xs
xsm
sm
md
lg

ผัวห่วง "ชมพู่ ก่อนบ่าย" เหนื่อย นอนน้อย เจ็บหัวนม เริ่มมีอาการมาม่าบลู! ปล่อยโฮเอาลูกเข้าเต้าไม่ได้

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



"ชมพู่ ก่อนบ่าย - บอย วัชรพงศ์" เปิดใจคลอด "น้องธารา" ลุ้นยันโค้งสุดท้าย ใจชื้นร้องเสียงดัง แม้มีภาวะหายใจเร็วต้องให้ออกซิเจน ฝ่ายหญิงน้ำตาคลอเอาลูกเข้าเต้าไม่ได้ เครียดจนร้องไห้โฮ สามีรับหมอเตือนให้ระวังอาการมาม่าบลู ไม่กล้าดูลูกต้องผ่าตัดพังผืดใต้ลิ้น อีก 3 สัปดาห์พร้อมลุยงาน ปล่อยให้สามีอยู่บ้านเลี้ยงลูก

หลังจากผ่าคลอดลูกชาย "น้องธารา" กวินท์ธรรศ สุวัชราธนากิตติ์ ไปเมื่อวันที่ 25 ม.ค. ที่ผ่านมา ล่าสุดวันนี้ (27 ม.ค.) ตลกสาว "ชมพู่ ก่อนบ่าย" ธัณย์สิตา สุวัชราธนากิตติ์ และ "บอย วัชรพงศ์ พลเมืองดี" ได้แถลงเปิดใจที่ห้องสวีท (ห้องพัก) ชั้น 1 อาคาร 1 รพ. สมิติเวช สุขุมวิท โดยฝ่ายหญิงมีอาการน้ำตาคลอระหว่างให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

ชมพู่ : "วันนี้เป็นวันที่ 3 แล้ว แม่คนอื่นอาจจะต้องดูแลตัวเองหน่อย แต่ด้วยความที่ไม่ชอบนอนเตียงนานๆ อยากลุกจากเตียงไวๆ เมื่อวานพอพยาบาลถอดสายสวนฉี่ออก จากที่ไม่ได้ลุกขึ้นเดินเลย เมื่อวานก็อยากลุกเดินออกจากห้องไปหาลูก จนพยาบาลต้องมาห้ามว่าอย่าเพิ่งเดินไม่มีใครเดินกันนะคะ เราพยายามรับแขกด้วย เพื่อนมาหาเยอะ เกร็งตัวถ่ายรูป มันก็เลยระบบด้านในนิดหน่อย"

บอย : "ลูกแข็งแรงดีครับ ใครๆ ก็บอกว่าเขาหน้าเหมือนชมพู่ พยาบาลบอกว่าเด็กๆ หน้าจะเปลี่ยนทุกวัน พยายามลุ้นอยากให้หน้าเหมือนตัวเองบ้าง"

ชมพู่ : "มีแต่คนบอกว่าหน้าเหมือนชมพู่ แต่เดี๋ยวเรามาลุ้นอีกทีว่าลูกหน้าเหมือนใคร ออกมาวันแรกหน้าไม่เหมือนฝรั่งเราก็โอเคแล้ว(หัวเราะ)"

ผ่าคลอดสะดวกกว่า
ชมพู่ : "ตอนแรกตั้งใจที่จะคลอดเอง แต่ด้วยตารางงาน ผ่าคลอดสะดวกกว่า กลายเป็นว่าเมื่อวันที่ 25 ม.ค. ตอน 08.05 น. เราตั้งใจให้เขาออกมาตอน 8 โมงเช้า แต่คุณหมอบอกว่าเข้าตอน 8 โมงเช้า ลงมีดไม่เกิน 5 นาที ก็เอาน้องออกมาได้แล้ว เลยประมาณ 08.05 น. แต่ที่ตื่นเต้นคือตอนบล็อกหลัง"

"ความรู้สึกของคนเป็นแม่พอโดนเข็มเข้าไป ความรู้สึกเหมือนเห็นห้องผ่าตัด แล้วเขาบอกว่าขั้นตอนการคลอดที่เจ็บที่สุดคือการฉีดยาชา ตอนนั้นเจ็บ แล้วก็ตอนที่เขาสวนท่ออะไรสักอย่างไปที่หลัง เพื่อให้เราชา ตอนนั้นตื่นเต้นมาก ไม่เคยตื่นเต้นขนาดนี้มาก่อน จนเริ่มชา และเขาให้คุณพ่อเข้ามาได้ ก็ใจชื้นขึ้นมาหน่อย"

"ตอนแรกกลัวเขาจะไม่เข้า เพราะเขากลัวเลือด กลัวเข็ม แล้วคุณหมอก็อธิบายว่ามันจะเห็นเลือดนะ เห็นเงาสะท้อนที่โคมไฟ เราก็ไม่รู้ว่าเขาจะเข้าหรือเปล่า สรุปเข้า แล้วมันจะมีม่านกัน เราจะรู้สึกตัวตั้งแต่หน้าอกขึ้นมา มือเรากระดิกได้ เขาก็มาจับมือด้านข้าง ใจชื้นขึ้นหน่อย พอหมอเข้ามา เรารู้สึกแค่ตัวเขย่า ทางการแพทย์ น่าจะเป็นตอนที่เขากรีดและก็ดันเอาเด็กออกมา สักพักก็ได้ยินเสียงลูกแล้วเป็นอันเสร็จสิ้น"

บอกไม่ถูกวินาทีได้ยินเสียงลูก
บอย : "สำหรับผม มันบอกไม่ถูก สิ่งที่เรารอคอยมา 9 เดือน เราเห็นแล้ว พอหมอเอาเด็กออกไปทำความสะอาด ที่นี่เขาละเอียด เราอยู่ประมาณ 10-15 นาที ผมก็พยายามมองหาลูก ว่าเขาเป็นอะไรหรือเปล่า พยายามถามหมอว่าลูกผมมีปัญหาอะไรหรือเปล่า พอคุณหมอบอกว่ายินดีด้วย เด็กสมบูรณ์ทุกอย่างแค่เด็กหายใจเร็ว ต้องให้ออกซิเจนนิดหน่อย"

ชมพู่ : "หัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่ แค่พูดยังรู้สึกเลย ตอนนั้นหันมองตามลูก แล้วก็กลับมาจับมือกัน ได้ยินเสียง เขามาแล้วนะ แล้วก็อย่าให้หมอเดินออกมาบอกว่าลูกเป็นอะไรเลย เพราะว่าตอนอัลตร้าซาวด์มันไม่เป็นอะไรเลย แค่คาดหวังโค้งสุดท้ายอย่าให้มันมีอะไรเลย สรุปหมอบอกว่าแข็งแรง ร้องเสียงดัง น้ำหนัก 2820 กรัม พอรู้ว่าไม่เป็นอะไรมากก็ใจชื้น"

"ตอนที่คุณหมอบอกว่ายังมาหาคุณแม่ไม่ได้ก็ใจหายนิดหนึ่ง ว่าลูกเราเป็นอะไร ต้องเข้าตู้อบเหรอ หรือว่าต้องสอดสายอะไรหรือเปล่า พยาบาลบอกว่าปกติ เพราะเราผ่าในสัปดาห์ที่ 38 นิดๆ เด็กอาจจะมีภาวะหายใจเร็ว เพราะต้องออกมาปรับตัว คือเขาเคยอยู่แต่ข้างในหายใจในน้ำก็เลยต้องปรับตัว เขาก็เลยต้องไปอยู่ในตู้ออกซิเจน เป็นตู้ให้ออกซิเจน 2 ชั่วโมงก็ออกมาหาแม่"

ลูกร้องแม่ร้องด้วย กังวลลูกต้องผ่าตัดพังผืดใต้ลิ้น
ชมพู่ : "ตอนนี้ก็มีเรื่องที่ลูกมีพังผืดใต้ลิ้น เขาบอกว่าเกิดได้กับเด็กแรกเกิดทั่วไป วิธีแก้คือเขาจะมีการตัดพังผืนใต้ลิ้น ตอนโตก็จะพูดได้ชัด ตอนกินนมก็จะเข้าฐานได้ลึกขึ้น คือลูกจะตัดเย็นนี้เราก็ไม่กล้าดู เมื่อวานแค่ไปดูลูกฉีดยาไวรัสตับอักเสบ พอลูกร้องเราก็ร้องไห้กับลูกไปด้วย เข้าใจเลยหัวอกคนเป็นแม่ ตื่นเต้นไปหมด เราก็กังวล เป็นการผ่าตัดที่เราเข้าไปดูไม่ได้ด้วยแหละ และก็ไม่อยากดูด้วย กลัวลูกร้องสงสาร"


บอย : "เรากลัวลูกเจ็บมากกว่า แต่คุณหมอบอกว่าเด็กเขายังไม่รู้เรื่องอะไร อีกอย่างหนึ่งคือถ้าทำตอนนี้ก็ยิ่งหายเร็ว แผลเด็กสมานเร็ว"

ชมพู่ : "เมื่อวานฉีดยาเขาร้องแป๊บเดียวแล้วเขาก็นิ่งเลย"

โอดเจ็บ ลูกดูดนมจากเต้าแรงมากจนหัวนมแตก ต้องอดทน
ชมพู่ : "กินได้ปกติ เลือดจะไหลแค่ครึ่งชั่วโมงก็หาย และชมพู่โชคดีอย่างคือวันแรกที่คลอด พอคั้นน้ำนม นมมาเลยโชคดีที่เราบ้ากินขิง กินหัวปลีตั้งแต่ยังไม่คลอด มันช่วยได้จริงๆ นะ ใครท้องอยู่กินขิงกินหัวปลีช่วยได้ ดีเลยลูกมีน้ำนมกิน แต่ลูกกินนมแรงมาก ตอนนี้หัวนมแตก เรียบร้อยแล้ว เจ็บมาก แม่ก็ถามว่าเป็นไงล่ะ ตอนเอ็งเด็กๆ ก็กินนมแม่แบบนี้เหมือนกัน เรารู้เลยว่าการที่ลูกกินนมเราต้องทน ต้องยอมเจ็บ ก็ได้พยาบาลมาช่วยประคบประหงม ข้าวสารร้อน คอยทายาให้เพราะเดี๋ยวลูกก็ต้องเข้าเต้าตลอด"

ห่วงกระเตงลูกกลับบ้านวันที่ 30 ม.ค. กลัวทำอะไรไม่ถูก เข้าใจหัวอกแม่หลังคลอด
ชมพู่ : "เราออกวันที่ 30 ม.ค. ลูกก็ออกพร้อมกัน ตอนนี้ก็คิดๆ อยู่ เพราะวันที่ 2 ลูกเริ่มโยเย คือวันแรกลูกเงียบๆ ไม่หือไม่อือลูกหลับตลอดยังคุยกับสามีว่าลูกเราเลี้ยงง่ายจังหลับตลอด สบายละ โอ้โหเมื่อวานเท่านั้นแหละ พอไม่ได้กินนะ พอไม่ได้ดั่งใจนะ ทำอะไรไม่ถูกเลยเมื่อวานมีช่วงเย็น ร้องไห้ สามีก็ถามว่าเป็นอะไร เราก็บอกว่าอย่าเพิ่งถาม เข้าใจหัวอกแม่หลังคลอดเลย"

มีอาการมาม่าบลูแล้ว ร้องไห้เอาลูกเข้าเต้าไม่ถูก
ชมพู่ : "มีแล้ว เพราะเหนื่อย นอนน้อย เจ็บหัวนมด้วย มันไม่ใช่แค่เอาปากลูกมาอยู่ที่นม หรือเอาปากลูกเข้าเต้ากินได้เลย มันต้องมีจังหวะรูปตัวซี ปากต้องเข้ามิดฐาน เพราะถ้าไม่มิดฐานเขาก็จะไม่ดูด ถ้าเขาดูดไม่ถูกจังหวะเราก็จะเจ็บมากกว่าปกติ พอเราทำไม่ถูกเขาก็ร้อง คือพยาบาลอยากให้เราฝึก พอพยาบาลปล่อย อยู่กันสองคนร้องไห้ เอาลูกเข้าเต้าไม่ถูก ก็ต้องกดเรียกพยาบาลมาช่วย เขาก็บอกว่าค่อยๆ ใจเย็นๆ ซึ่งอาการมาม่าบลูหมอเขาเตือนคุณพ่อไว้อยู่แล้วว่าให้ระวังแม่"

บอย : "หมอบอกว่าต้องให้ระวัง คอยให้กำลังใจและอยู่ข้างๆ เขาตลอด เวลาลูกมา เราก็จะอยู่กับเขา พยายามช่วยเขาทุกอย่าง กอดให้กำลังใจ ทำทุกอย่างที่ทำได้ ถามว่ารับมือยังไง ก็ทำเบลอ ๆ ไป(หัวเราะ) ก็เข้าใจครับ อย่างเมื่อวานเห็นเลยว่าเริ่มไม่ดีแล้ว พอเราถามก็นอยด์เหมือนกัน ว่าจะช่วยเขายังไงดี ก็พยายามอยู่ข้างข้างเขาตลอด บอกให้เขาคิดว่าลูกเราแข็งแรง"

ชมพู่ : "ขี้แย (น้ำตาคลอ)"

บอยยอมให้ลูกใช้นามสกุลเมียไว้สืบสกุล
ชมพู่ : "ใช่ค่ะ เรื่องของเรื่องคือนามสกุลเราเป็นนามสกุลตั้งขึ้นมาใหม่ ในครอบครัวเปลี่ยนนามสกุลกันทั้งบ้าน ตระกูลนี้จะมีแค่ 5 คนเท่านั้น มียาย พ่อ แม่ เรา น้องชาย เขาเห็นว่าเราเป็นนามสกุลตั้งใหม่ อยากให้ลูกเป็นลูกชาย จะได้มีคนช่วยสืบสกุล บอยเลยถามว่าให้ใช้นามสกุลเราไหม ถ้าเขาไม่ซีเรียสนะ เพราะตอนแรกเราก็คิดว่า ผู้ชายอยากให้ใช้นามสกุลเขาหรือเปล่า พอบอยบอกว่าขออนุญาตให้ลูกใช้นามสกุลเรา ก็เลยใช้ฝั่งเราก็ดีจะได้มีคนสืบสกุลต่อไป"

เล็งดีลพยาบาลให้ช่วยจนกว่าจะเข้าที่เข้าทาง
ชมพู่ : "เมื่อกี้นี้ลูกพ่อต้อย เศรษฐา คือ อีฟ พุทธิดา เพิ่งมา ก็เพิ่งคุยกัน เพราะเขาคลอดที่นี่ หมอคนเดียวกันและมีภาวะเดียวกันกับเรา นั่งร้องไห้เหมือนกัน(หัวเราะ) เขาเลยให้คำแนะนำว่าถ้าเรายังไม่ชิน ยังปรับตัวไม่ได้ กลัวกลับไปบ้านแล้วทำอะไรไม่ถูก เขาก็แนะนำว่าให้เราดีลพยาบาลไว้ ให้เขากลับไปช่วยเราบ้างในตอนกลางคืน พอเข้าที่เข้าทาง รู้ว่าควรจะเอาของใช้ใกล้มือตรงไหน ควรจะจัดวางรูปแบบการเลี้ยงลูกยังไง พอชินแล้วก็อาจจะไม่ต้องให้คุณพยาบาลไปช่วยแล้ว ก็คิดไว้เหมือนกัน เพราะเราเป็นคุณแม่มือใหม่ เมื่อวานพอลูกร้องเยอะ ทำอะไรไม่ถูกก็ไม่รู้จะทำยังไง เลยวางแผนคร่าว ๆ ไว้แบบนี้ แต่เดี๋ยวลองดูว่าจะยังไง เพราะเรายังมีเวลาอีกหลายวัน อาจจะเก่งขึ้น รับมือได้ดีขึ้น"

ไม่เกิน 3 อาทิตย์กลับลุยงาน ปล่อยสามีเลี้ยงลูก
ชมพู่ : "ก่อนหน้าเข้าโรงพยาบาล เราก็ทำจนวินาทีสุดท้าย สามีบอกว่าถ้าอยู่บ้านก็คงต้องมาลงที่สามี เขาก็ตามใจให้ออกไปข้างนอก เราเป็นคนที่แบบว่าถ้าได้ออกมาเจอคนได้คุยเล่น มีคนมาเล่นด้วยเราก็มีความสุข เราก็จะไม่เครียด ไม่งั้นอยู่บ้านเฉยๆ จะนอยด์มาก เรื่องงานพอกลับไป เราก็วางแผนไว้ว่าเราลาไว้เป็นระยะแล้ว และพวกงานรายการเราสต็อกไว้แล้ว งานที่ต้องอัดก็บอกเขาแล้วว่าอาจพักถึงเมื่อไหร่ น่าจะประมาณ 2-3 อาทิตย์ ความจริงงานชมพู่ไม่ต้องเป็นห่วงเลยค่ะ เพราะว่าไม่ได้รับละคร ไม่ได้ออกกลางแจ้ง ถ้าต้องออกมาจากบ้าน ก็จะมีแค่อ่านข่าว 1 ชั่วโมงแค่นั้น (หน้าที่เลี้ยงน้องเป็นของคุณพ่อ?) คุณพ่อทำงานอยู่บ้านอยู่แล้ว ประชุมที่บ้าน แล้วก็เลี้ยงลูกที่บ้านไป"

บอย : "ส่วนตัวอยากเลี้ยงเองอยู่แล้ว ผมเป็นคนแรกที่อุ้มลูกด้วยซ้ำไป ก่อนชมพู่อีก คืออยากอยู่กับเขา อยากใช้เวลากับเขาให้นานๆ ก็เลยพยายามจะเลี้ยงเองให้ได้ ที่ผมแคร์ก็คืออยากให้ลูกกินนมแม่มากกว่า"

ชมพู่ : "ก็อยากจะให้เข้าเต้าให้ได้เยอะที่สุด ใกล้ๆ จะออกมาทำงานเราค่อยเริ่มปั๊ม จะไม่ปั๊มสต๊อกเยอะ นี่คิดไว้กับตัวเองนะ เพราะนมที่มันอยู่นานๆ อาจจะไม่ดีเท่านมใหม่ (หันไปมองสามี)เดี๋ยวก็ให้พ่อช่วยปั๊ม ช่วยดูดคนละฝั่ง(หัวเราะ) รสชาติมันปะแล่มๆ นะเขาบอก พ่อเขาก็เซนซิทีฟพอกันพ่อแม่ มองลูกแล้วก็ร้องไห้เหมือนกัน เมื่อวานก็นั่งปลอบใจกันเองสองคน ก็คิดว่าคงได้อยู่นะ สู้ๆ"

บอย : "เคยชิมแล้วเหรอครับ(หัวเราะ)"

ชมพู่ : "เดาเอา(หัวเราะ) มันก็เป็นเลือด เป็นน้ำเหลืองเนอะ"

อยากมีลูกสาวอีกคนไว้เมาท์มอย
ชมพู่ : "อยากมีลูกสาวอีกคนนึง อยากมีเพื่อนช้อปปิ้ง เม้าท์มอย"

บอย : "เพิ่งจะมีความคิดอยากจะมีคนที่ 2 เมื่อเร็วๆ นี้ครับ ก่อนหน้านี้วางแผนว่าอยากจะมีลูกคนเดียว เลยวางแผนสร้างบ้าน มีห้องลูกห้องเดียว พอเขาบอกว่าอยากจะมีลูกคนที่สองด้วยก็เลย..."

ชมพู่ : "หาที่เพิ่ม ก็กะดูว่าจะเว้น 3 ปีให้คนนี้เข้าโรงเรียนก่อน แล้วค่อยมีอีกคนนึง แต่ตอนนั้นถ้าเขาไม่พร้อมก็ไม่เป็นไร ก็ดูพ่ออีกทีนึง หนูรักบี๋นะ แต่ก็ดูพ่ออีกทีนึง(หัวเราะ) ก็อยากมีลูกสาวอีกคนนึง เดี๋ยวค่อยว่ากัน วัยขนาดนี้เดี๋ยวรอดูอีกทีนึงว่าไหวหรือเปล่า นามสกุลลูกสาวก็แล้วแต่แล้ว"

บอย : "ทางคุณชมพู่เลยครับ บ้านผมตระกูลใหญ่ เชื้อสายเยอะ คือวางแผนตั้งแต่ซาวด์เจอว่าเป็นผู้ชายแล้วว่าเดี๋ยวให้ใช้นามสกุลเขาแล้วผมก็คิดชื่อลูกให้คลองจองกับนามสกุลของชมพู่ไว้ตั้งแต่แรกแล้ว ก็ถือว่าให้เกียรติที่เขาอุตส่าห์อุ้มลูกเรามา 9 เดือน พ่อแม่ผมก็เสียไปหมดแล้วด้วย ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร ก็ให้ชมพู่ไปอธิษฐานบอกพ่อกับแม่ผมไว้ว่าจะให้หลานใช้นามสกุลชมพู่นะ ก็ไม่ได้ติดอะไร ถ้าเขาติดเขาคงมาหาชมพู่เอง(หัวเราะ) คนที่สองยังไม่ได้วางแผนว่าจะมีหรือเปล่า"

ชมพู่ : "แค่คิดเอาไว้ว่าถ้ามีลูกสาวก็คงจะดี ตอนนี้เอาให้เก่งก่อน ตอนนี้ยังงงๆ อยู่ วันนี้เอาลูกมาเข้าเต้าก็ยังร้องไห้อยู่เลย ถามว่ากลับบ้านไปจะเอาอยู่ไหม นี่ไง"

บอย : "เอาลูกหรือเอาชมพู่ครับ(หัวเราะ)"

ชมพู่ : "แผลปริอยู่ไหมเอาไว้ก่อนเนอะ ตอนนี้แผลยังระบมอยู่เลย คิดว่า 3 วันนี้ถ้าอยู่โรงพยาบาลแล้วยังไม่เก่งนะ ไม่คล่อง หยิบจับอะไรไม่ถูกก็คงจะต้องขอพึ่งพยาบาลที่เขามีความชำนาญก่อน เขาจะเข้าใจภาวะคุณแม่ น่าจะเบื้องต้นสักอาทิตย์นึง ก็น่าจะช่วยเราให้สบายใจขึ้นเยอะ"
















กำลังโหลดความคิดเห็น...