xs
xsm
sm
md
lg

สุดยอดคอนเสิร์ตแห่งปี “Muse” แฟนคลับปลื้มปริ่มฟินน้ำตาไหล

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


เป็นประสบการณ์ทางดนตรีที่ลืมไม่ลงกันเลยจริงๆสำหรับคอนเสิร์ต “มิวส์ ไลฟ์ อิน แบงคอก 2015” (MUSE Live in Bangkok 2015) ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 มิ.ย. ที่อิมแพค อารีนา เมืองทองธานี โดยครั้งนี้ร็อคแบนด์สัญชาติอังกฤษไม่ทำให้คอร็อคผิดหวังกันเลยจริงๆ

หลังจากที่ Muse ได้รับการขนานนามว่าเป็นหนึ่งในวงร็อคที่ดีที่สุดของโลก เพราะฝีมือการแสดงสดที่เหนือชั้น ในที่สุดคอร็อคชาวไทยก็ได้ร่วมสัมผัสประสบการณ์ทางดนตรีของวงร็อคที่ขึ้นชื่อว่าเล่นสดดีที่สุดในโลกวงหนึ่งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

งานนี้ แมตต์ หรือ แมทธิว เบลลามี, คริส โวลส์เทนโฮล์ม และ ดอมินิค โฮเวิร์ด ก็ไม่ทำให้ผิดหวังนำเอาประสบการณ์การแสดงสดที่เคยสร้างความประทับใจให้กับคนดูทั่วโลกมาให้ชาวไทยได้ประจักษ์กันถึงที่ กับเทคนิคพิเศษ ซาวนด์เอฟเฟ็ค ที่ขนานไปกับการบรรเลงดนตรีสดของพวกเขาที่ชวนตื่นตาตื่นใจในทุกบทเพลง

โดยหลังจากที่สภาพดินฟ้าอากาศไม่เป็นใจจนบรรดาแฟนคลับต้องฝ่าฝนตกรถติดมาชมคอนเสิร์ตครั้งนี้ ทำให้ทางผู้จัดต้องเริ่มการแสดงช้าไปถึง 1 ชั่วโมงเลยทีเดียว โดยงานนี้ยังได้วงเปิดอย่าง The Ruse ที่มาโชว์เรียกน้ำย่อยนำดนตรีที่แตกต่างแต่มีเอกลักษณ์มาสร้างความประทับใจให้แฟนๆได้สนุกกันก่อน หลังจากนั้นระหว่างที่แฟนๆต่างรอชมการแสดงของ Muse ทางทีมงานก็ยังคงมีการเซ็ตเวที เซ็ตไฟต่างๆ สร้างความงุนงงงให้กับคนที่มานั่งรอยืนรอกันอยู่ในฮอลล์ แต่ทันทีเมื่อถึงเวลา 21.30 น. 3 หนุ่มวง MUSE ก็ไม่ทำให้ผิดหวังที่รอคอยกันมานาน

เปิดตัวด้วยจอแอลอีดียักษ์ที่ขึ้นภาพของทหารก่อนเข้าสู่เพลง Psycho เพลงเปิดตัวจากอัลบัมล่าสุด Drones อัลบัมอิงการเมืองที่เพิ่งจะปล่อยออกมาเมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา งานนี้แมทธิวนำเปิดด้วยเสียงริฟฟ์กีตาร์ ซึ่งแค่เพลงแรกก็ประทับใจแล้วกับภาพที่ขึ้นบนจอในระดับ HD ที่ทั้งมุมกล้อง และการทำภาพให้เป็นขาว-ดำ จนทำให้คอนเสิร์ตครั้งนี้ดูเป็นคอนเสิร์ตร็อคที่มาพร้อมกับงานอาร์ตเลยก็ว่าได้ และแน่นอนทันทีที่เสียงเครื่องดนตรีทั้ง 3 ชิ้น กีตาร์ เบส และกลอง ผสานกันกับเสียงร้องของนักร้องนำ แฟนๆก็โดดตามร้อง Psycho กันถ้วนหน้า

หลังจบจากเพลงแรกก็ลากยาวกันต่อกับ Reapers ที่แสง และภาพสร้างความอลังการด้วยสปอตไลท์ที่เล่นล้อไปกับซาวนด์การริฟฟ์กีตาร์อันโดดเด่น ในขณะที่จอภาพเองก็มีการตัดสลับระหว่างภาพบนเวทีกับภาพในแอลอีดีที่ยังคงมาในโทนขาว-ดำเหมือนเดิม โดยเพลงนี้ความเด็ดดวงยังอยู่ตรงที่การริฟฟ์กีตาร์ช่วงท้ายที่ขยี้แบบทะลุทุกโสตประสาทเด็ดอย่าบอกใคร ต้องยอมรับว่าทีมซาวนด์ของวง Muse สามารถเอาฮอลล์ทั้งฮอลล์อยู่หมัด เมื่อเสียงการบดขยี้ไม่ได้แหลมบาดหู หรือตื้อจนสร้างความรำคาญ แต่ปรับจูนให้เสียงพอดีแบบแน่นหนึบ ยิ่งผสานกับเสียงร้องใสกิ๊งสไตล์โอเปราร็อคของแมทธิวก็ทำเอาแฟนๆเครื่องร้อนกันถ้วนหน้า

โดยแมทธิว ยังได้กล่าวทักทายคนดูเล็กน้อย ด้วยภาษาไทยว่า “สวัสดีครับ Bangkok” ก่อนเปลี่ยนไปใช้การดีดกีตาร์ทักทายแฟนๆแบบชาวร็อคแทน ซึ่งงานนี้แม้ไม่ใช้ภาษาพูดในการสื่อสารแต่ใช้ภาษาดนตรีในการสื่อสารแทน แฟนๆทุกคนก็เข้าใจพร้อมส่งเสียงล้อไปกับกีตาร์ของเขาอย่างเพลิดเพลิน ก่อนที่บนเวทีจะเปลี่ยนไฟเป็นสีฟ้าพร้อมกับกราฟฟิคจอเล็กๆเรียงกันหลายๆจอนำมาซ้อนกับภาพการแสดงสด สร้างความสวยงาม ให้แฟนๆได้เพลิดเพลินกับเพลงฮิต Plug in Baby เพลงอันลือเลื่องจากผลงานอัลบัมที่สองของพวกเขา

จากนั้นแมทธิว ก็ชวนแฟนๆปรบมือเป็นจังหวะเพื่อเข้าสู่เพลง Resistance เมื่อจบเพลงนี้ก็ตามด้วยความอลังการของกราฟฟิคภาพเล่าเรื่องที่มีนักข่าวออกมารายงานข่าวสลับกับเสียงของหุ่นยนต์ ก่อนตัดมาที่การล้อกันของแสงไฟกับเสียงริฟฟ์กีตาร์เพื่อเข้าเพลง Unsustainable ต้องยอมรับว่าสไตล์การนำเสนอโชว์ของเพลงนี้มักจะเห็นได้ในคอนเสิร์ตเกาหลีทั่วไปที่ทุกอย่างดูอลังการกับซาวนด์และการจัดวางที่มาจากเครื่องคอมพิวเตอร์ แต่เมื่อเจอการนำเสนอโชว์ที่ปรับจูนระบบไฟกันด้วยมือและการบรรเลงสดของเครื่องดนตรีที่กีตาร์ออกมาประชันกับเบสมีกลองตีประกอบจังหวะท่ามกลางเอฟเฟ็คท์อลังการ ก็ทำเอาคนดูถึงกับอึ้งตะลึงอ้าปากค้างไปตามๆกัน

ต่อด้วยเพลงเบาๆอย่าง Dead Inside อีกหนึ่งผลงานจากอัลบัมล่าสุดอย่าง Drones ตามติดมาด้วยเพลง Hysteria ที่เพลงนี้แฟนๆก็ร้อง I Want It Now ตามกันเป็นแถว โดยแมทธิวยังได้ออกมายืนแกว่งกีตาร์โยกไปมาตรงเวทีด้านหน้า ริฟฟ์กันแบบยาวๆให้แฟนๆโยกตามกันก่อนจะกล่าวขอบคุณแฟนๆและชื่นชมในความเจ๋งของทุกคน

มันส์กันต่อกับ Citizen Erased ที่โยกกันหัวแทบหลุดในช่วงอินโทรลกับช่วงกลางเพลง ก่อนจะสลับอารมณ์ในช่วงท้ายที่แมทธิววางกีตาร์แล้วไปบรรเลงเปียโนเปลี่ยนจากเพลงเร็วเป็นเพลงช้าผสานกับเสียงใสๆกังวานก็ชวนให้ประทับใจได้ไม่น้อย

ทางด้านแมทธิวยังคงนั่งประจำการอยู่ที่เปียโน กับเพลง Feeling Good ที่เขาบรรเลงไปร้องไปท่ามกลางแบ็คกรานด์แอลอีดีที่เปลี่ยนภาพเป็นสวนและหมู่มวลดอกไม้ ก่อนจะหยิบโทรโข่งมาร้องเพลงใส่ไมค์ต่ออีกที โดยสไตล์การร้องก็ยังคงเป็นโอเปราร็อคโชว์เสียงสูงเอื้อนจับจิตทำคนดูฟีลกู๊ดไปกับเพลงเช่นเดียวกัน

จากนั้นเข้าสู่ช่วงโซโล ที่เปิดตัวด้วยการบรรเลงกลองของ ดอมินิค ตามด้วยการประชันกันของ คริส มือเบส ทำคนดูปรบมือกันเกรียวกราวก่อนที่ทั้งคู่จะพาเข้าสู่เพลง Madness เพลงช้าๆซึ้งๆฟังสบาย ท่ามกลางกราฟฟิคสีชมพูม่วงส่งให้บรรยากาศหวานมากทีเดียว

ปรับอารมณ์กลับมาร็อคกันต่อกับ Supermassive Black Hole โดยเพลงนี้ช่วงกลางเพลงต้องยอมรับว่ามันส์มากจริงๆ กับซาวนด์กีตาร์ที่ริฟฟ์แบบเร้าอารมณ์ท่ามกลางแสงสวยๆกับภาพบนจอที่ทำออกมาอย่างมีศิลปะ ส่วนมือเบสก็คลอรัสไปกับเพลงท่ามกลางการกระโดดตัวลอยโยกกันหัวสั่นหัวคลอนของแฟนๆ ตามด้วยเพลง Time Is Running Out ที่แฟนๆยังกระโดดกันต่อเนื่อง

ต่อด้วยเพลง Starlight เพลงจังหวะเบาๆ ที่แมทธิวสอนแฟนๆปรบมือเข้าจังหวะ ซึ่งนอกจากแฟนๆจะช่วยแมทธิวปรบมือและร้องเพลงนี้กันดังลั่นแล้ว ยังพร้อมใจกันเปิด Flashlight จากโทรศัพท์มือถือสร้างความสวยงามเหมือนแสงดาว ก่อนที่ช่วงกลางเพลงพวกเขาจะเซอร์ไพร์สแฟนๆด้วยการปล่อยลูกบอลลูนยักษ์สีดำเกือบ20ลูกมาให้แฟนๆในฮอลล์ได้ตื่นเต้นแถมร่วมสนุก ตีลูกโป่งไปมากันอย่างสนุกสนาน เสมือนมีฟองอากาศสีดำลอยอยู่เหนือฝูงชนที่ยืนแออัดกันอยู่ด้านล่าง

จากนั้นก็ปิดท้ายกันด้วยเพลง Uprising ซึ่งลูกโป่งสีดำที่สร้างความสนุกกันในช่วงแรกๆเริ่มกลายเป็นตัวก่อกวน เมื่อมันลอยขึ้นไปป่วนอยู่บนเวทีจนแมทธิวที่กำลังร้องเพลงอยู่ต้องหลุดหัวเราะเอาหัวโหม่งลูกโป่งยักษ์ให้พ้นทาง ส่วนแฟนๆด้านหน้าก็โดนลูกโป่งยักษ์บัง จนมีคนแอบเจาะให้แตกเลยก็มี

หลังจากที่ทั้ง 3 หนุ่มลงจากเวทีไป ก็ปล่อยให้แฟนๆตะโกนร้องอังกอร์กันได้ไม่นาน พวกเขาก็กลับขึ้นเวทีอีกครั้งพร้อมกล่าวว่านี่เป็นการมาเปิดการแสดงครั้งแรกที่เมืองไทย ได้มีช่วงเวลาดีๆที่นี่ พร้อมขอบคุณทุกคนที่มาร่วมชมคอนเสิร์ตครั้งนี้ของพวกเขา ก่อนจะเข้าสู่เพลง Mercy ผลงานจากอัลบัมล่าสุด ซึ่งเพลงนี้ในช่วงท้ายยังอลังการงานสร้างด้วยเอฟเฟ็คท์สั่งลา ทั้งพ่นควัน, โปรยกระดาษสี และกระดาษสายรุ้งสีขาวแดงที่ยิงออกมาสร้างความยิ่งใหญ่แทนการอำลาจบโชว์ของพวกเขา ทำเอาแฟนๆทั้งฮอลล์ต่างส่งเสียงเฮเมื่อได้เห็นเอ็ฟเฟ็คท์ส่งท้ายแบบอลังการที่ Muse จัดมาให้แฟนๆ

ก่อนที่จะลากันไปแบบจริงจัง พวกเขายังได้ทิ้งท้ายด้วยเพลง Knights Of Cydonia ที่เริ่มต้นด้วยมือเบสอย่าง คริส หันไปหยิบฮาร์โมนิกามาเป่าอย่างโหยหวน ท่ามกลางการเกลากีตาร์ของแมทธิว และการกระหน่ำรัวกลองของดอมินิค โดยทันทีที่คริสเป่าฮาร์โมนิกาช่วงอินโทรลจบลง เขายังได้เดินออกมาที่เวทีด้านหน้าโยนฮาร์โมนิกาให้แฟนคลับผู้โชคดีได้เก็บกลับบ้านไปเป็นที่ระลึกด้วย และทันทีที่กลับเข้าสู่การบรรเลงปกติ แฟนๆก็ร้องตามกันลั่นสนั่นฮอลล์ ทั้งกระโดดทั้งโยกทิ้งทวนความมันส์กันแบบสุดๆ ซึ่งแมทธิว กล่าวก่อนลาลงเวทีเป็นภาษาไทยว่า “ขอบคุณมากๆ Bangkok” และ “We Love You Thailand” ส่วนเพื่อนร่วมวงอย่าง ดอมินิค ก็ออกมาด้านหน้าพร้อมกับโยนไม้กลองแจกแฟนๆ เช่นเดียวกับคริส ที่แจกปิ๊กแบบรัวๆเช่นกัน พร้อมกับที่ทั้งหมดโบกมือลาและโค้งให้แฟนก่อนเดินลงเวทีไป

งานนี้ต้องบอกเลยว่าคุ้มค่าสมการรอคอยอย่างมากกับคอนเสิร์ตร็อคที่ขึ้นชื่อว่าฝีมือการแสดงสดระดับเวิลด์คลาส ซึ่งMuse ไม่ทำให้แฟนชาวไทยผิดหวังจริงๆ กับความสมบูรณ์แบบทั้งเรื่องแสง สี เสียง กราฟฟิค เอ็ฟเฟ็คท์ ที่อลังการงานสร้าง โดยเฉพาะการจัดวางไฟที่คอนโทรลล้อไปกับเสียงริฟฟ์กีตาร์ในแต่ละเพลง หรือเอ็ฟเฟ็คท์ต่างๆที่สร้างความตื่นตาให้กับผู้ชม รวมถึงจอแอลอีดีด้านข้างที่ฉายภาพการแสดงสด ก็ไม่ได้ฉายเปล่าๆตัดไปตัดมาเหมือนคอนเสิร์ตวงอื่นๆ แต่มีการวางมุมกล้อง การซ้อนกราฟฟิคภาพ และการตัดสลับที่ทำให้ภาพไม่เหมือนชมการแสดงสดหากแต่เป็นเทปบันทึกการแสดงสดที่ผ่านการตัดต่อมาแล้ว เพราะภาพสวยมากจริงๆ จนต้องขอกล่าวชมทีมงานเบื้องหลังของวงนี้ ที่นอกจากคุมภาพออกมาได้สวยงามแล้ว เสียงที่แน่นหนึบของคอนเสิร์ตครั้งนี้ยังทำออกมาได้อย่างมีคุณภาพด้วยเช่นกัน

และไม่ลืมที่จะขอชื่นชมตัวศิลปินเองที่เต็มที่กับการแสดงในทุกๆโชว์ ร้องสดแบบเสียงไม่มีตก เสียงใสกังวานแบบไม่มีเสียงขาด เสียงหายให้รำคาญใจ ไปจนถึงมือเบสที่แม้จะมาแบบเงียบๆ แต่ก็ทำเอาสาวๆกรี๊ดแตกได้ทุกครั้งกับลีลาโซโลเบส หรือฮาร์โมนิกา ไปจนถึงการทำหน้าที่คลอรัสของเขา ส่วนคอนเสิร์ตครั้งนี้แม้ว่านักร้องนำจะไม่พูดมาก แต่เมื่อเอ่ยปากพูดแต่ละครั้งก็ทำแฟนๆละลายเพราะภาษาไทยของแมทธิวทั้ง “สวัสดีครับ”, “ขอบคุณมากๆครับ” และ “ผมรักคุณ”

สุดท้ายงานนี้ก็ต้องขอยอมรับว่าเมื่อโปรดักชันที่ยอดเยี่ยมแบบหาที่ติไม่ได้ มาเจอกับศิลปินเทพๆ ที่ทั้งร้องทั้งเอนเตอร์เทนได้อย่างสุดมันส์ ก็ต้องยกให้คอนเสิร์ต Muse ครั้งนี้นับเป็นสุดยอดคอนเสิร์ตในตำนานที่แฟนๆต้องติดตาตรึงใจกันไปอีกนานเลยทีเดียว








































ติดตามรับชมช่อง “Super บันเทิง” ได้ที่ Super บันเทิง live

ข่าวบันเทิง, ถูกต้อง, รวดเร็วฉับไว ทั้งไทย และเทศ http://www.superent.co.th

ติดตามความเคลื่อนไหวอินสตาแกรมดาราทั้งไทยและเทศตลอด 24 ชั่วโมงได้ที่ ซูเปอร์สตาแกรม
กำลังโหลดความคิดเห็น...