xs
xsm
sm
md
lg

ยิ่งใหญ่! ไทยเจ้าภาพจัดประกวด “มิสยูนิเวิร์ส 2018” ในรอบ 13 ปี เผยทุ่มงบเหยียบพันล้าน ระดับน้องๆ ฟุตบอลโลก!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

ภาพจาก Jo Wisavej กองประกวด Miss Universe 2018
ประกาศอย่างเป็นทางการ ไทยเจ้าภาพจัดประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2018 ในรอบ 13 ปี ฟุ้งทุ่มงบพันล้าน แทบไม่ต่างจากฟุตบอลโลกครั้งที่ผ่านมา เชื่อคุ้มค่า เมืองไทยได้ประโยชน์ ด้าน 3 นางงามจักรวาล อาภัสรา, นาตาลี เกลโบวา, เดมี ลีห์ เนล ปีเตอร์ เผยประสบการณ์สุดประทับใจในการครองตำแหน่งมิสยูนิเวิร์ส ชีวิตเปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง ได้มากกว่าประสบการณ์ชีวิต

หลังจากที่มีข่าวลือหลุดออกมาว่าประเทศไทยจะได้เป็นเจ้าภาพจัดการประกวด “มิสยูนิเวิร์ส ประจำปี 2018” ล่าสุดก็ได้มีการจัดงานแถลงข่าวประกาศอย่างเป็นทางการ โดย “นายธนวัฒน์ วันสม” ประธานกรรมการผู้บริหารบริษัท TW Investment Group ผู้ถือลิขสิทธิ์จัดการประกวด มิสยูนิเวิร์สประจำปี 2018 ร่วมกับ “พอลล่า แมร์รี่ ชูการ์ต” ประธานองค์กรมิสยูนิเวิร์ส บริษัท WME/IMG ร่วมกันแถลงข่าวในครั้งนี้ ซึ่ง นายธนวัฒน์ เผยว่าเตรียมจะมีการแถลงข่าวใหญ่อีกครั้งในเดือนตุลาคมนี้ และเชื่อว่าจะเผยแพร่ความเป็นไทยให้คนทั่วโลกได้เห็นอย่างแน่นอน

“รู้สึกภูมิใจและดีใจที่การประกวดระดับโลกจะกลับสู่ประเทศไทยอีกครั้งหนึ่งในรอบ 13 ปี ความพร้อม ณ ตอนนี้ก็พอสมควรครับ เรียนว่าหลังแถลงข่าวในวันนี้ก็จะมีกิจกรรมประชาสัมพันธ์งานต่างๆ ที่เตรียมมา และจะมีการแถลงข่าวใหญ่อีกครั้งหนึ่งในเดือนตุลาคม ซึ่งในครั้งหน้านอกเหนือจาก เดมี่ มิสยูนิเวิร์สคนปัจจุบันแล้ว ก็ยังมีผู้ที่จะเข้าแข่งขันในปีนี้จากหลากหลายประเทศเพื่อจะปูทางไปสู่งานที่จะเกิดขึ้นในช่วงเดือนพฤศจิกายน”

“ถามว่าจะเผยแพร่ความเป็นไทยให้ชาวโลกได้เห็นมากน้อยขนาดไหนนั้น มหาศาลเลยครับ อย่างที่ได้เรียนว่าในปีนี้ประเทศไทยมีจุดโดดเด่นหลายอย่างที่ประชาชนทั่วโลกสนใจและให้การติดตาม ก็ถือว่าเป็นเวทีที่จะส่งเสริมวิถีไทยในทุกรูปแบบครับ และในส่วนงบประมาณที่ใช้ในครั้งนี้ ก็ปกติครับ งานใหญ่ระดับโลกใช้งบประมาณพอสมควร ก็ประมาณน้องๆ บอลโลกครับ คิดว่าอาจจะมีงบประมาณส่วนใหญ่มาจากภาคเอกชนและหวังว่าจะมีภาครัฐบาลด้วย

บอกสถานที่เก็บตัวไม่ใช่แค่เมืองใหญ่ในไทยเท่านั้น แต่จะมีเมืองรองด้วยแน่นอน
“ในส่วนของสถานที่ที่ใช้ในการเก็บตัว เบื้องต้นก็มีการคุยกันทั้งในส่วนของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและกทม.ด้วย อย่างที่ท่านรัฐมนตรีเรียนว่าปีนี้เป็นวิถีท่องเที่ยวไทยก็อยากให้มีการส่งเสริมเมืองรองด้วย อยากให้นางงามจากทั่วโลกไปสัมผัสเมืองรองประเทศไทยด้วยครับ ส่วนระยะเวลาในการเตรียมงาน ผมเชื่อมั่นในทีมงานที่มีประสบการณ์จากการประกวดมิสยูนิเวิร์สครั้งที่แล้ว คุณสมชายจัดงานอีกครั้งหนึ่งในครั้งนี้ก็คิดว่าน่าจะสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้แก่การประกวดด้วย”

“ถามถึงกลยุทธ์ที่เราสามารถเอาชนะคู่แข่งจากหลายๆ ประเทศได้ มันผสมผสานกันมั้งครับ ด้วยความที่ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะว่าคร่ำหวอดอยู่ในวงการบันเทิงมาหลายสิบปี ช่วงหลังมางานลงทุนระหว่างประเทศก็อาศัยเครือข่ายการเจรจาเพื่อให้ได้สิทธิมาครับ ประเทศไทยก็เป็นประเทศที่มีเสน่ห์อยู่แล้ว ส่วนอื่นๆ น่าจะถามคุณพอลล่าซึ่งเป็นทีมงานของมิสยูนิเวิร์สโดยตรงครับ ก็ฝากพี่น้องชาวไทยทุกท่านเชียร์ตัวแทนจากประเทศไทย และติดตามการประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2018 ในประเทศไทยด้วย รวมถึงร่วมเป็นเจ้าภาพต้อนรับนางงามด้วย ขอบคุณครับ”

ด้าน “พอลล่า แมร์รี่ ชูการ์ต” ประธานองค์กรมิสยูนิเวิร์ส บริษัท WME/IMG เผยว่า ประเทศไทยมีฐานแฟนนางงามมากมาย เลข 13 เป็นเลขที่ดี สาวงามที่จะเข้าประกวดไม่ใช่แค่จะสวยแต่ภายนอก แต่ต้องฉลาดและมั่นใจด้วย และพร้อมทำงานร่วมกับองค์กรทั่วโลก
“แล้วทำไมถึงคิดว่าไม่ล่ะ แน่นอนที่นี่มีแฟนนางงามที่ Amazing มากๆ อีกทั้งเรามีความสัมพันธ์ที่ดีมาอย่างยาวนานตั้งแต่ตอนที่มาจัดเมื่อปี 2005 ซึ่งผ่านมาประมาณ 13 ปีแล้ว ซึ่งเลข 13 ก็เป็นเลขที่ดีมาก อีกอย่างแฟนคลับนางงามที่เมืองไทยถือเป็นส่วนสำคัญมากๆ มันไม่ใช่แค่โชว์ทางรายการทีวี แต่มันเป็นการที่ผู้หญิงคนหนึ่งได้มีโอกาสเปลี่ยนชีวิต ให้ไม่เหมือนเดิม”

“สำหรับการประกวดมิสยูนิเวิร์สไม่ใช่แค่ผู้หญิงสวย คนที่มาประกวดไม่ใช่คนที่ดีแค่รูปร่างหน้าตาเท่านั้น แต่ต้องมีความคิดที่เฉลียวฉลาดและต้องมีความมั่นใจในตัวเอง กล้าแสดงออก ถึงแม้ว่าคุณจะผิวสีอะไรก็ตามและยังต้องสามารถทำงานร่วมกับองค์กรทั่วโลกได้ เพราะมันเป็นตำแหน่งที่คุณต้องไปช่วยเหลือคนทั่วโลก”

อย่างไรก็ตาม “ปุ๊ก อาภัสรา หงสกุล” Miss Universe 1965 เผยว่าตอนที่ตนประกวดมิสยูนิเวิร์สปี 1965 นั้นเป็นปีแรกที่ประเทศไทยส่งนางงามไปประกวดด้วย
“ตอนที่ประกวดนั้นคุณพ่อคุณแม่สนับสนุนค่ะ เพราะว่าปีนั้นเป็นปีแรกที่จะส่งนางงามไปประกวดมิสยูนิเวิร์สค่ะ การประกวดตอนนั้นก็จะคล้ายๆ กับตอนนี้ค่ะ แต่ว่าสมัยนิยมก็เปลี่ยนไป ความเจริญก้าวหน้า ซึ่งหลังได้รับตำแหน่ง ชีวิตก็เปลี่ยนไปค่ะ มีชื่อเสียงไปทั่วโลก ก็สามารถที่จะทำประโยชน์ให้กับสังคมได้ค่ะ หน้าที่ได้ทำตอนนั้นก็เดินทางรอบโลกค่ะ ไปหลายๆ ประเทศเลย จนตอนนี้ก็ยังทำงานเพื่อสังคมอยู่ ทำให้กับมูลนิธิศูนย์ศิลปาชีพมามากกว่า 25 ปีแล้ว เป็นอาสาสมัครค่ะ แล้วก็ทำในหลายแขนง เช่นสร้างอาคารให้ผู้ยากไร้ ที่จังหวัดนครราชสีมา นอกจากนั้นก็เผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทยด้วยที่ประเทศแคนาดาค่ะ และส่งเสริมด้านศาสนาด้วย ทำอยู่ตลอดค่ะ”

ด้าน “นาตาลี เกลโบวา” Miss Universe 2005 ก็เผยว่ารู้สึกรักเมืองไทยและตอนนี้ก็คิดว่าตนเหมือนเป็นคนไทย ซึ่งตอนนี้ก็มาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ รวมถึงลูกสาวก็เรียนที่นี่ด้วยเช่นกัน
“รักเมืองไทยมากๆ ค่ะ ตอนนี้ก็เหมือนเป็นคนไทยแล้วนะคะ ชอบอาหารไทย ชอบคนไทย ชอบอากาศดี ชอบทุกๆ อย่างเลยค่ะ 13 ปีสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นประทับใจมาก รู้สึกว่าเหมือนยังไม่ถึง 13 ปีเลย รู้สึกเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน แต่เวลาผ่านไปเร็วเสมอ สิ่งที่เปลี่ยนแปลงก็คือตัวเราเองมีความสงบมากขึ้น แล้วก็มีความรัก มีความอบอุ่นเหมือนกับที่คนไทยทุกคนได้มอบให้ ก่อนที่จะมาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับประเทศไทยเลย พอได้มาแล้วประสบการณ์ทุกๆ อย่างยังคงชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเสียงที่ได้ยิน การทักทายของคนไทย รวมไปถึงกลิ่นที่ชอบมากๆ คือกลิ่นดอกมะลิ เป็นสิ่งที่ยังตราตรึงอยู่”

“ขณะที่อยู่เมืองไทยก็ได้ท่องเที่ยวค่ะ การท่องเที่ยวก็เหมือนเป็นการโปรโมตประเทศไทย ถ่ายทอดความเป็นไทยผ่านอินสตาแกรม ไม่ว่าจะไปเที่ยวกับครอบครัวกับลูก มาจนถึงทุกวันนี้ก็ยังทำแบบนี้ ได้ไปท่องเที่ยวเยอะหลายที่ มีทั้งไปทะเล ภูเขา รวมถึงได้ไปจังหวัดอุบลราชธานีด้วย อาหารอีสานที่ชอบมากคือลาบไก่ แล้วตอนนี้ก็มาอยู่ที่ไทยเลย ลูกสาวก็เรียนอยู่ที่นี่ด้วย แต่สุดท้ายไม่ว่าจะเดินทางไปที่ไหนก็แล้วแต่ ก็จะรู้ว่าประเทศไทยคือบ้านค่ะ”

ในส่วนของมิสยูนิเวิร์สคนล่าสุด อย่าง “เดมี ลีห์ เนล ปีเตอร์” Miss Universe 2017 นางงามจากประเทศแอฟริกาใต้ ก็เผยว่า พร้อมจะโปรโมตประเทศไทยสู่สายตาชาวโลก และพร้อมส่งกำลังใจให้สาวงามทุกคนที่เข้าประกวด
“สวัสดีค่ะ (พูดเป็นภาษาไทย) จริงๆ เคยมาประเทศไทยแล้วครั้งหนึ่ง ได้ไปเที่ยวทะเลทางใต้ วันนี้ก็ได้กลับมาอีกครั้งในภารกิจใหม่ ภารกิจของมิสยูนิเวิร์สในปี 2017 ก็ได้ทำหน้าที่เหมือนเป็นแอมบาสเดอร์ที่ส่งสารไปทั่วโลก และได้ร่วมงานกับหลายๆ องค์กร หลายๆ ประเทศ รวมไปถึงแคมเปญในประเทศของตัวเองที่เกี่ยวกับเรื่องของการต่อต้านความรุนแรงต่อสตรีด้วย และสิ่งที่ได้คือการเรียนรู้ที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากมิสยูนิเวิร์สรุ่นก่อนๆ เชื่อว่าจะได้ส่งต่อมาถึงผู้ที่จะได้รับมงกุฎในปีนี้ด้วย”

“ก็จะโปรโมตประเทศไทยให้เต็มที่เพื่อที่จะให้โลกได้รู้จักประเทศไทย และพร้อมที่จะส่งกำลังใจให้กับสาวงามทุกคนอย่างเต็มที่ แล้วก็เชื่อว่าประเทศไทยที่รับเลือกเป็นสถานที่จัดการประกวดมิสยูนิเวิร์สปี 2018 จะสร้างความแตกต่างมากมายให้กับสายตาประชาคมโลกแน่นอน และสุดท้ายนี้อยากจะบอกถึงแฟนๆ ทุกคนว่ารักเมืองไทย ขอบคุณสำหรับการต้อนรับที่เหนือความคาดหมาย ทุกๆ อย่างของประเทศไทยมีความหมายอย่างมาก”

(ติดตามทุกข่าวสารในแวดวงบันเทิงทั้งหมดได้ที่ https://mgronline.com/entertainment)
ภาพจาก Jo Wisavej กองประกวด Miss Universe 2018
ภาพจาก Jo Wisavej กองประกวด Miss Universe 2018
ภาพจาก Jo Wisavej กองประกวด Miss Universe 2018
ภาพจาก Jo Wisavej กองประกวด Miss Universe 2018
ภาพจาก Jo Wisavej กองประกวด Miss Universe 2018
ภาพจาก Jo Wisavej กองประกวด Miss Universe 2018
ภาพจาก Jo Wisavej กองประกวด Miss Universe 2018




ภาพจาก Jo Wisavej กองประกวด Miss Universe 2018
ภาพจาก Jo Wisavej กองประกวด Miss Universe 2018


กำลังโหลดความคิดเห็น