจะเจอความรักที่ดีได้ มันต้องผ่านอะไรมาบ้าง แล้ววันนึงถ้าเขาเจอคนที่รู้สึกว่าใช่และลงตัวแล้ว เป็นความรักที่ดีสำหรับตัวเขา พากันไปได้ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นใคร หมิวก็ยินดีด้วยทั้งนั้นค่ะ"

"ก็มีผู้หวังดีแคปข่าวมาให้ดูเยอะค่ะ (หัวเราะ) แต่เราก็จะบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วงเราเลย เราโอเคมานานมากแล้วกับเรื่องนี้ ทุกคนต้องเคยผ่านช่วงเวลาอกหักร้องไห้ หมิวก็คน ดีใจ เสียใจเป็น แต่ตอนนี้เราผ่านเรื่องพวกนั้นมาหมดแล้ว เราเดินต่อไป เรารู้สึกว่ามีชีวิตที่ก้าวต่อไปและมันลงตัวแล้วค่ะ ถามว่าตอนนี้ยังมีความโกรธเกลียดเขาไหม คือหมิวไม่เคยโกรธหรือเกลียดเขาอยู่แล้วนะคะ เพียงแต่ว่าแรกๆ อาจจะมีที่เฟลบ้าง แต่พอเวลาผ่านไปเราได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่าง หมิวเลือกที่จะมองในด้านดีมากกว่า อะไรที่มันไม่ดี ที่เคยทำให้เราล้มเราก็เก็บไว้และจะไม่ทำอีก ไม่อยากให้มันเกิดเหตุการณ์อย่างนั้นขึ้นอีก"

"ถามว่าเซอร์ไพรส์ไหมที่เขาหยุดได้ ไม่รู้เหมือนกัน เพราะเอาจริงๆ หมิวไม่เคยติดตามชีวิตเขาเลยหลังจากนั้นมา แต่พอมีข่าวอย่างนี้เราก็แค่รู้สึกว่าดี แค่นั้นจริงๆ ก็ยินดีด้วย เพราะเราใช้ชีวิตอยู่กับคนปัจจุบันของเรา อยู่กับเพื่อนๆ อยู่กับงาน อยู่กับทุกอย่างที่มันเป็นปัจจุบันมากกว่า ไม่ได้ต้องไปนั่งดูว่าทำไม เขารักกันขนาดไหน เพราะทำอย่างนั้นไปชีวิตมันก็เป็นทุกข์เปล่าๆ หมิวว่าชีวิตคนเรามันสั้น ถ้าเลือกได้หมิวก็เลือกจะเดินไปในทางที่ตัวเองมีความสุขดีกว่า"

เผยกับหนุ่มคนใหม่นี้แม้จะอยู่กับคนละประเทศก็ไม่เป็นปัญหา เพราะการมีปัญหาของความรักคืออยู่ที่ตัวบุคคลมากกว่า
"ก็คุยกันมาสักพักนึงแล้วค่ะ ประมาณ 7-8 เดือน ก็ไม่เชิงปั๊บปี้เลิฟหรอก นานๆ เจอกันทีมากกว่า เพื่อนๆ ก็แซวกันเยอะ ก็ถือเป็นมิติใหม่ของการเปิดตัวไงคะ ไม่ต้องมาลง 3-4 รูป ก็ลงไปเลยทีเดียวเยอะๆ อยากได้รูปไหนจิ้มไปเลย (หัวเราะ) ถามว่าเจอกันที่ไหน คือพี่เขาอยู่ต่างประเทศค่ะ แต่เราไปเจอได้ยังไงไม่บอก เดี๋ยวคนอื่นรู้แล้วไปหาบ้าง คือเขาทำงานที่โน่น ใช้ชีวิตที่โน่น แล้วก็ได้มาเจอกันค่ะ ก็คุยกันมาเรื่อยๆ ก็มีโอกาสบินไปหาบ้าง เขาบินมาบ้างค่ะ"

"ก็เจอกันในโซเชียลมีเดียนี่แหละค่ะ ถามว่าระยะทางมีปัญหามั้ย เอาจริงๆ เรื่องความสัมพันธ์เนี่ยระยะทางไม่เกี่ยวหรอก มันขึ้นอยู่กับตัวบุคคลมากกว่า อันนี้เท่าที่หมิวได้เรียนรู้มานะคะ (หัวเราะ) คือถ้าคนเราไว้ใจกัน ให้เกียรติกัน ถึงแม้จะไกลกันขนาดไหนก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่ถามว่าแรกๆ ชินไหมที่ต้องห่างกัน คือหมิวเป็นคนอย่างนี้อยู่แล้วด้วยมั้ง เป็นคนที่โลกส่วนตัวสูงนิดนึง แล้วพอมาเจอแบบนี้เราก็ไม่ได้อยู่ด้วยกันทุกวัน แต่ก็คุยกันทุกวันนั่นแหละค่ะ แต่แค่ไม่ได้ใช้ชีวิตเจอกันทุกวัน ก็รู้สึกสบายตัวดี มีอะไรก็เล่าให้เขาฟังค่ะ"

เผยยังไม่เคยคุยกันเรื่องอนาคต แต่ก็ไม่ได้คิดจะคบกันแบบฉาบฉวย เพราะตนก็เริ่มอายุมากขึ้นทุกวัน
"ถามว่ามีคุยเรื่องอนาคตไหม ก็มีคุยๆ นะคะ แต่ยังไม่ถึงวางแผนอะไรขนาดนั้น เพิ่งยังอยู่ในจุดเริ่มต้นเอง แต่ก็คือแค่คุยว่าต่อไปจะเอายังไงดี จะอยู่ในแบบนี้ต่อไปนานๆ มันก็ไม่ใช่ เพราะว่าเราก็โตแล้ว แต่ถามว่ามีข้อจำกัดแบบนี้แล้วทำไมเราถึงยอมคุย ก็เพราะเขาก็น่ารักค่ะ คือเรื่องที่หมิวเคยมีปัญหามา ไม่เคยเกิดขึ้นกับคนนี้เลย เรื่องที่หมิวเคยไม่สบายใจก็ไม่เคยเกิดขึ้นกับคนนี้เลย ไม่เจ้าชู้เลย เหมือนว่าเราคุยแล้วทุกอย่างมันลงตัวมากกว่า เอาจริงๆ รู้สึกว่าใช้ระยะเวลาไม่นานและเริ่มมีคำตอบว่าอยากอยู่ด้วย"

"ถามว่าพร้อมจะแต่งไหม ก็ยังรักในการทำงานตรงนี้อยู่นะคะ แต่ถ้าถึงช่วงจังหวะเวลานึงที่เราจะต้องไปเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ ลงหลักปักฐานอะไรใหม่ๆ ก็คงจะต้องเป็นช่วงที่ใช้อะไรหลายๆ อย่างมาประกอบการตัดสินใจอีกครั้งนึง แต่ว่าตอนนี้ก็อยู่แบบนี้ยังแฮปปี้อยู่ค่ะ ยังไม่เคยพูดถึงเรื่องแต่งงานกันหรอกค่ะ แต่เราก็โตแล้ว คงจะไม่คุยกับใครเล่นๆ หรือคุยให้เวลาผ่านไป คือเราให้ความสำคัญในความสัมพันธ์มากกว่า"

บอกฝ่ายชายเขินที่เริ่มโดนจับตามอง แต่ความสัมพันธ์ตอนนี้ก็ทำให้ตนแฮปปี้มากๆ
"เขาโอเคไหมกับการมีแฟนเป็นดารา อันนี้้คงต้องไปถามเขา (หัวเราะ) แต่ก็มีเขินๆ บ้าง เพราะบางทีลงรูปแล้วเป็นข่าวขึ้นมา ก็จะมีเพื่อนๆ เขาส่งข่าวไปให้ดู พออ่านเขาก็จะมียิ้มเขิน แต่เขาก็คงยังไม่ชินในช่วงแรกๆ แหละค่ะ แต่เดี๋ยวก็คงจะชินนะคะ แต่เขาก็รู้อยู่แล้วว่าเราเป็นคนในวงการ คงจะไปถามๆ จากเพื่อนเขาแหละค่ะ"

"ถามว่าคาดหวังกับรักครั้งนี้ขนาดไหน หมิวก็ตอบไม่ได้เหมือนกันนะ แต่เท่าที่ได้คุยกับหลายๆ คนที่กลับมาเจอกันอีกรอบนึงหลังจากที่ผ่านไป เขาก็รู้สึกว่าเราสดใสขึ้น เราก็รู้สึกว่าชีวิตเราดีขึ้น หมิวรู้สึกว่าปีที่ผ่านมาเป็นปีที่หมิวมีความสุข ถึงแม้ว่าช่วงครึ่งปีแรกๆ มันจะมีทุลักทุเลบ้าง แต่เราก็ยอมรับกันไปว่าในช่วงระยะเวลานึงมันจะมีเหตุตะกุกตะกักจัง พอเวลาผ่านไปเราได้เรียน ได้ตั้งใจทำงานจริงๆ เราได้ไปหากิจกรรมอะไรที่เราชอบ อย่างตอนนี้หมิวเรียนจบโทแล้ว จบด้วยเกรด 4.00 เราก็คิดว่าเราทำได้นี่หว่า แต่เราปล่อยเวลาไปกับอะไรก็ไม่รู้นานมาก พอกลับมาโฟกัสกับตัวเองการเรียนก็ทำได้ดี งานก็ทำได้ดี หากิจกรรมที่ทำให้ตัวเองมีความสุขก็ทำได้ และสุดท้ายก็จะเหมือนแม่เหล็กที่ดูดคนดีๆ เข้ามาหาเราเองค่ะ"

"เรียกว่าชีวิตดีขึ้นไหมเหรอ (หัวเราะ) ไม่รู้เหมือนกัน หมิวก็ตอบไม่ได้ แต่รู้สึกว่าตอนนี้เป็นช่วงที่หมิวมีความสุขกับการใช้ชีวิตมากที่สุด เพราะว่าทุกอย่างก็ลงตัวแล้ว งานก็ได้เริ่มทำงานใหม่ๆ ได้ทำพิธีกรที่เราอยากทำ เรื่องความรักก็ลงตัว ก็รู้สึกโชคดีมากที่ได้เจอคนๆ นี้"








กำลังโหลดความคิดเห็น