xs
xsm
sm
md
lg

“ย้ง” โต้ เอาชีวิตด้านมืด “ปันปัน” ไปทำละคร ชมถึงจะแสบแต่ทำงานเก่งเป๊ะทุกฉาก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


“ย้ง ทรงยศ” โต้ ซีรีส์ “I hate You ... I love you” ตีแผ่ชีวิตด้านมืด “ปันปัน สุทัตตา” ไม่หวั่นคนดูเข้าใจผิด เชื่อแยกแยะได้ ชมเป็นคนฉลาดเห็นแสบ ๆ แบบนี้ทำงานจริงจังเป๊ะทุกฉาก

แค่ทีเซอร์ก็ดูร้อนแรงอยู่ไม่น้อย สำหรับ ซีรีส์ “I hate You ... I love you” โดยผู้กำกับมือทอง “ย้ง ทรงยศ สุขมาอนันต์” ค่ายนาดาว แถมยังดึงลูกรักอย่าง “ปันปัน สุทัตตา อุดมศิลป์” มารับบทแซบ โดยหนุ่มย้งเปิดใจว่า เรื่องนี้ไม่ได้หวังตีแผ่ชีวิตจริงของสาวปันปัน แต่อยากให้สังคมเห็นค่าความรักมากกว่าความเกลียด

“หลังจากฮอร์โมน ผมก็ไปทำซีรีส์เรื่อง อยู่ที่เรานะ ก็เป็นอีกแบบหนึ่งไปเลย มันไม่ใช่ว่าทำแรงแล้ว มันต้องแรงอีก ส่วนตัวแล้วรู้สึกว่าเป็นคนที่ชอบตรง ๆ นะ แล้วจริง ๆ ตัวละครที่ดีไป เราอาจจะไม่ได้เรียนรู้อะไรจากในชีวิตของเขาได้เลย และในขณะเดียวกันตัวละครที่ร้ายไปเลย เราก็อาจจะไม่ได้เรียนรู้อะไรจากในชีวิตเขาเช่นกัน”

“เราก็เลยรู้สึกว่า อยากเล่าตัวละครที่มีทั้งมุมดีและไม่ดี เรียกว่าที่มีทั้งดำและขาวดีกว่า เพราะถ้าบอกว่าเทา ๆ มันก็ยังมีตรงกลาง ผมอยากพาคนดูไปทำความรู้สึกกับตัวละครเหล่านี้ แต่อยากรู้จักเขาไหม มันเป็นสิทธิของคนดู”

ยอมรับฉายในไลน์ทีวีอิสระกว่าสร้างหนัง แต่ในฐานะคนทำสื่อจะขอรับผิดชอบต่อสังคม
“มันอิสระกว่าทุกที่เลย อิสระยิ่งกว่าทำหนังอีก แต่ไม่ใช่ว่าเราจะใส่อะไรก็ได้ เพราะว่าในฐานะของคนทำสื่อเราต้องรับผิดชอบสังคม การทำซีรีส์ I hate you ... love you เรื่องนี้มันเกี่ยวกับสิ่งที่ผมไม่เข้าใจว่าคนมันจะเกลียดกันไปทำไม ต่อให้เราไม่ชอบเขา เราก็ไม่ต้องเกลียดเขาไหม แค่เราไม่รักเขา แล้วก็อย่าไปยุ่งกับเขา ผมมองว่าความรักมันมีค่ามากกว่าความเกลียด ผมอยากเล่าให้เห็นว่า ความรักและความเกลียดมันมีดีมีเสียอย่างไร และอยากให้ดูแล้วเลือกว่า อยากใช้ชีวิตแบบไหน”

ปัดสร้างจากชีวิตจริง “ปันปัน สุทัตตา” รับเคยกลัวจะตอกย้ำภาพลักษณ์ แต่เชื่ออีกฝ่ายเป็นเด็กฉลาด
“จริง ๆ ปันปันอยู่ในกลุ่มสังคมพวกนี้ แต่ถ้าถามว่าเป็นช้อยส์แรกที่เราเลือกเลยไหม ไม่ใช่นะ ซึ่งตอนที่ผมคิดเรื่องนี้ มันมาจากรอบ ๆ ตัวผมแวดล้อมไปด้วยเด็กที่เป็นแบบนี้ มันไม่ใช่แค่ปันปันคนเดียว และเรื่องนี้ไม่ได้คิดว่ามาจากปันปันนะ เรื่องตอกย้ำภาพลักษณ์เขาในมุมหนึ่งผมก็เคยกลัวนะ แต่รู้สึกว่าตอนที่ผมทำฮฮร์โมน ผมรู้สึกว่าคนดูมีสติพอนะ แต่เชื่อว่าเดี๋ยวก็มีคนเอาไปเล่น”

“ซึ่งกับเรื่องพวกนี้ผมคิดว่าถ้าคนเข้าใจก็จะเข้าใจเลย แต่ถ้ายังไม่เข้าใจก็ต้องให้เวลาในการทำความเข้าใจนะ พอผมอธิบายก็จะเหมือนว่าผมเข้าข้างน้อง ตัวละครอย่างปันปันที่แสดงออกมาถือว่าชัดนะ แต่น้องๆ ที่เล่นทุกคนแสดงออกมาเป็นตัวละครที่ผมอยากให้เป็นทุกคนเลย และอย่างหนึ่งปันปันต้องยอมรับว่า เขาทำให้เกิดสิ่งนี้ขึ้นมาเอง ผมก็จะสอนเขาว่า เขาเลือกที่จะทำแบบนี้ก็ต้องยอมรับผลที่จะเกิด เดี๋ยววันหนึ่งเขาก็จะโต ผมเชื่อว่าเขาเป็นคนฉลาด”

บอกไม่ได้สปอย ไม่ได้ซัปพอร์ตปันปันมากกว่าใคร แต่เห็นศักยภาพทำงานจริงจังเป๊ะทุกฉาก
“ไม่เลยนะ พวกคุณอาจจะยังไม่รู้เวลาที่ผมดุเขานะ เอาจริง ๆ ถ้าถามทีมงานของบริษัททุกคนจะรู้ว่า ผมดุที่สุดนะ ในพาร์ทที่ว่าเขาทำอะไรไม่ดี มันผ่านการพูดที่จริงจังมาหมดแล้ว เหมือนพ่อแม่ตีลูก หรือพี่สอนน้องนะ แต่เราคงไม่ดุเขาต่อหน้าสาธารณชน แต่เราจะสปอยอย่างเดียวก็คงไม่ได้นะ”

“เพราะการที่ปันปันออกไปดูแลตัวเอง พาร์ทหนึ่งมันก็ดีเหมือนกัน แต่ในฐานะของผมที่ดูแลศิลปินก็ต้องเรียนรู้ และตัวน้องเองก็ต้องเรียนรู้เหมือนกัน ผมว่ามันจะเป็นย่างก้าวที่จะเติบโตไปด้วยกัน ซึ่งสิ่งที่ผมมองเห็นในตัวของปันปันเพราะว่าปันปันเป็นนักแสดงที่เก่งมากและอยู่ในกองเขามีวินัยมาก เห็นแสบๆ แบบนี้่เวลาที่เขาทำงานเขาตั้งใจมากนะ บทไม่เคยว่าจะท่องไม่ได้นะ เป๊ะทุกอย่าง เข้าฉาก 2 -3 เทกก็ผ่าน”

ยันไม่ใช่ไล่ออก ไม่ได้เข้าข้าง แยกจากกันเป็นเรื่องที่ดี อีกฝ่ายจะได้เติบโต-เรียนรู้ คิดผิดถูกได้เอง
“โดยสถานการณ์มันเข้าใจได้ และมันไม่มีประโยชน์ อย่างที่ผมบอกนะว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ การที่เราแยกจากกันมันก็ดีเหมือนกันนะ เขาก็จะออกไปเติบโตและเรียนรู้ ผมว่าการที่ปันปันไม่มีพวกผมคอยดูแล น้องจะต้องเรียนรู้และระวังตัวนะ เพราะไม่มีใครที่ดูแล”

“ผมมองว่าทุกความผิดพลาดก็จะทำให้ทุกคนโตขึ้น ปันปันมันก็โตขึ้น แต่จะให้มีวุฒิภาวะแบบผู้ใหญ่เลยมันเป็นไปไม่ได้ อย่างผมเองก็ใช้เวลามา 43 ปีกว่าจะมาเป็นผมทุกวันนี้นะ น้องเพิ่ง 18 - 19 เอง ผมบอกเขาว่า จะทำอะไรต้องฉลาดและเอาตัวรอดนะ ผมอยากให้ใช้ชีวิตที่มีสติ แต่การที่ผมพูดแบบนี้ได้ผมก็ต้องผ่านช่วงเวลาวัยรุ่นมาเหมือนกันนะ พอเราแก่แล้ว เราก็ต้องเข้าใจ”

“โดยส่วนตัวแล้ว เราคุยกับน้อง ๆ ตลอดเวลานะ เราไม่ได้อยู่กับแบบเจ้านายและลูกน้องนะ ไม่ใช่การไล่ออก หรือการยืนข้างเขา มันเป็นวัฒนธรรมองค์กรที่แปลกที่คนอาจจะไม่เข้าใจนะ ผมไม่อยากอยู่ในจุดที่ต้องบังคับให้คนทำอะไรหรือไม่ทำอะไร”

“ผมไม่ต้องบอกอะไรกับสังคมนะ เพราะว่ามันเป็นเรื่องของปันปัน คนทุกคนในสังคมมีวิจารณญาณเป็นของตัวเอง ถ้าคิดว่าสิ่งที่ปันปันทำถูกหรือผิด เขาคิดได้ของเขาเอง”