xs
xsm
sm
md
lg

“ซี” เผยความจริงอีกด้าน “ชิน” นักร้องสู้ชีวิต! หลั่งน้ำตาติดทหารไม่ใช่คนขี้ขลาด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


“ซี ศิวัฒน์” เมินดรามาโพสต์ให้กำลังใจ “ชิน ชินวุฒ” หลั่งน้ำตาหลังติดทหารเป็นน้ำตาลูกผู้ชาย ไม่ใช่คนขี้ขลาด ลั่นไม่ด่าใคร เพราะเตือนตนเสมอไม่ใช้โซเชียลระบายอารมณ์ บอกรู้จักอีกฝ่ายดีเป็นคนสู้ชีวิต

โพสต์ให้กำลังใจแท้ๆ แต่งานเข้าแบบเต็มๆ สำหรับพระเอกหนุ่ม “ซี ศิวัฒน์ โชติชัยชรินทร์” หลังจากโพสต์ข้อความให้กำลังใจ “ชิน ชินวุฒ อินทรคูสิน” ในอินสตาแกรมส่วนตัว เกี่ยวกับกรณีดรามาหนุ่มชินหลั่งน้ำตาหลังติดทหาร โดยหนุ่มซียืนกรานว่า ตนไม่ได้แขวะใครแน่นอนเพราะบอกตัวเองเสมอว่า จะขอระบายอารมณ์ทางโซเชียล แค่รู้จักอีกฝ่ายดีว่าเป็นคนสู้ชีวิต และไม่ใช่คนขี้ขลาด

“คือผมก็เป็นแบบนี้อยู่แล้วนะครับ ด้วยความที่เราเป็นคนในวงการเดียวกัน ผมก็อยากจะให้กำลังใจชิน เพราะผมเชื่อว่าพี่ๆ นักข่าวทุกท่านก็น่าจะทราบดีอยู่แล้วว่า ชินเป็นคนต่อสู้ชีวิตมาโดยตลอด ก็อยากให้เห็นใจเขาบ้างก็เท่านั้นเองไม่ได้มีอะไรมากไปกว่านั้นเลย ไม่ได้ต้องการที่จะใช้โซเชียลเพื่อจะต่อว่าใคร คือ ผมไม่มีทาง ผมได้รับบทเรียนแล้ว แต่ว่าแน่นอนบทเรียนในครั้งนั้นมันไม่ได้ทำให้ความเห็นอกเห็นใจเพื่อนร่วมงาน หรืออาชีพเดียวกันน้อยลง ผมเพียงแค่สัญญากับตัวเองว่า จะไม่ใช้โซเชียลในการระบายอารมณ์ของตัวเอง แต่ว่าแน่นอนเมื่อเราเห็นน้ำตาของคนที่เรารู้ดีว่า เบื้องลึกๆ ของเขาเป็นอย่างไร ผมก็เลยอยากจะพูดเพื่อให้กำลังใจครอบครัวเขาแค่นั้นเองครับ”

“ก็สนิทกับชินครับ แต่ว่าไม่ได้สนิทถึงขั้นว่าคุยกันตลอดเวลา เพราะครั้งสุดท้ายที่ผมเจอเขาก็คือ หลังจากงานแต่งงานของผมไม่นาน เป็นปีแล้วด้วยซ้ำ แต่พอได้มีโอกาสรับรู้เรื่องราวของเขาจากข่าวก็เลยอยากจะให้กำลังใจ”

เผยหลังโพสต์ข้อความ นักร้องดังเข้ามาขอบคุณในอินตราแกรม ย้ำ “ชิน” หลั่งน้ำตาลูกผู้ชาย ไม่ใช่น้ำตาคนขี้ขลาด

“ชินก็ขอบคุณมาทางอินสตาแกรมครับ เราไม่ได้โทร.คุยกันด้วยซ้ำ ผมไม่ได้คุยกับครอบครัวเขาเลย คือ เราเคยรู้จักกันและก็แน่นอนผมรู้ว่าชินเป็นคนยังไง ดังนั้น ประเด็นแค่นิดเดียวที่ผมพูดเรื่องน้ำตาเขา มันคือเป็นน้ำตาที่มาจากความเห็นห่วงครอบครัวมากกว่า เลยอยากให้มองตรงนั้นว่ามันไม่ใช่น้ำตาของคนขี้ขลาด มันเป็นน้ำตาของคนที่ห่วงครอบครัว น้ำตาของลูกผู้ชายครับ”

“เรื่องทหารจริงๆ สำหรับตัวผมเองผมก็ไม่อยากจะคอมเมนต์นะครับ เพราะผมเรียน รด. มาตั้งแต่เด็กเหมือนกัน เรื่องแบบนี้มันแล้วแต่ใครจะคิดยังไง แต่ถ้าถามผมว่า ถ้าผมจะต้องมีความรับผิดชอบครั้งหนึ่งในชีวิต มันก็จำเป็นจะต้องรับผิดชอบตรงนั้น ด้วยความที่กฎระเบียบบ้านเราเป็นแบบนี้มานานแล้ว ผมไม่ได้พูดเพื่อให้ผู้ชายไทยทุกคนก้มหน้าก้มตา แต่ผมมองในแง่มุมของการวางแผนชีวิต ผมไม่อยากจะพูดถึงการที่คุณต้องไปเป็นทหาร ไปรับใช้ชาติ ในยุคสมัยนี้มันไม่ได้มีสงครามแล้ว ยกเว้นพี่น้องชาวใต้ของเรา ก็ถ้าเกิดคุณไม่อยากที่จะเป็นทหาร ก็น่าจะมีการวางแผนว่าคุณควรไปฝึกฝนนักศึกษาวิชาทหารก่อน เมื่อคุณโตมาในชีวิตปัจจุบันนี้ และมีการมีงานทำ มีครอบครัวที่คุณต้องรับผิดชอบ คุณจะได้ไม่เสียโอกาสตรงนี้ไป ก็เท่านั้นเองครับ"

เชื่อ “ชิน-ครอบครัว” ต้องภูมิใจที่ได้เป็นทหาร

“ไม่ได้ช่วยเลยครับ ผมแค่พูดให้กำลังชินแค่นั้นเลยครับ มันเป็นสิ่งเดียวเท่านั้นที่ให้ได้ แต่ตัวชินเองผมคิดว่า ณ ปัจจุบันนี้ชินเขาก็น่าจะภูมิใจอย่างที่บอก เพราะเขาต้องพร้อมแน่ๆ ที่จะรับใช้ชาติ และแน่นอนครอบครัวเขาจะต้องภูมิใจ”

“ผมเองก็ภูมิใจในความเป็นทหารของคนไทยเรา ผมเกิดมาถึงอายุขนาดนี้ ได้ทำงานร่วมกับทหารไทยมาเยอะแยะมาก ก็รู้สึกซาบซึ้งมาโดยตลอด ไม่ว่าจะช่วงอุทกภัย สึนามิ ช่วงอะไรก็ตามพี่ๆ ทหารจะอยู่ด้วยตลอดทุกครั้ง เพราะฉะนั้นแล้วเนี่ย ผมของพูดรวมๆ มันมีเหตุการณ์ที่ออกมา ณ ตอนนี้คือ ไม่อยากให้มองว่าทหารไม่ดี ผมว่าคนไม่ดีมันมีอยู่ทุกวงการอยู่แล้ว เรื่องซ้อมเรื่องไรผมไม่อยากพูดถึงนะครับ คือไม่อยากให้มองว่าทหารไม่ดี มีทหารดีๆ อีกเยอะแยะมากมายในประเทศไทย ที่เขาดูแล และทำให้เราปลอดภัยทุกวันนี้ เพราะฉะนั้นแล้วก็ผมว่าให้คนมองอย่างเป็นกลางดีกว่าครับ”

ปลื้มฟีดแบ็ก “ขุนกระทิง” ดีเวอร์ ถ่อมตนไม่เก่ง ยกความดีให้ทีมแอ็กชัน-ผู้กำกับ

“ดีใจที่สุด ถือเป็นกำลังใจสำหรับตัวผม กับทีมงาน และผู้จัด ก็ขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมาให้พวกเรา มันมีความหมายต่อพวกผมมากๆ แน่นอนว่าละครเรื่องนี้มันไม่ได้เฟอร์เฟกต์ไปหมด แต่อย่างน้อยคำติชมต่างๆ มันเป็นโอกาสที่ทำให้เราได้กลับไปคิดต่อ และนำมาพัฒนาตัวเองต่อไป กับที่หลายคนบอกว่า ผมเก่ง เอาจริงๆ ผมไม่ได้เก่งเลย ต้องยกความดีความชอบให้แก่ทีมงานที่ทำแอ็กชันได้ถึงใจผู้ชม ทีมงานทุกๆ คนเป็นทั้งผู้ร่วมงาน และครูสอนแอ็กชันให้ผมด้วย เมื่อตัวผมเองไปร่วมงานกับมืออาชีพก็จะทำให้ผมดูเก่งไปด้วย”

“ผมบอกเลยว่าในประเทศไทยยังมีอีกหลายท่านมากๆ คนที่เก่งแต่ยังไม่มีโอกาสเข้าสู่เบื้องหน้า ผมหวังว่าหลังจากเรื่องขุนกระทิงจบไป เราจะได้มีโอกาสได้ร่วมงานกับผู้ที่มีฝีมือ มืออาชีพอีกหลายๆ ท่าน”

“เรื่องความทุ่มเทมันเป็นความตั้งใจ และความฝันของเราอยู่แล้ว มันเป็นความฝันอย่างหนึ่งที่เราอยากจะทำผลงานให้ออกมาสุดในตัวเราจริงๆ ใช้ประสบการณ์ และความอยากของเรา ทำออกมาให้มันดีที่สุด มันก็เลยมาลงตัวที่ขุนกระทิง แต่แน่นอนมันเหมือนเราโยนหินถามทางก่อน แต่หลังจากนี้ก็จะพัฒนาตัวเองต่อไปครับ”

ไม่คิดว่าคนดูจะกลับมาจิ้น “เอมี่ กลิ่นประทุม” หลังไม่ได้เล่นละครด้วยกันนานถึง 10 ปี

“เอาจริงๆ ไม่น่าเชื่อว่านะ ตอนแรกเนี่ยผมเองคือผมค้านด้วยซ้ำว่าเล่นกับเอมี่แล้วจะไม่อิน ไปๆ มาๆ พอเริ่มถ่ายคิวแรกไปแล้วเนี่ย หลังจากนั้น ผมก็รู้สึกว่าคิดไม่ผิดแล้วจริงๆ ต้องขอบคุณคุณเอมี่ด้วยที่ให้เกียรติมาเล่นละครกับผม ทั้งๆ ที่เราไม่ได้เล่นด้วยกันมา 10 ปี ก็หวังว่าเราจะได้ร่วมงานกันอีก”


กำลังโหลดความคิดเห็น...