xs
xsm
sm
md
lg

เปิดโผ 10 นางเอกท็อปฟอร์มละครปี 2020

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ปีที่ผ่านมา ถือว่าเป็นปีที่วงการทีวีประสบกับภาวะวิกฤตอย่างหนัก หลายช่องบาดเจ็บล้มตายกันไป ขณะที่ช่องที่ยังอยู่ก็ทำได้แค่แค่พอประคองตัวได้เท่านั้น

เพราะนอกจากจะต้องฟาดฟันกันเองในสนามทีวีดิจิทัลแล้ว ยังจะต้องไปแข่งกับสตีมมิ่งทีวี ที่ถือว่ามีอิทธิพลมากเหลือเกินในหมู่ผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็น LINE TV หรือ Netflix ซึ่งเป็นคู่ต่อสู้ตัวฉกาจที่ทำให้ทิศทางของทีวีดิจิทัลสั่นสะเทือน

งานนี้จึงเป็นเรื่องที่เจ้าของสัมปานทีวีดิจิทัลจะต้องเร่งรับมือและทำการบ้านให้จงหนัก เพื่อไม่ให้เสียดุลการค้าไปมากกว่านี้

ปีหนูทองนี้ จะออกหัวหรือออกก้อยยังไม่รู้ !!???

แต่ที่แน่ๆ เริ่มต้นศักราชใหม่ปี 2020 วงการละคร ก็คึกคักกันตั้งแต่ต้นปีเลยทีเดียว

เท่าที่ลองกางโผละครที่เป็นไม้เด็ดของแต่ละช่องตลอดทั้งปี ต้องบอกว่าฟาดกันมันหยดติ๋งเลยทีเดียว โดยเฉพาะประเด็นที่น่าจับตามอง ก็คือเป็นการต่อสู้กันของนางเอกระดับท็อปฟอร์มถึง 10 คน ที่มีเรตติ้งเป็นเดิมพัน

10 นางเอกท็อปฟอร์มของละครตลอดทั้งปี 2020 จะเป็นใครบ้างนั้น !!?? ตามมาดูกัน

อั้ม - พัชราภา ไชยเชื้อ

นานปีทีหนจะเห็นผลงานละครของ “แม่อั้ม” หลังจากไว้ลายนางเอกตัวท็อปไว้ที่ละครฟอร์มยักษ์ เรื่อง “เพลิงพระนาง” เมื่อ 2 ปีก่อน ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะตกปากรับคำลงละครเรื่องใด เพราะไหนจะมีเรื่องของศักดิ์ศรีที่ค้ำคออยู่ ก็ต้องพินิจพิจารณากันหนักหน่อย ถ้าไม่เด็ด ไม่ดัง ไม่ปังจริงๆ เล่นไปก็เสียของ แต่ก็ต้องเข้าใจและยอมรับว่า การจะหาบทที่ท้าทายและเหมาะกับช่วงวัยของอั้มในเวลานี้ไม่ใช่เรื่องง่าย รวมไปถึงการจะหาพระเอกที่มาประกบคู่ โดยมีเชิงชั้นและบารมีที่สมน้ำสมเนื้อกันนั้น ก็ยิ่งยากหนัก นั่นจึงอาจจะเป็นเหตุปัจจัยที่ทำให้นานครั้งจึงจะมีผลงานละครของอั้มมาให้แฟนนานุแฟนได้ติดตามกัน

ด้วยเหตุนี้ พลันที่มีข่าวว่าอั้มรับงานละคร "จากศัตรูสู่หัวใจ" จึงนับว่าเป็นเรื่องยินดีไม่น้อยสำหรับแฟนๆ ที่ตั้งตาคอยการกลับคืนบัลลังก์ของนางพญา โดยงานนี้ผู้ที่ได้สัมปทานให้มาเล่นประกบคู่ ก็คือ “มิกค์ ทองระย้า” ซึ่งนับว่าเป็นพระเอกตัวท็อปของช่อง 7 ในระดับที่สามารถมาทาบรัศมีนางเอกตัวแม่ได้โดยไม่ตะขิดตะขวงใจ


นุ่น - วรนุช ภิรมย์ภักดี

หลังจากคืนสู่เหย้ากลับมาเล่นละครให้กับช่อง 7 อีกครั้ง ในละคร “เพลิงเสน่หา” และมาตอกย้ำความเป็นดรามาควีนกับละคร “เกมรักเอาคืน” ทางช่อง Gmm 25 ที่ยิงยาวจากปลายปี 2019 ต่อเนื่องมาถึงช่วงต้นปี 2020 แต่พอมากางโผละครตลอดทั้งปีนี้ ดูเหมือนจะไม่มีละครที่โชว์ของสำหรับนุ่นให้ได้ชมกัน มีเพียงละครเรื่อง “วุ่นรักนักข่าว” ที่เล่นให้กับช่อง PPTV เป็นการโคจรมาพบกันครั้งแรกกับพระเอกมาดติสท์อย่าง “แอนดริว เกรกสัน”


โดยส่วนตัวแล้ว ยังคงอยากเห็นการฟาดฟันฝีมือกันของ 2 นางเอกตัวท็อปอย่างอั้มกับนุ่น กับบทดรามาเข้มๆ เหมือนในเรื่อง “รากนครา” เวอร์ชันของช่อง 7 เพราะในละครที่ทั้งคู่เล่นประกบกันเรื่องล่าสุด อย่าง “กุหลาบเหนือเมฆ” ก็ผ่านมาเป็นสิบปีแล้ว แถมเนื้อหา และบทบาทก็ดูเบาไม่สมศักดิ์ศรีซูเปอร์สตาร์เอาเสียเลย

พลอย-เฌอมาลย์

สำหรับพลอยในปี 2020 ดูเหมือนจะเป็นปีแห่งละครดรามาเข้มๆ เพราะมีทั้ง “เพลิงนาง” ทางช่องอมรินทร์ทีวี กับ “เรยา” ทางช่อง 8 ซึ่งเรื่องหลัง นับเป็นความท้าทายอย่างมากสำหรับพลอย ที่จะต้องมารับบทเดียวกับที่ “ชมพู่ อารยา” เคยฝากฝีมือเอาไว้อย่างเหนือชั้น ในภาคของ “ดอกส้มสีทอง” ของช่อง 3


กับบทบาทละครทั้ง 2 เรื่องในปีนี้ ที่แทบจะเป็นคาแรกเตอร์เดียวกัน คือเป็นผู้หญิงที่ใช้ชีวิตและร่างกายอย่างเต็มเหนี่ยว แถมหลายคนมองว่าแทบจะไม่มีความแตกต่างจากละครหลายเรื่องที่ผ่านมา ก็เลยกลายเป็นกระแสดรามาถล่มโซเชียล จนพลอยต้องออกมาสยบความเคลื่อนไหวด้วยการประกาศกร้าวว่า “เพลิงนาง” กับ “เรยา” จะเป็น 2 เรื่องสุดท้ายสำหรับละครหนักๆ แบบนี้ แต่ก็ไมได้บอกว่าทิศทางนับจากนี้ จะผันตัวเองไปรับบทแบบไหน !!??

แอฟ-ทักษอร

เจ้าของฉายา “กุลสตรอง” ที่ห่างหายจากหน้าจอละครไปนานถึง 7 ปี นับตั้งแต่แต่งงาน ก็เตรียมจะคัมแบ็กอีกครั้ง แต่ไม่ได้กลับมาที่ช่อง 3 ทว่ากับเป็นการประเดิมละครกับทางช่องวันเป็นครั้งแรก ในละคร “ขอเกิดใหม่ใกล้ๆ เธอ” ประกบกับนักแสดงชายแห่งปีอย่าง “ต่อ-ธนภพ” ด้วยสนนค่าตัวที่ทุบสถิตินางเอกทั้งหมดของช่องวัน แม้กระทั่ง “กบ-สุวนันท์” ในละคร “บาปรัก” ที่ฟาดไปถึงตอนละ 150,000 บาทถ้วน


งานนี้จึงเป็นที่น่าจับตามองว่าพลังการแสดงของนางเอกรุ่นพี่อย่างแอฟ กับพลังของนักแสดงชายที่มาแรงที่สุดแห่งปีอย่างต่อ เคมีจะเข้ากันมากน้อยขนาดไหน และจะกวาดเรตติ้งไปได้สมกับค่าตัวที่คุณหนูบอยทุ่มไม่อั้นหรือเปล่า !!??

กบ-สุวนันท์

จากละคร “บาปรัก” ที่มาประเดิมกับช่องวันเมื่อปีที่แล้วด้วยบทการขยี้ดรามาหนักๆ โชว์ซีนน้ำตาสั่งได้เป็นว่าเล่น มาปีนี้นางเอกตลอดกาลอย่างกบ-สุวนันท์ก็มีโอกาสกลับมาร่วมงานกับช่องวันอีกครั้ง แต่เปลี่ยนแนวมาเป็นสไตล์คอมเมดี้ในเรื่อง “รักแลกอุ้ม” ประชันกับ “ป้อง-ณวัฒน์”


หลายคนอาจจะคุ้นชินกับบทกรีดน้ำตาของกบ ลองมาดูว่าเธอจะไปได้สวยกับบทบาทแบบเฮี้ยวๆ ซ่าๆ ในเรื่องนี้มากน้อยขนาดไหน !!??

ญาญ่า-อุรัสยา

นางเอกท็อปฟอร์มประจำวิกหนองแขม อย่างญาญ่า หลังจากกวาดคะแนนไปเต็มๆ จากละคร “กลิ่นกาสะลอง” ละครแค้นข้ามภพข้ามชาติ กับบทบาทที่ท้าทายที่สุดในชีวิตการแสดง เพราะต้องรับบทบาทเป็นถึง 4 ตัวละคร 4 คาแรกเตอร์ ทั้งดีจนใจหาย และร้ายแบบสุดขั้ว มาปีนี้เป็นการโคจรกลับมาร่วมงานกับคู่จิ้น และคู่จริงอย่าง “ณเดชน์ คูกิมิยะ” อีกครั้ง ในละคร “ลายกินรี” ผลงานของผู้จัด “อ๊อฟ-พงษ์พัฒน์” ซึ่งเป็นชื่อที่เชื่อขนมกินได้ว่าคุณภาพคับจอแน่นอน


เบลล่า-ราณี

นางเอกผู้สร้างปรากฏการณ์ถล่มทลายจากละคร “บุพเพสันนิวาส” ที่ช่อง 3 นำกลับมารีรันซ้ำแล้วซ้ำเล่า อย่างเบลล่า ในปีนี้มีละครให้โชว์ของถึง 2 เรื่อง ทั้ง “ให้รักพิพากษา” ในแนวโรแมนติกดรามา ซึ่งจะต้องเป็นเจ๊ดันให้กับพระเอกใหม่ถอดด้ามอย่าง “พีค-กองทัพ”ลูกชายนักแสดงรุ่นใหญ่อย่าง “ปราบ-ยุทธพิชัย” กับเรื่อง “ร้อยเล่ห์มารยา” ที่เล่นกับพี่หมื่น “โป๊ป-ธนวรรธน์” ส่วนใครที่กำลังรอคอย “พรหมลิขิต” ภาคต่อของ “บุพเพสันนิวาส” ก็ยังต้องรอกันต่อไป


แต้ว-ณฐพร

เป็นอีกหนึ่งนางเอกตัวท็อปของวิกหนองแขม ที่สร้างปรากฏการณ์จากละครเรื่อง “นาคี” และมาสานต่อด้วย “ราก นครา” กวาดรางวัลมาแล้วจากทุกสำนัก มาปีนี้เป็นการโคจรกลับมาพบกับ “เจมส์-จิรายุ” อีกครั้ง ในละครแนวสืบสวน-ผจญภัย-โรแมนติก-ดราม่า-ข้ามภพข้ามชาติ-อิงประวัติศาสตร์ “เล่ห์บรรพกาล” จากค่ายทีวีซีน โดยมีพระเอกรุ่นใหญ่อย่าง “ป๋อ-ณัฐวุฒิ” พลิกมารับบทร้ายเป็นครั้งแรก


คิมเบอร์รี่ แอน เทียมศิริ

ปีนี้ นางเอกคิมเบอร์รี่ มีละครให้ได้ปล่อยของถึง 2 เรื่องเช่นเดียวกับเบลล่า ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องที่น่าสนใจทั้งคู่ เริ่มจาก “ดั่งดวงหฤทัย” ที่นำกลับมาสร้างเป็นคำรบที่ 3 โดยหนนี้เป็นผลงานของผู้จัดอลังการดาวล้านดวงอย่าง “ไก่-วรายุฑ” ในบทของ “เจ้าหญิงทรรศิกา” ประกบกับพระเอกหล่ออมตะอย่าง “ติ๊ก-เจษฎาภรณ์” ในบทของ “เจ้าชายรังสิมันต์”


กับอีกหนึ่งเรื่อง คือ “สองเสน่หา” ในบทฝาแฝดที่ตัวแม่อย่างอั้มเคยฝากฝีมือไว้ในเวอร์ชันช่อง 7 หลายคนอาจจะมองว่าเป็นมวยแทน เพราะเดิมบทนี้วางตัวไว้ที่เบลล่า แต่มีเหตุให้ต้องถอนตัวออกไปกลางคัน ส้มจึงมาหล่นใส่นางเอกคิม ที่จะได้มาสำแดงฝีมือกับบทที่สุดท้าทายเช่นนี้

ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก

ไม่พูดถึงไม่ได้จริงๆ เพราะผลงานจากปีที่ผ่านมา สร้างชื่อให้กับใบเฟิร์น จากม้านอกสายตาเมื่อครั้งอยู่ช่อง 7 สามารถผงาดขึ้นมาเป็นนางเอกแห่งปีได้อย่างสง่าผ่าเผยด้วยแฮชแท็ก #นิรามาแน่ จากละคร “ใบไม้ที่ปลิดปลิว” กับบทผู้หญิงข้ามเพศ ที่โชว์ สกีลการแสดงระดับขึ้นหิ้ง โดยเฉพาะซีนจบของเรื่อง ที่ได้รับคำชื่นชมกระหึ่มโซเชียล และกวาดความนิยมไปแบบถล่มทลาย

ใบเฟิร์นถูกจับตามองอีกครั้ง เมื่อมีข่าวว่าเธอก้าวมาประเดิมรับบทนางเอกให้กับช่อง 3 เป็นครั้งแรก ในละคร “สร้อยสะบันงา” ของค่าย “นก-จริยา” ประกบกับ “นาย-นภัทร” คู่จิ้นจากภาพยนตร์ “Friend Zone”


นั่นคือโผรายชื่อละครเต็งจ๋าของ 10 นางเอกระดับท็อปฟอร์มของวงการ ซึ่งถ้าเป็นในยุคก่อน ก็เรียกว่าการันตีความนิยมกันได้เลยทีเดียว เพราะก่อนหน้านี้ หน้าละครส่วนใหญ่ขายกันที่ชื่อดารานำเป็นหลัก เรียกว่าละครเรื่องไหน ปะหัวด้วยดาราระดับแม่เหล็ก ก็เป็นอันสบายใจหายห่วงว่าละครไม่แป้กแน่นอน

แต่ไม่ใช่สำหรับยุคนี้ !!!

เพราะพฤติกรรมคนดูเปลี่ยนไป ตลาดละครก็จำต้องปรับตัวให้ทันโลก ในที่นี้ไม่ต้องพูดถึงคู่แข่งตัวฉกาจอย่างสตีมมิ่งทีวี ที่เกริ่นไว้ตอนต้นด้วยซ้ำ

ดาราไม่ใช่ตัวขายสำหรับละครในยุคนี้ ต่อให้ระดมตัวท็อปๆ มาแน่นจอ ก็ไมได้หมายความว่าละครเรื่องนั้นๆ จะประสบความสำเร็จ ดังที่ปรากฏว่าหลายครั้งหลายคราว ละครที่แทบจะไม่มีเบอร์ใหญ่ๆ เลย แถมไม่ใช่ละครของช่องอันดับ 1 และ 2 กลับหักปากกาเซียน กลายเป็นละครม้ามืดที่กวาดกระแส และโกยเรตติ้งไปชนิดช่อง 7 และช่องช่อง 3 อ้าปากค้าง

ดังเช่น “หัวใจศิลา” กับ “ใบไม้ที่ปลิดปลิว” 2 ละครยอดนิยมแห่งปี 2019 ที่ต้องนับเป็นผลงานระดับมาสเตอร์พีซของช่องวัน

องค์ประกบที่ทำให้ละคร 2 เรื่องนี้ประสบความสำเร็จแบบอเนกอนันต์ ไม่ใช่ตัวดารา แต่เป็นที่เนื้อหา การนำเสนอ และอรรถรสของละครที่ถูกจริตมากกว่า ทำให้ตรึงคนดูได้อยู่หมัด โดยไม่กดรีโมทเปลี่ยนช่อง

นิตยสารผู้จัดการ 360 องศา สุดสัปดาห์ ฉบับประจำวันที่ 4-10 มกราคม 2563
กำลังโหลดความคิดเห็น